นางสุชาดา : อุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา

นางสุชาดา
นางสุชาดา

นางสุชาดา : อุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา

นางสุชาดา สตรีผู้ถวายอาหารมื้อแรกแด่พระพุทธเจ้า โดยที่นางเองก็ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้คือพระพุทธเจ้า นางเป็นอุบาสิกาที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้เป็นเอตทัคคะ ผู้เป็นเลิศในการเข้าถึงสรณะเป็นคนแรก

 

นางสุชาดา

 

เหตุที่ทำให้นางสุชาดาเป็นอุบาสิกาคนแรก

นางสุชาดานับว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่มีโอกาสได้ถวายอาหารแด่พระพุทธเจ้าก่อนตรัสรู้ จึงกลายเป็นผู้ที่เข้าใกล้สรณะ (ที่พึ่ง) ก่อนอุบาสิกาคนอื่น ทำไมนางสุชาดาจึงได้รับโอกาสที่พิเศษนี้ ในอรรถกถาอุบาสิกาที่กล่าวถึงเรื่องของอุบาสิกา 10 นาง กล่าวถึงสาเหตุที่นางสุชาดาได้สิทธิ์เป็นผู้ถวายอาหารมื้อแรกแด่พระพุทธเจ้าว่า

ครั้งสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า “พระปทุมตตรพุทธเจ้า” มีสตรีนางหนึ่งเกิดในตระกูลเศรษฐีแห่งนครหังสาวดี นางมีโอกาสฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า แล้วได้เห็นพระพุทธเจ้าประทานตำแหน่งเอตทัคคะแก่สตรีนางหนึ่ง ให้เป็นผู้เข้าถึงสรณะเป็นคนแรกก่อนอุบาสิกาทั้งหลาย นางปรารถนาจะตำแหน่งเอตทัคคะนี้

หลังจากนั้นนางก็เวียนว่ายตายเกิดระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์เป็นเวลาถึงแสนกัป จนกระทั่งมาถึงสมัยของพระสมณโคดมพุทธเจ้า นางเกิดเป็นนางสุชาดา ธิดาของเศรษฐีมีนามว่า “เสนียเศรษฐี”

 

ธิดาเศรษฐีบนบานต้นไทร

พอถึงคราวเจริญวัยเป็นสาวงาม นางจึงบนบานต่อต้นไทร เพื่อขอสามีที่มีฐานะเสมอกัน และให้บุตรคนแรกเป็นผู้ชาย หากได้ตามที่นางขอจะพลีกรรมถวายรุกขเทวดา

ครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับใต้ต้นไทรนี้ นางปุณณทาสี สาวใช้ของนางสุชาดาผ่านมาเห็นพอดีก็เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าเป็นรุกขเทวดาที่สถิตในต้นไทร ออกมาปรากฏกายให้เห็น นางจึงรีบไปหานางสุชาดาผู้เป็นนายหญิง นางสุชาดาซึ่งกำลังเตรียมทำข้าวมธุปายาสเพื่อถวายรุกขเทวดาอยู่พอดี เมื่อทราบว่ารุกขเทวดาปรากฏกายแล้ว นางรู้สึกปีติและเชื่อว่ารุกขเทวดาปรากฏออกมารอรับเครื่องบูชาจากนางอย่างแน่นอน

 

นางสุชาดา

 

เทวดาร่วมช่วยนางสุชาดาทำข้าวมธุปายาส

ระหว่างที่นางสุชาดากำลังเคี่ยวข้าวผสมกับนมโคอยู่นั้น เทวดาบนสวรรค์ได้แก่ ท้าวมหาพรหม พระอินทร์ และท้าวจตุโลกบาล ลงมาช่วยนางสุชาดาทำข้าวมธุปายาสด้วย พระอินทร์เป็นผู้หาฟืน ท้าวจตุโลกบาลคอยดูแลรักษาอยู่ในทิศทั้งสี่ ท้าวมหาพรหมกั้นฉัตรให้ความร่มเงา เทวดาทั้งหลายนำโอชะ (รสอร่อย) จากทวีปทั้ง 4 มาผสมไปในข้าวมธุปายาสที่กำลังเคี่ยว

 

 

ถวายอาหารมื้อแรกแด่พระพุทธเจ้า ความปรารถนาที่รอคอยมานานหลายภพชาติ

เมื่อข้าวมธุปายาสสำเร็จแล้ว นางสุชาดาจึงตักข้าวมธุปายาสใส่ถาดทองคำ แล้วประคองถาดด้วยมือของนางเอง โดยมีนางปุณณทาสีติดตามไปด้วย พอถึงต้นไทร นางเห็นพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ นางปีติและอิ่มเอมว่าสิ่งที่นางปรารถนาได้สัมฤทธิ์ผลแล้ว และวันนี้เองนางจะตอบแทนพระคุณของรุกขเทวดาที่เมตตาช่วยให้นางสมตามปรารถนา

นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาสแด่พระพุทธเจ้าด้วยมือของนาง พระพุทธเจ้าทรงรับและเสวยทันที นับเป็นอาหารมื้อแรกในระหว่างที่พระองค์ทรงบำเพ็ญเพียรมา

นางสุชาดาพร้อมกับนางปุณณทาสีกราบลาพระพุทธเจ้าแล้วกลับไปยังเรือนของนาง พระพุทธเจ้าเสวยข้าวมธุปายาสเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงถือถาดไปยังริมแม่น้ำเนรัญชรา แล้วทรงอธิษฐานเสี่ยงทายถึงความสำเร็จในการตรัสรู้ว่า หากตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าจริง ขอให้ถาดทองนี้ลอยทวนกระแสน้ำ พอพระองค์ทรงลอยถาด ปรากฏว่าถาดทองลอยทวนกระแสน้ำ แล้วจมลงสู่นาคพิภพของกาฬนาคราชทันที

 

นางสุชาดา

 

หลังจากนั้นพระองค์ทรงบำเพ็ญเพียรจนได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ประกาศสัจธรรมที่ทรงค้นพบ จนกระทั่งยศกุลบุตร บุตรชายของนางสุชาดารู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตฆราวาส แล้วได้พบพระพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมอันลึกซึ้งจนเกิดความเลื่อมใส จึงขออนุญาตจากครอบครัวบวชเป็นพระภิกษุ

ตอนนั้นเองนางสุชาดาจึงทราบว่า รุกขเทวดาที่นางถวายข้าวมธุปายาสในครั้งงนั้น ที่แท้แล้วคือพระพุทธเจ้า มหาศาสดา พระพุทธเจ้าทรงประทานตำแหน่งเอตทัคคะแก่นางสุชาดา เป็นอุบาสิกาคนแรกที่เข้าถึงสรณะก่อนผู้อื่น

เหตุที่เรียกว่า นางเข้าถึงสรณะก่อนผู้อื่น เพราะตอนนั้นพระรัตนตรัยยังไม่ครบสามประการ มีเพียงพระพุทธเจ้าเท่านั้น พระธรรม และพระสงฆ์ยังไม่เกิดขึ้นในขณะนั้น

 

ที่มา :

อรรถกถาอุบาสิกา

ภาพ :

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร


บทความน่าสนใจ

ทำไมพระต้อง ตีระฆัง ความเป็นมาและความหมายของการตีระฆังในพระพุทธศาสนา

นางสุปปิยา สตรีผู้มีสัจจะและศรัทธาอันยิ่งใหญ่

เคล็ดลับความสวยไม่สร่างของ นางวิสาขา หญิงงามแห่งพุทธสมัย

พระนางเถริกาผู้บรรลุธรรมจากการทำครัว

ธรรมะเยียวยาใจเมื่อต้องพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก

 

keyboard_arrow_up