หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ผู้เด็ดเดี่ยวในการธุดงค์ปฏิบัติธรรม

หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม
หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม

หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม วัดป่าอรัญญวิเวก จังหวัดนครพนม

หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2431 ณ บ้านข่า จังหวัดนครพนม ท่านเคยบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายมหานิกายในปี พ.ศ. 2453 เมื่ออายุ 21 ปีตามคำขอของปู่ ท่านบวชอยู่ 19 พรรษาจึงแปรญัตติเป็นฝ่ายธรรมยุติกนิกายในปี พ.ศ. 2471 ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น เป็นพระป่าที่มีชื่อเสียงมากในบรรดาศิษย์รุ่นแรกๆ ของ หลวงปู่มั่น และยังเป็นศิษย์ที่หลวงปู่มั่นไว้วางใจ โดยมักพูดกับสานุศิษย์ทั้งหลายว่า “ใครอย่าไปดูถูกท่านตื้อนะ ท่านตื้อเป็นพระเถระ” และท่านเป็นสหายธรรมกับหลวงปู่แหวนและหลวงปู่ขาว

ท่านเด็ดเดี่ยวในการธุดงค์ปฏิบัติธรรม เคยธุดงค์ไปทั่วภาคอีสาน ภาคเหนือ จนถึงประเทศลาว มีอุปนิสัยรักความสงบ สันโดษ พูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา มักมีอารมณ์ขันและลีลาการแสดงธรรมแปลก ๆ อยู่เสมอ

หลวงปู่ตื้อมรณภาพด้วยโรคลมและโรคชราในปี พ.ศ. 2517 เมื่ออายุ 86 ปี ณ วัดป่าอรัญญวิเวก จังหวัดนครพนม

 

หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม

 

เรื่องเล่า

“อีตอแหล”

หลวงปู่ตื้อพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา ครั้งหนึ่งขณะท่านเทศน์ มีญาติโยมคุยกันแข่งกับท่าน ท่านก็หยุดเทศน์แล้วพูดผ่านไมโครโฟนว่า “เอ้า! หลวงตาตื้อเทศน์ให้ฟังพวกสูบ่ฟัง เอ้า! ฟังตดซะ” จากนั้นก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นสองสามครั้งผ่านลำโพง

อีกครั้งมีสีกาคนหนึ่งเกิดซาบซึ้งในคำเทศน์ของท่านมาก เมื่อเทศน์จบสีกาก็คลานไปเบื้องหน้าท่านแล้วพนมมือกล่าวว่า “หลวงปู่เจ้าคะ อิฉันได้ฟังหลวงปู่เทศนาแล้วเบากายเบาใจเหลือเกิน อิฉันปล่อยวางได้หมดแล้วเจ้าค่ะ” หลวงปู่ว่า “อนุโมทนาด้วยคุณโยม ที่เกิดดวงตาเห็นธรรม” สีกาว่าต่อ “อิฉันไม่ยึดมั่นถือมั่นอีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ หลวงปู่”

หลวงปู่นิ่งไปนิดก่อนจะพูดด้วยเสียงอันดังว่า “อีตอแหล!” สีกาหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย แล้วต่อว่าหลวงปู่ยกใหญ่ หลวงปู่ได้แต่หัวเราะหึ ๆ ขณะที่คนทั้งศาลาหัวเราะกันครืน สรุปว่ายังไม่ปล่อยวางจริง

 

หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม

 

คำสอน

เรื่องของวิญญาณต่าง ๆ ในโลกนี้มีหลายจำพวกเหลือเกิน บางพวกเป็นวิญญาณที่มีความเป็นอยู่ดีมาก มีศีลธรรม แต่พวกเราชอบเรียกรวมไปหมดว่า ผี

ความจริงแล้ว ผีหรือวิญญาณต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรมเลย เพราะในโลกนี้มีทั้งน่ารัก น่าชัง ทั้งหัวเราะ ทั้งร้องไห้ ครบถ้วนอยู่แล้ว เหตุการณ์ทั้ง 4 อย่างนี้มีครบอยู่ในโลก และมีพร้อม ๆ กันเลย

มันก็น่าแปลก คนเราเวลาตาย เกิดอารมณ์ร้องไห้ ทำให้เศร้าใจ แต่เวลาเกิด กลับหัวเราะชอบใจ ทำให้ดีใจ คนที่หัวเราะก็หลง คนที่ร้องไห้ก็หลง หลงในฐานะที่ไม่รู้อะไรเป็นเหตุเป็นผล

ความจริงแล้ว ตายหรือเกิดก็อันเดียวกันนั่นเอง เป็นแต่ว่าเขาเปลี่ยนกันทำหน้าที่เท่านั้นเอง

 

ที่มา  100 พระสงฆ์ 100 เรื่องเล่า 100 คำสอน – สันติ วุฒิรัตน์ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ

ภาพ  dhammajak.net, palungjit.org

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine

keyboard_arrow_up