เหน็ดเหนื่อยกับ ” ความสุข ” บทความธรรมะดีๆ จาก ท่านปิยสีโลภิกขุ

ความสุข
ความสุข

เหน็ดเหนื่อยกับ ” ความสุข ” บทความธรรมะดีๆ จาก ท่านปิยสีโลภิกขุ

บทความเรื่อง เหน็ดเหนื่อยกับ ความสุข เขียนโดย ท่านปิยสีโลภิกขุ

เด็กหญิงวัยห้าขวบคนหนึ่งฉลองวันเกิดท่ามกลางความชื่นชมของคนรอบข้าง วันนี้ทุกอย่างดูวิเศษไปหมด ตั้งแต่ตื่นนอนก็มีของขวัญมากมายรออยู่บนเตียง ที่โรงเรียนเธอได้รับเลือกให้เป็นราชินีประจำห้องและมีกิจกรรมพิเศษกว่าทุกวัน ตอนเย็นลุงป้าน้าอาและปู่ย่าตายายต่างพร้อมใจกันมาเลี้ยงฉลองและเตรียมจุดดอกไม้ไฟยามค่ำคืน

ขณะทานอาหารค่ำ หนูน้อยก้มหน้านิ่งก่อนจะบอกว่า  “หนูเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจนกินอะไรไม่ลง” แล้วน้ำตาของเธอก็ร่วงเผาะ

สิ่งที่เรียกกันว่าความสุขอาจไม่ใช่ความสบายกายสบายใจเสมอไป เราคงยอมรับว่า ภายหลังงานเลี้ยงฉลองในวาระต่างๆ เราเองก็มักจะรู้สึกอ่อนล้าหมดเรี่ยวแรงไม่ต่างจากเด็กหญิงคนนี้  ยิ่งมีการเฉลิมฉลองใหญ่โตมากเพียงใด เรากลับยิ่งเหน็ดเหนื่อยมากเพียงนั้น

ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่ว่านี้มักถูกมองข้ามเมื่อเรานึกถึงความสนุกสนานตื่นเต้นจากงานฉลองในครั้งต่อๆ ไป วงจรแบบนี้หมุนวนเรื่อยไป โดยถือว่าหากสนุกสนานมากเท่าใด แสดงว่ามีชีวิตที่เป็นสุขมากเท่านั้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า คนในสังคมตะวันตกที่มีความพรั่งพร้อมทางวัตถุให้เฉลิมฉลองได้บ่อยครั้ง กลับมีสถิติผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก  ในขณะที่คนในประเทศอย่างซูดานหรือเอธิโอเปียซึ่งมีความเป็นอยู่จำกัด แทบจะไม่มีคนฆ่าตัวตายเลย

คนเราต้องใช้เวลาและความพากเพียรมากเหลือเกินในการแสวงหาความสุขมาพะเน้าพะนอตนเอง หลายครั้งที่ต้องยอมทนกับสภาพชีวิตและการทำงานที่ไม่สร้างสรรค์ หรือทนกับความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย เพื่อแลกมาซึ่งความสุขที่ต้องการ แล้วก็ยังรู้สึกว่าหาความสุขไม่เจออยู่ดี

ทั้งๆ ที่รอบข้างไม่มีปัญหาหนักหนา แต่บางครั้งกลับรู้สึกไร้ความสุข จนต้องตั้งคำถามกับตนเองว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ชีวิตของปุถุชนจึงไม่ต่างจากเด็กหญิงวัยห้าขวบที่กล่าวถึง เพราะแม้จะบ่นว่าเหนื่อยจนกินอะไรไม่ลง แต่อีกไม่กี่นาทีถัดมา เธอก็วิ่งปร๋อไปจุดดอกไม้ไฟอย่างสนุกสนานได้อีกครั้ง

แม้คนเราจะ “เหน็ดเหนื่อย” กับความสุข แต่ก็ไม่เคย “หน่าย” ที่จะวิ่งตามมันไปอย่างไม่หยุดยั้ง ความแตกต่างระหว่างปุถุชนกับพระอรหันต์คงจะอยู่ตรงนี้เอง

 

เรื่อง  ท่านปิยสีโลภิกขุ

keyboard_arrow_up