หลวงปู่สิม

“จงปฏิบัติธรรม อย่าได้เป็นผู้ประมาท” คำสอนของ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

หลวงปู่สิม
หลวงปู่สิม

“จงปฏิบัติธรรม อย่าได้เป็นผู้ประมาท” คำสอนของ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

หลวงปู่สิมได้กล่าวถึงการปฏิบัติภาวนาว่า เราไม่ควรเป็นผู้ประมาท ต้องตั้งใจในการบำเพ็ญภาวนา เป็นผู้มีสติ อาจหาญในธรรม เมื่อฟังธรรมแล้วต้องนำไปปฏิบัติเพื่อไม่ให้จิตใจหวั่นไหวต่ออำนาจกิเลส และจงบำเพ็ญเพียรภาวนาให้ถึงที่สุดเพื่อให้พ้นทุกข์ และไม่ต้องเป็นผู้ประมาทอีกต่อไป

“จงดูตัวเราทุกคนว่า เมื่อเราเกิดมา ก็เกิดมาตัวเราคนเดียว มาอยู่ในโลกนี้จะนานหลายสิบปีขนาดไหนก็ตาม เวลาคนเรานั้นแตกดับตายไป เอาคนอื่นไปด้วยก็ไม่ได้ ไปแต่จิตใจดวงเดียว ร่างกายสังขารนี้  ไม่ว่าเด็ก หนุ่ม แก่ ทิ้งไว้ในโลกนี้ เอาไปไม่ได้… เมื่อความจริงเป็นอย่างนี้ จิตใจของเราไม่ต้องพะวักพะวงไปที่อื่นทุกลมหายใจเข้าทุกลมหายใจออก พระพุทธเจ้าพระองค์เตือนไว้แต่ครั้งโน้นว่า จงพากันภาวนาให้ได้ทุกลมหายใจเข้าและออก

“การที่เราภาวนาบทใดข้อใด อรรถธรรมคำสอนพระพุทธเจ้าอันใดก็ตาม เมื่อเรานึกถึง เราเจริญอยู่เนือง ๆ เหมือนลมหายใจเข้าออก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นคนไม่ประมาท เพราะภาวนาได้อยู่ทุกลมหายใจ คนใดหลงใหลลืมหมด ไม่นึกถึงความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความไข้ ความตายที่จะมาถึงตัว เมามัวประมาท อันนั้นแหละท่านว่าคนประมาท คนใดประมาทเหมือนคนตายแล้ว คือว่าไม่สร้างคุณงามความดีอันใดให้เกิดขึ้นในตัวตนของตัวเองได้ ยังมีลมหายใจอยู่ก็ไม่ภาวนาให้ได้ทุกลมหายใจ…จะเป็นวันไหนคืนไหนเวลาใดก็ตาม ต้องเตือนใจของเราว่า เราเกิดมาแล้วหนีความทุกข์ความเดือดร้อนในโลกนี้ไม่ได้…บางคนเกิดมาไม่นาน 10 ปีตายก็มี 20 ปีตายก็มี 30 ปี 40 ปี 50 ปีตายได้ทั้งนั้น แต่ส่วนมากนั้นไม่ค่อยมีใครเหลือไปถึง 100 ปี…ความตายนั้นสาวกทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายจงนึกจงเจริญให้ได้ว่า ความตายนี้ไม่มีใครหลบหลีกได้

“มรณกรรมฐานนี้เป็นยอดของกรรมฐานก็ว่าได้ คนเราเมื่ออาศัยความประมาทมัวเมาไม่ได้มองเห็นภัยอันตรายจะมาถึงตน คิดเอาเองหมายเอาเองว่าเราคงไม่เป็นอะไรง่าย ๆ เราสบายดีอยู่ เรายังเด็กยังหนุ่มอยู่ ความตายคงไม่กล้ำกรายได้ง่าย ๆ อันนี้เป็นความประมาทมัวเมา พระพุทธเจ้าพระองค์เตือนทุกจิตทุกใจของสาวกว่า สิ่งใดอันเป็นไปเพื่อกิเลส ราคะ โทสะ โมหะ ต้องรีบแก้ไขละทิ้ง ตั้งแต่เดี๋ยวนี้บัดนี้เป็นต้นไป ไม่ให้ไปห่วงหน้าห่วงหลัง…ทำใจให้สะอาด ทำกายให้สะอาด ทำวาจาให้สะอาด ได้แก่ รักษาศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 ทำศีล รักษาศีลของตนให้บริสุทธิ์…กิเลสอันใดที่จะมาข้องแวะขึ้นมาทีหลังเราก็เพียรพยายามตัดละออกไปให้หมดสิ้น

“เราผู้เป็นสาวก สาวิกา ศรัทธาญาติโยม ภิกษุสงฆ์สามเณรก็อย่าได้มีความท้อถอย อย่าไปคิดว่าเราทำไม่ได้ เราบุญน้อย วาสนาน้อย ละกิเลสไม่ได้ อย่าไปคิดอย่างนั้น อะไรก็ตาม ถ้าหากว่าเรามีความตั้งใจมั่นไม่หวั่นไหวแล้ว ตั้งใจประพฤติปฏิบัติชอบ ประกอบในสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล ไม่ท้อถอยในดวงใจแล้ว ย่อมได้ย่อมถึงเป็นไปได้ทั่วหน้า

“เราทุกคนทุกดวงใจที่มีชีวิตอยู่ ณ ภายในนี้ก็อย่าพากันนิ่งนอนใจ อยู่ที่ไหน กายกับใจอยู่ที่ไหน ก็ที่นั่นแหละเป็นที่ปฏิบัติบูชาภาวนา อยู่บ้านก็ภาวนาได้ อยู่วัดก็ภาวนาได้ บวชไม่บวชก็ภาวนาได้ทั้งนั้น…บัดนี้จึงเป็นเวลาที่เราทุกคนทุกดวงทุกใจจะต้องตื่นมา ตั้งใจปฏิบัติบูชาภาวนา ให้จิตใจนี้มีความมั่นคงหนักแน่น ไม่ต้องสะทกสะท้านย่านกลัวต่อกิเลสกามวัตถุกามในโลกนี้ จงพยายามทำใจดวงนี้ให้บริสุทธิ์ผ่องใส”

 

ที่มา  ชุดสุดยอดสงฆ์ 2  สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ

ภาพ  baanjompra.com, pantip.com

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine

keyboard_arrow_up