กรรมของการทำแท้ง

กรรมของการทำแท้ง ที่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะได้รับ – ธรรมะจากท่านว.วชิรเมธี

กรรมของการทำแท้ง
กรรมของการทำแท้ง

กรรมของการทำแท้ง ที่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะได้รับ 

สมรู้ร่วมคิด สมรู้ร่วมทำ สมรู้ร่วมกรรม

กรรมของการทำแท้ง จะเป็นอย่างไร?

เวลาดูรายการโทรทัศน์แล้วมีผู้หญิงบางคนรับสารภาพว่าเคยทำแท้ง เห็นคนที่เป็นทุกข์มีแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เวลาก่อกรรมก็ทำร่วมกันทั้งฝ่ายหญิงฝ่ายชาย ในความเป็นจริง เวลากรรมส่งผล ผู้ชายได้รับผลกรรมเหมือนที่ผู้หญิงได้รับหรือไม่ หรือว่าผู้ชายไม่ต้องรับกรรมอะไรเลย

การทำแท้งเป็นกระบวนการสุดท้ายของโศกนาฏกรรมแห่งชีวิตคู่ ความจริงก่อนหน้านั้นจะต้องมีกิจกรรมที่นำไปสู่การ “ท้อง” แล้วจึงค่อย “แท้ง” เหตุที่คุณพบว่า เวลามีทุกข์เห็นแต่ภาพผู้หญิงเท่านั้นที่ก้มหน้ารับกรรมอยู่ฝ่ายเดียว ก็เพราะการทำแท้งกิจกรรมหลักขึ้นอยู่กับผู้หญิงเป็นสำคัญเนื่องจากเด็กหรือลูกนั้นอยู่ในท้องของเธอ เธอเป็นผู้อุ้มท้องเป็นผู้เอาลูกออกจากท้อง เป็นผู้เจ็บปวดทางกายและทางใจโดยตรงจากกิจกรรมนี้ ส่วนผู้ชายนั้น ถ้ารักกันอย่างดีก็แค่พาไปส่งถึงหน้าคลินิก คอยดูต้นทาง หลังจากนั้นก็อาจกลับมาคบกันต่อหรือต่างคนต่างไป หรือที่ร้ายหน่อยก็คือขู่บังคับให้คนรักหรือบางทีคู่นอนไปทำแท้ง หลังจากนั้นก็สลัดผู้หญิงทิ้ง ไปทำอะไรต่อมิอะไรได้อีกโดยไม่สนใจว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น

ความทุกข์ที่เกิดกับผู้หญิงนั้นเป็นความทุกข์ที่เข้มข้นเพราะเหตุต้นผลกรรมส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับเธอ ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงที่มีมโนธรรมในใจสูง เธอจะยิ่งทุกข์หนักหนาสาหัสเป็นทวีคูณเพราะการทำแท้ง กล่าวอย่างถึงที่สุดก็คือการฆ่าคนดี ๆ นี่เอง

ความจริงการที่แม่ฆ่าลูกด้วยการทำแท้ง ก็คือการที่แม่กำลังฆ่าตัวเองให้ตายไปจากความดีงามนั่นเอง แล้วรอยบาปนี้จะถูกบันทึกไว้ในกล่องดำแห่งความทรงจำไปตราบจนชีวิตหาไม่ นี่แหละจึงทำให้คนเป็นแม่เจ็บปวดหนักหนาสาหัสยิ่งนัก

พระวิปัสสนาจารย์รูปหนึ่งเล่าว่า เคยมีผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยทำแท้งมาปฏิบัติธรรม ปรากฏว่า ตลอดเวลาหลายวันเธอไม่อาจข่มจิตให้นิ่งได้เลย วันหนึ่งเมื่อถึงเวลารายงานผลการปฏิบัติธรรม เธอจึงเล่าให้พระวิปัสสนาจารย์ฟังว่า จิตของเธอไม่เคยนิ่งเลย เพราะพอหลับตาลงเท่านั้น ลูกของเธอก็จะมาหาเพื่อขอส่วนบุญทันที พระวิปัสสนาจารย์ฟังแล้วก็ยิ้มอย่างเข้าใจ ท่านจึงปลดปล่อยเธอจากโซ่ตรวนแห่งความทุกข์ด้วยการสอนว่า

“ความจริงลูกไม่เคยมาหาคุณเลย ลูกนั้นเมื่อคุณทำแท้งเขา เขาก็ได้แตกดับไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้น ส่วนที่เหลืออยู่ก็คือความทรงจำในใจของคุณเท่านั้น ที่คุณบอกว่าลูกมาหานั้น ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของคุณหรอก หากแต่เป็นเพียง ‘ความทรงจำ’ อันเจ็บปวดของคุณที่ยังคงมีตัวตนอยู่ในจิตส่วนลึกเท่านั้น ถ้าคุณฝึกปฏิบัติจนสามารถยกจิตให้อยู่กับ ‘ปัจจุบันขณะ’ ได้ ลูกของคุณก็จะหายไป…”

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เธอจึงตั้งใจฝึกวิปัสสนาอย่างเข้มข้น พอผลแห่งการเจริญสติสุกงอม เธอก็สามารถเห็น“ความคิด” และ “อดีต” ที่คอยผุดพรายมาทำร้ายเธอผ่านเครื่องมือที่ชื่อ “ความทรงจำ” และ “ความรู้สึกผิด” ได้อย่างชัดเจน จนในที่สุดเมื่อเธอสามารถยกจิตให้ลอยพ้นอดีตได้ความทุกข์จากอดีตก็หายไป เธอกลายเป็นคนไม่มีอนาคตไม่มีอดีต หากเหลืออยู่แต่เธอที่เป็น “คนของปัจจุบัน” เท่านั้น

พลันที่สามารถยกจิตให้อยู่กับปัจจุบันได้ ความทุกข์จากการทำแท้งก็ไม่มีตัวตนอีกต่อไป ลูกที่เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำของเธอก็หายไป เธอจึงคลายจากทุกข์ที่ตามรุมเร้าได้สำเร็จนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ส่วนสามีที่เคยสมรู้ร่วมคิด สมรู้ร่วมทำนั้น คุณไม่ต้องเป็นห่วงดอกว่ากฎแห่งกรรมจะไม่ส่งผล กฎแห่งกรรมจะตามผลิดอกออกผลแน่นอนไม่เร็วก็ช้า หลักการในเรื่องนี้มีอยู่ว่าเมื่อสมรู้ร่วมคิด สมรู้ร่วมทำ ก็ต้องเป็นผู้สมรู้ร่วม (รับ) กรรมอย่างไม่มีทางปฏิเสธ จริงอยู่วันที่ผู้หญิงทุกข์ ผู้ชายอาจจะยังไม่ทุกข์ แต่ขอให้รู้ไว้เถิดว่า เขาหนีกรรมไม่พ้นแน่ อุปมาดั่งผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ไม่รู้ว่าตัวเองป่วย เขาจึงมีชีวิตรื่นเริงอยู่ได้ การที่เขารื่นเริงไม่ได้หมายความว่าโรคมะเร็งทำอะไรเขาไม่ได้ มะเร็งกำลังเล่นงานเขาอยู่ทีเดียว ปัญหามีแต่เพียงว่า เขายังไม่รู้สึกตัวเท่านั้นเอง วันไหนที่เขารู้สึกตัวขึ้นมา วันนั้นเขาจะรู้เองว่า ความทุกข์นั้นหนักหนาสาหัสเพียงไหน การให้ผลของกฎแห่งกรรมก็เป็นเช่นนั้น

 

ธรรมะจากท่านว.วชิรเมธี 


บทความอื่นๆ เกี่ยวกับการทำแท้ง

ทำไมคนที่ สนับสนุนให้ผู้อื่นทำแท้ง จึงบาปไปด้วย? – นิตยสาร Secret

Dhamma Daily : ทำแท้งแล้วจะมีวิญญาณเด็กมาเกาะ ติดตัวเรา จริงหรือเปล่า

“ ความตาย ” กับดักของคนเห็นแก่ตัว บทความจากนายแพทย์ชวโรจน์  เกียรติกำพล

keyboard_arrow_up