การสงเคราะห์บุตรทั้งในทางโลกและทางธรรม คือมงคลอันประเสริฐ

การสงเคราะห์บุตร
การสงเคราะห์บุตร

มงคลที่ ๑๒ การสงเคราะห์บุตร (ปุตตะ สังคะโห)  โดย พระชุมพล พลปญฺโญ

บุคคลใดมี การสงเคราะห์บุตร หญิงชายทั้งหลายด้วยอามิสปัจจัย ๔ สั่งสอนส่งเสริมให้เรียนรู้ศิลปศาสตร์วิทยาการในทางโลก และได้รู้จักอันใดคือบาปบุญคุณโทษมีปัญญาทางธรรม ได้เล่าเรียนศึกษาปฏิบัติธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อว่าเป็นมงคลอันประเสริฐ ใน สิงคาลกสูตร พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้บิดามารดาสงเคราะห์บุตรด้วยคุณธรรม ๕ ประการคือ

๑. จงห้ามบุตรธิดาอย่าให้ทำบาปทำชั่วผิดศีลผิดธรรม มีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดปด ดื่มสุราเมรัยเป็นต้น

๒. จงสั่งสอนบุตรธิดาให้กระทำการกุศล มีการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ฟังธรรมเทศนาเป็นต้น

๓. จงให้บุตรธิดาได้เล่าเรียนศึกษาในศิลปศาสตร์วิทยาการทั้งทางโลกและทางธรรม

๔. หาสามีภรรยาที่สมควรแก่ตระกูลให้แก่บุตรธิดาตามประเพณีคดีแห่งชาวโลก

๕. มอบทรัพย์สมบัติให้แก่บุตรธิดาตามกาลเวลาที่จะพึงให้

การสงเคราะห์บุตรธิดาให้ได้ศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาการเครื่องมือประกอบอาชีพ ช่วยเหลือให้สามารถตั้งหลักตั้งฐานมีฐานะสมบูรณ์พออยู่พอกิน มีหน้ามีตาในสังคมนั้น ชื่อว่าเป็นการสงเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ความสุขในชาตินี้ เป็นการสงเคราะห์ที่ยังจัดอยู่ในชั้นต่ำ

ส่วนการสงเคราะห์ชั้นสูงนั้นคือการสงเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ความสุขในชาติหน้า คือสั่งสอนบุตรธิดาให้ขวนขวายในการกุศลมีทานศีลภาวนาบูชาพระรัตนตรัยฟังธรรมเทศนา เกื้อหนุนให้ได้บรรพชาอุปสมบทเป็นภิกษุสามเณร ปฏิบัติบูชาในพระพุทธศาสนารักษาพรหมจรรย์ ได้สืบก่อต่อเนื่องพระพุทธศาสนาให้ตั้งมั่นสิ้นกาลนาน เป็นการเปิดทางสวรรค์และนิพพานแก่บุตรธิดา

ดังที่พระศาสดาทรงมีพระกรุณาแก่พระราหุลพุทธชิโนรส ดังมีเรื่องเล่ามาว่า

พระนางพิมพาซึ่งเป็นสมเด็จพระมารดาของพระราหุล ได้ส่งพระราหุลไปขอทรัพย์คือขุมทองที่เกิดขึ้นโดยบุญบารมีของพระสิทธัตถราชกุมาร เนื่องจากว่าเมื่อพระสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชา ขุมทองนั้นก็สูญหายไปไม่มีใครเห็น

พระนางพิมพาจึงส่งพระราหุลไปขอขุมทองอันบังเกิดด้วยบุญของพระบิดา เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ในเวลาขึ้นครองราชย์ แต่ว่าสมเด็จพระมุนีบรมศาสดามีพระกรุณาว่าทรัพย์อันเป็นโลกีย์นี้ไม่เป็นแก่นสาร เพราะยังข้องอยู่ด้วยความเกิดแก่เจ็บตาย ทรงดำริประทานอริยทรัพย์ ๗ ประการคือ ศรัทธา ศีล หิริโอตตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ ปัญญา ให้แก่พระราหุล แล้วพระองค์จึงให้พระราหุลบรรพชาเป็นสามเณร

ฉะนั้นบิดามารดาทั้งหลายก็ควรดำเนินตามรอยของพระศาสดา ควรจะสงเคราะห์ให้ได้มีโอกาสบวชเรียนในพระพุทธศาสนาเป็นภิกษุสามเณร รักษาศีลและเล่าเรียนพระธรรมวินัยไตรปิฎก เป็นเครื่องชี้แจงเส้นทางให้สรรพสัตว์ได้รอดพ้นจากภัยไปสวรรค์นิพพาน และเมื่อบิดามารดาสงเคราะห์ให้บุตรได้บวชในพระศาสนา ตัวบิดามารดาก็ได้เป็นญาติในพระศาสนาด้วย

เหมือนดังที่พระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระองค์อรหันต์ได้ถวายพระพรแก่พระเจ้าอโศกมหาราชว่า ดูกรมหาบพิตรพระราชสมภารผู้ประเสริฐ บุคคลที่เกิดมาในโลกนี้ หญิงก็ดี ชายก็ดี ได้บวชตัวเองก็ดี บวชสามีก็ดี บวชลูกหลานก็ดี บวชข้าทาสบริวารก็ดี ย่อมชื่อว่าเป็นญาติกับพระพุทธศาสนา ดังพรรณนามานี้

เพราะฉะนั้นบิดามารดาใดสงเคราะห์แก่บุตรให้ได้บวชเรียนประพฤติปฏิบัติในพระพุทธศาสนานี้ นับเป็นบุญราศีอันประเสริฐกว่าการสงเคราะห์ทั้งปวง มีคุณวิเศษใหญ่หลวง ให้เป็นนิสัยปัจจัยแก่ทางสวรรค์นิพพานในอนาคตกาลภายภาคหน้า ส่วนตัวบิดามารดาก็จะได้ชื่อว่าเป็นญาติพระศาสนาด้วย

ฉะนั้นการสงเคราะห์บุตรธิดาในทางโลกและทางธรรมจึงเป็นมงคลอันประเสริฐดังได้อธิบายมาด้วยประการฉะนี้แล

 

ที่มา  พุทธมงคลอานิสงส์ – พระชุมพล พลปญฺโญ

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine

keyboard_arrow_up