บทกรวดน้ำ

บทกรวดน้ำ (แปล) และเฉลยข้อคาใจเกี่ยวกับการกรวดน้ำ

บทกรวดน้ำ
บทกรวดน้ำ

บทกรวดน้ำ (แปล) และเฉลยข้อคาใจเกี่ยวกับการกรวดน้ำ

บทอุทิศส่วนกุศล ( บทกรวดน้ำ )

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตา ปิตะโร

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข

 

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข

 

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจะริยานังโหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจะริยา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า จงมีความสุข

 

อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

 

อิทัง สัพพะ เปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

 

อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

 

อิทัง สัพพะ สัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

 

สาเหตุที่ต้องกรวดด้วย “น้ำ”

ในสมัยพุทธกาลมีเรื่องเล่าว่าพระเจ้าพิมพิสารได้น้อมถวายวัดเวฬุวันแด่พระพุทธเจ้า แต่ท่านไม่สามารถยกวัดขึ้นทั้งวัดเพื่อน้อมถวายได้ พระเจ้าพิมพิสารจึงทรงเทน้ำลงสู่ธรณีเพื่อให้เป็นประจักษ์พยานว่าได้ยกวัดเวฬุวันถวายพระพุทธเจ้าแล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมีความเชื่อว่า น้ำสามารถเป็นสื่อผ่านในการส่งบุญให้กันได้

 

การกรวดน้ำถึงผู้รับจริงไหม

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ปัญหาข้อนี้ว่า “น้ำไม่ถึงผู้รับหรอก กรวดน้ำบริเวณไหนน้ำก็ซึมอยู่แค่บริเวณนั้น เพราะสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่น้ำ แต่อยู่ที่บุญที่ทำเมื่อทำบุญแล้ว ได้บุญแล้ว เราก็แบ่งบุญให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยอุทิศให้ทางใจ แผ่ออกไป ส่วนบุญจะถึงหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สำคัญที่เราได้ตั้งใจมอบบุญซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายต่างหาก เขาจะได้รับหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะหากผู้รับอยู่ในสถานะที่เขาไม่สามารถจะรับได้ เขาก็จะไม่ได้รับ”

 

ถ้าจำบทกรวดน้ำเป็นภาษาบาลีไม่ได้ กล่าวเป็นภาษาไทยได้ไหม?

พระอาจารย์นวลจันทร์ตอบว่า “ได้สิ หรือแค่นึกในใจก็ยังได้ เพราะผลบุญจะสำเร็จได้ด้วยนามธรรม ภาษาจิตเป็นภาษาจักรวาล สามารถสื่อสารได้ทั่วทุกภพทุกภูมิ ต่างจากภาษาพูดที่สื่อสารเข้าใจกันเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

สาระสำคัญอยู่ที่การมอบบุญกุศลให้ด้วยใจ จะมีคำพูดประกอบด้วยหรือไม่ก็ได้ เน้นที่ความรู้สึกที่ส่งไปเป็นหลัก เพียงแค่ระลึกไปถึงสรรพสัตว์ต่างๆ เจ้ากรรมนายเวร ญาติทั้งหลาย หรือแม้แต่คนที่เคยอาฆาตพยาบาทต่อกัน แล้วอุทิศส่วนกุศลคุณงามความดีให้กับพวกเขาทั้งหลายเหล่านั้น

 

การแผ่เมตตากับการกรวดน้ำ อุทิศส่วนบุญกุศลเหมือนกันหรือไม่

พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) กล่าวว่า การกรวดน้ำเป็นการแสดงออกทางกาย ถ้ากรวดน้ำโดยใจไม่มีสมาธิต่อเป้าหมาย ผลก็ไม่เกิด แรงบุญไปไม่ถึง ควรหาที่สงบนั่งนิ่งๆ อธิษฐานจิต กำหนดภาพให้ชัดเจน เช่น เราจะแผ่เมตตาให้ศัตรู ให้แก่วิญญาณ หรือให้แก่พ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้นกำหนดภาพของท่านให้ชัดเจนในความรู้สึก แล้วส่งกระแสจิตไป เหมือนเราส่งอีเมล ซึ่งจะต้องใส่ที่อยู่ให้ถูก เสร็จแล้วกด send จึงจะส่งบุญไปถึง

พอเข้าใจกระบวนการนี้แล้วก็ทำง่าย ไม่ต้องกังวลว่ามีน้ำหรือไม่มี เพราะนั่นเป็นเพียงพิธีกรรมทางกาย ทางวาจา

ถ้ามีโอกาสกรวดน้ำตอนพระสวดได้ก็ทำ แต่ถ้าไม่สะดวก ก็ค่อยอธิษฐานจิตภาวนาที่บ้านก็ได้

คนที่กล่าวไม่ได้ก็ใช้สมาธิจิตอย่างเดียว

การกรวดน้ำคือ ให้น้ำเป็นสักขีพยานในการทำบุญ

กรณีที่พลังจิตเราอาจส่งไม่ถึงผู้รับ หรือผู้รับไม่พร้อม ก็ขอแรงเทพผู้มีศักดิ์ใหญ่ช่วยเป็นบุรุษไปรษณีย์นำส่ง เช่น ภุมมเทวดา รุกขเทวดาอากาศเทวดา ที่จะเป็นพยานต่อความรู้สึกที่ดีของเรา

ขณะเทน้ำควรอธิษฐานขอให้เทพผู้รักษาผืนแผ่นดิน รักษาน้ำรักษาอากาศ ช่วยนำส่งบุญกุศลต่อไปให้ด้วย

keyboard_arrow_up