เข้าพรรษา

ลิ้มรสความเงียบ เรื่องเล่าช่วงเข้าพรรษา โดยท่านปิยสีโลภิกขุ 

เข้าพรรษา
เข้าพรรษา

ลิ้มรสความเงียบ เรื่องเล่าช่วง เข้าพรรษา โดยท่านปิยสีโลภิกขุ

นับแต่วัน เข้าพรรษา  บรรยากาศในวัดจิตวิเวกก็เข้าสู่ฤดูกาลของความเงียบ  แม้เดิมจะมีความสงบภายในวัดเป็นพื้นฐานอยู่แล้วก็ตาม  แต่เมื่อถึงเวลาเช่นนี้  สมาชิกทั้งหมดก็ยิ่งเงียบเข้าไปใหญ่

หลวงพ่อสุเมโธ (พระราชสุเมธาจารย์  พระเถระชาวอเมริกันผู้เป็นลูกศิษย์ฝรั่งรูปแรกของหลวงพ่อชา สุภัทโท) เคยพูดว่า  ฝรั่งส่วนใหญ่เป็นคนจริงจัง  เวลาตั้งกติการ่วมกันแล้วไม่ค่อยมีการละเมิด  ต่างจากคนไทยทั่วไปที่ชอบพูดคุยสนุกสนาน  ทำให้รักษาความเงียบได้ยาก  เพราะแม้จะไม่พูดคุยกันต่อหน้าครูบาอาจารย์ในเวลาปฏิบัติธรรม  แต่ก็แอบตั้งวงสนทนาลับหลังอยู่นั่นเอง

ลักษณะที่ว่านี้เห็นได้ชัดเจนจากช่วงสองสัปดาห์แรกในการ “เข้าเงียบ”  เพราะแทบไม่มีเสียงพูดคุยเลย  แม้ต้องทำกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง  แต่เมื่อไม่มีใครพูด  บรรยากาศโดยรวมก็เงียบสงบ  แม้กระทั่งญาติโยมที่มาวัดช่วงนี้ก็ต้องพลอยรับกติกานี้ไปด้วย  พระที่นี่ไม่กังวลว่าโยมจะน้อยใจหรือขุ่นเคืองที่ไม่มีการพูดคุยต้อนรับตามปกติเพียงติดประกาศให้รับรู้ว่ากำลังปิดวาจาก็เป็นอันใช้ได้  ท่าทีเช่นนี้เห็นจะเกิดได้ยากในสังคมไทย  ซึ่งคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์มากกว่ากติกาหรือกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้

หลายคนอาจสงสัยว่า  บรรยากาศเช่นนี้ไม่เคร่งเครียดหรอกหรือตอบได้ว่า  แม้ทุกอย่างจะจริงจังกว่าปกติ  แต่ก็ไม่รู้สึกกดดันแต่ประการใด  เพราะแม้จะไม่ได้พูดกันก็ยังมีวิธีการทักทายสื่อสารในรูปแบบอื่นอยู่ดี  รอยยิ้มและการค้อมหัวบอกให้รู้ว่าต่างฝ่ายต่างสบายดีและยังเป็นสุขกับการปฏิบัติธรรม  คนที่สนิทกันอาจใช้วิธีสัมผัส  แตะบ่าหรือแตะแขนแล้วแต่โอกาส  คนเรานั้นไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดจะให้ทอดทิ้งสายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์เห็นจะเป็นเรื่องยาก

ระยะสองสัปดาห์ของการเข้าเงียบนี้เป็นการปฏิบัติธรรมร่วมกันทั้งวัด  ไม่ว่าใครจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องมารวมกันตอนตีสี่ครึ่งเพื่อทำวัตร  สวดมนต์  และนั่งสมาธิ  และเมื่อทำกิจวัตรอื่นๆ  เสร็จก็กลับมานั่งสมาธิและเดินจงกรมสลับกันไปทั้งวัน

ข้อดีประการหนึ่งของการไม่พูดคือ  การหยุดคิด  เพราะเมื่อคิดจะพูดเรื่องใดก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ถึงเวลา  จะคิดต่อไปก็ยังพูดไม่ได้อยู่ดีเลยเป็นอันต้องหยุดคิดเรื่องนั้นไปโดยปริยาย  ครั้นมีช่วงที่หยุดคิดมากขึ้น  จิตใจก็พลอยสงบไปด้วย  แม้จะนั่งอยู่กับคนหมู่มากก็เหมือนนั่งคนเดียว  ไม่รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว

รสแห่งความสงบนั้นไม่ต่างจากน้ำเปล่าที่แม้จะปราศจากรสชาติใดๆ แต่ครั้นได้ดื่มในยามกระหายย่อมสัมผัสได้ถึงรสอันเยือกเย็น  คนจำนวนมากมักให้คุณค่ากับสิ่งที่ยังความตื่นเต้นให้จิตใจว่าเป็นความสุขของชีวิต  แต่ลืมไปว่า  สิ่งที่ดูธรรมดาอย่างน้ำเปล่านี้เองที่ยังชีวิตให้รอดได้  และอันที่จริง  คนเราคงไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นตลอดเวลา

หากคิดได้เช่นนี้  การดื่มน้ำเปล่าสักแก้วย่อมจะยังความผาสุกในใจให้เกิดขึ้นได้มิใช่หรือ 

ปิยสีโลภิกขุ  จบการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ได้เลือกวิถีชีวิตนักบวชมาเกือบ 20 ปีแล้ว  ปัจจุบันพำนักในวัดป่าเล็กๆ แห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย  บันทึกชุดนี้เขียนขึ้นระหว่างจำพรรษา  ที่วัดจิตวิเวก  ในแคว้นเวสต์ซัสเซ็กซ์  (West  Sussex)  นอกกรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ

ที่มา : นิตยสาร Secret

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: ลูก ไม่อยากเข้าวัด ฟังเทศน์ พ่อแม่ควรทำอย่างไร

ประเพณีใส่บาตรเทียน จ.น่าน อลังการงานเข้าพรรษาหนึ่งเดียวในไทย

10 สูตรเครื่องดื่มปาร์ตี้ No! แอลกอฮอล์ ช่วงเข้าพรรษา

33 ปีแห่งการละสังขาร หลวงปู่แหวน สุจิณโณ พระอริยสงฆ์แห่งสยามประเทศ

แม่กาเผือก มารดาแห่งพระพุทธเจ้า 5 พระองค์

 

keyboard_arrow_up