ครั้งหนึ่งซึ่งเคยผิดหวังและรักปัจจุบันที่ฝ่าฟันด้วยความทรหด DJ อ้อย – นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล

DJ อ้อย
DJ อ้อย

ครั้งหนึ่งซึ่งเคยผิดหวังและรักปัจจุบันที่ฝ่าฟันด้วยความทรหด DJ อ้อย – นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล

หากเอ่ยถึงกูรูความรัก แทบทุกคนในประเทศจะต้องคิดถึงพี่อ้อยพี่ฉอด หรือ DJ อ้อย DJ ฉอด แห่งคลับฟรายเดย์ และก็เชื่อว่า หลายๆ คนคงจะอยากรู้ว่า กูรูความรักเคยผิดหวังในความรักบ้างหรือไม่ แล้วมีวิธีดูแลความรักของตัวเองอย่างไร คุณอ้อยเล่าถึงประสบการณ์ความรักในอดีตว่า

“เคยแอบรักคนคนหนึ่ง เป็นเพื่อนกันมาก่อน แอบรักเขา 12 ปี ทุกคนดูออกว่าเราแอบรักเขา เชื่อว่าเขาเองก็รู้ ความที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เขาเคยเปิดใจว่า เขาก็เคยพยายามรักเราแล้ว ได้ฟังคำพูดของเขา เรากลับรู้สึกว่าดีที่บอกกัน จะได้รู้ว่าความรักของเราต้องไม่รบกวนเขามากเกินไป การที่เขารับรู้ ไม่ได้แปลว่าเขารับรัก พอทุกอย่างมันชัดเจน เราก็ต้องชัดเจนกับตัวเอง เขามีความน่ารักอย่างหนึ่งคือ ยังเป็นเพื่อนที่ยังสามารถดูแลเราได้แบบเพื่อนไม่ได้ให้ความหวัง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเสียจนทำให้เรารู้สึกแย่

“จากนั้นเราต้องบอกตัวเองว่า ทำใจนะ แต่บางทีเราก็เอาใจไม่อยู่เหมือนกัน มันก็จะวนลูปตามปกติ ผิดหวัง เสียใจ คิดได้ กลับมา ผิดหวัง เสียใจ คิดได้ พอถึงวันหนึ่งมันก็หลุดจากวงโคจรนี้ได้เอง ถ้าเราไม่หลุดจากคนคนหนึ่ง เราจะไม่มองคนอื่นเลย และพอหลุดออกมาได้เราก็เจอคนที่เป็นครอบครัวในปัจจุบัน”

การแอบรักที่ยาวนานและไม่สมหวังไม่ได้ทำให้คุณอ้อยกลัวความรัก

“เราไม่กลัวความรัก เพราะตอนนั้นไม่ได้มีความรู้สึกว่าเจ็บหนัก หรือถูกทำร้ายเหมือนที่บางคนโดน แต่มันทำให้เราเรียนรู้ว่า เข้าใจแล้ว การร้องไห้ตลอดคืนเป็นอย่างนี้ เข้าใจว่าท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ได้แย่ เรามักพูดในรายการบ่อย ๆ ว่า ‘เหนื่อยที่สุด หยุดได้เอง’ เราต้องให้เวลาฟื้นฟูจิตใจไปเรื่อย ๆ คำนี้มันใช้ได้จริง”

รักครั้งปัจจุบันกับสารพัดโจทย์ที่เข้ามาท้าทายชีวิต

“รักปัจจุบันเริ่มจากการเป็นเพื่อน รักครั้งนี้เริ่มต้นด้วยสติสูงมาก เพราะว่าไม่ได้ชอบเขาก่อน เราเปลี่ยนบทบาทมาเป็นฝ่ายพิจารณา มันจึงไม่หักโหม ตอนแรกเราบอกเขาแล้วว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่าหรือเปล่า แต่เขาขอโอกาส เราก็ให้โอกาส แล้วรักครั้งนี้เริ่มเข้าสู่โหมดดราม่า โจทย์แรกคือรักระยะไกล พอเริ่มคบได้ 3 เดือน เริ่มมีเสียงมาจากเขาแล้วว่า ถ้าบังเอิญวันหนึ่งข้างหน้าเราไม่ได้เป็นแบบวันนี้ เรายังกลับไปเป็นเพื่อนกันได้ไหม เราก็บอกว่าได้ ไม่เป็นไรเลย

“โจทย์ต่อมาคือ คุณแม่ของเขาไม่ชอบเรา เพราะมีคนที่เตรียมไว้อยู่แล้ว ตอนนั้นเราถามเขาว่า ถ้าเป็นแบบนี้เลิกกันดีกว่าไหม เขาบอกให้รอก่อน ขอลองก่อน เขาจะพิสูจน์ให้ได้ว่าทำไมเลือกเรา อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เราก็อยู่ เราเห็นความอบอุ่น ความตั้งใจของคนคนหนึ่ง งานก็เยอะ รักทางไกล แม่ไม่ชอบ ถึงขั้นตัดลูกตัดแม่กับเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะเลือกเรา

“ยังไม่หมดแค่นี้ค่ะ โจทย์ต่อมาคือ เขาเป็นศิลปินเก่า แฟนคลับเดิมเยอะ พอรู้ว่าคบกับเรา ก็เริ่มเข้ามาโพสต์ด่าในเพจเราสารพัด ในเวลาที่เราสองคนเจออุปสรรค ประโยคหนึ่งที่พูดกันเสมอคือ ‘เท่าที่ได้ แค่ไหนแค่นั้น’ เพราะอนาคตไม่มีค่ะ มีแค่วันนี้เท่านั้น”

DJ อ้อย

ในที่สุดก็มีเหตุการณ์ที่เป็นบทพิสูจน์แห่งรัก

“วันหนึ่งคุณแม่ของแฟนมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เรารับรู้มาตลอดว่าคุณแม่ไม่ชอบเรา ถึงขั้นแฟนพูดว่า ถ้าแม่ไม่ชอบ ซื้ออะไรไปให้ แม่ก็ไม่กิน ในใจตอนนั้นคิดว่า แฟนเราต้องทำงาน เขาต้องหาต้นไม้ แล้วร้านอยู่ที่แม่สอด คุณแม่ไม่มีใครดูแล เราคิดว่า เราจะใช้เวลาให้สั้นที่สุด อาหารโรงพยาบาลส่วนใหญ่ไม่อร่อย คงต้องซื้อของไปฝาก ไม่กินก็ไม่กินไม่เป็นไร แต่พอเเห็นคุณแม่พยายามหยิบช้อนขึ้นมาแล้วช้อนตก เราคิดแค่ว่า เราต้องป้อนสิ พอป้อนเสร็จก็กลับ ไม่ได้ตั้งใจเอาชนะใจ เพราะต่อให้เป็นเพื่อนเราก็ต้องทำแบบนี้เช่นกัน

“หลังจากคุณแม่รักษาตัวเรียบร้อย อาการดีขึ้น กลับบ้าน ชีวิตรักของเรายังเดินหน้าต่อไปด้วยการไม่เห็นอนาคตเช่นเคย และโจทย์ใหญ่เรื่องต่อมาคือ พี่สาวของแฟนเส้นเลือดสมองแตกตรงแกนสมองที่แม่สอด หมอพูดว่าไม่ต้องส่งไปไหนแล้ว จบแน่นอน ก็เลยคุยกันว่า ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรจะเสีย ส่งลงมากรุงเทพฯเถอะ ขอให้พยายามสุดความสามารถก่อน พอส่งลงมาเรามีหน้าที่ดูแลจัดการคอยประสานงานกับโรงพยาบาลกรุงเทพ กลายเป็นว่าวันนี้พี่สาวเขายังอยู่ เส้นเลือดแตกในแกนสมองก็เป็นเคสปาฏิหาริย์ของโรงพยาบาลกรุงเทพ ตอนนี้พี่สาวของแฟนพูดได้ แม้จะพูดได้ไม่ชัด แต่รับรู้ 100% แม้ยังต้องนอนติดเตียง แต่ก็ได้เห็นความเติบโตของลูกชายทั้งสองคน

“หลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาเราไม่คาดคิดว่า วันหนึ่งคุณแม่ของแฟนพูดว่า คบมาตั้งหลายปี ทำไมยังไม่แต่งงานสักที จริง ๆ แล้วเขาขอแต่งงานตั้งแต่ 3 ปีแรก แต่ตัวเราเองต่างหากที่คิดว่าปัญหามันใหญ่เกินกว่าจะรับมือ สุดท้ายแล้วพอเราแต่งงานกัน เรารู้สึกว่าใกล้กันมากขึ้น แม้ไม่ได้เจอกันทุกวัน แต่ไม่มีวันไหนที่รู้สึกว่าห่างเหิน เราคบกัน 7 ปีก่อนแต่งงาน ตอนนี้แต่งงานมา 9 ปีแล้ว”

ความรักของ DJ อ้อยนับว่ามีอุปสรรคหนักพอสมควร เธอเล่าถึงวิธีจัดการความรู้สึกเมื่อต้องรับมือกับอุปสรรคว่า

“พี่คิดแค่ว่า แค่ไหนแค่นั้น เพราะมันไม่มีอนาคต มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ว่า เราต้องรักกันมาก ๆ จับมือแล้วฝ่าฟันกันไป มันพร้อมปล่อยมือตลอดเวลา จนกระทั่งเราเห็นความตั้งใจ และกลายเป็นความรักที่เราเห็นอยู่ตลอด เขาพยายาม เขาเหนื่อย แต่มักมีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เราท้อ บัตรคอนเสิร์ตที่เตรียมไว้ ทริปที่จะไปด้วยกัน หลายครั้งต้องเอาตั๋วไปให้คนอื่นดูบ่อยมาก เพราะในเวลานั้นเขาจัดการชีวิตตัวเองไม่ได้ เราเองก็น้อยใจ แต่ก็ต้องคุยกันให้เข้าใจ เราต้องคิดถึงประโยคนี้อยู่เสมอ อย่ากังวลอนาคตจนหมดความสุขในปัจจุบัน หลายคนชอบคิดว่า แล้วจะได้อยู่ด้วยกันไหม ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันก็เลิกกันตอนนี้เลย ตอนนั้นพี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) เป็นคนหนึ่งที่พูดเหมือนกันว่า ถ้าจะเลิกกับเขา จงเลิกเพราะว่าเราไม่ดีต่อกันแล้ว อย่าเลิกเพราะว่าสิ่งแวดล้อมรอบข้างไม่โอเค ถ้าวันนี้เรายังดีต่อกันก็ลองดูอีกสักตั้ง ก็เลยลองดู”

เมื่อถามถึงนิยามความรักของกูรูความรัก เธอตอบว่า

“รักใครเราจะไม่ทำให้คนนั้นเสียใจ เป็นคำพูดที่ใช้ได้กับความรักทุกประเภท รักพ่อแม่ พ่อแม่จะต้องไม่เสียใจเพราะเรา รักสามีภรรยา เราจะไม่ทำให้เขาหรือเธอเสียใจ เพราะถ้าเขาเจ็บ เราเจ็บกว่า เพราะฉะนั้นประเภทที่นอกใจแล้วบอกว่า ฉันรักเธอที่สุด คำว่ารักมันฟังไม่ขึ้น ถ้าตราบใดที่เขาไม่แคร์น้ำตาเรา มันจะแปลว่าเขารักเราได้อย่างไร

“รักเขามากแค่ไหน รักตัวเองให้ได้ครึ่งหนึ่งที่รักเขา เราก็รอดแล้ว”

 

ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 230

เรื่อง : อุรัชษฎา ขุนขำ  ภาพ : นฤดล มหาวัน

Secret Magazine (Thailand)

keyboard_arrow_up