หายใจ

หายใจ ให้เป็นบุญ บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

หายใจ
หายใจ

หายใจ ให้เป็นบุญ บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

ชีวิต เริ่มต้นที่ลม หายใจ
หยุด หายใจ ก็หยุดมีชีวิต
ความสำคัญของชีวิตมิใช่จุดเริ่มต้นหรือจุดจบ หากแต่อยู่ที่ช่วงระหว่างมีชีวิต
บางคนอยู่ได้ยาว แต่บางคนอยู่ได้สั้น บางคนทำยาวให้สั้น คือไม่รู้คุณค่าชีวิต ทำเวลาให้สูญเปล่า
บางคนทำสั้นให้ยาว คือเร่งทำคุณงามความดีให้ชีวิตมีคุณค่า ชีวิตสั้น แต่คุณค่าของชีวิตยาว

คำถามสำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้ชีวิตมีคุณค่า ก็ต้องถามกลับไปว่า ต้องการคุณค่าในด้านไหน

• มีทรัพย์สินเงินทองมาก ๆ
• มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม แข็งแรง
• มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน มีเพื่อนดี
• มีความมั่นคงในชีวิตบนโลกนี้
• มีอริยทรัพย์ คือสุขทางใจ

ถ้าท่านมีพร้อมในสินทรัพย์ รูปร่าง สติปัญญา พอทำมาหาเลี้ยงชีพได้แล้ว สิ่งต่อไปที่ท่านต้องการคือ ความสุขในชีวิต ความเบาใจ สบายใจ สงบใจ ความปลาบปลื้มปีติ ความไม่เหงา ไม่ว้าเหว่ว่าถูกทอดทิ้งยามชรา รู้สึกว่าหมดคุณค่าในยามแก่เฒ่า

ข้าพเจ้าขอเชิญชวนท่านมาหายใจให้เป็นบุญ ตราบใดที่ท่านยังมีลมหายใจ ท่านยังมีคุณค่า ตราบนั้นต่อให้ชีวิตสังขารของท่านแก่เฒ่าร่วงโรยสักเพียงใด ท่านก็ยังมีคุณค่าหากหายใจเป็น แม้นอนป่วยติดเตียง ท่านก็ยังมีคุณค่า หาปีติให้แก่ตัวเองได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ เพียงใช้เวลา 3 นาที ดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 หายใจลึก – ยาว – ช้า ๆ 3 ครั้ง ทุกครั้งจะต้องลึกยาวช้า เพื่อให้เลือดและออกซิเจนในอากาศขึ้นไปเลี้ยงสมอง เพราะสมองเหมือนรากไม้ เลือดเหมือนน้ำ
ออกซิเจนในอากาศเหมือนปุ๋ย หายใจลึกยาวช้าแต่ละครั้งให้หยุดรอไว้ 3 วินาที เพื่อให้เลือดวิ่งขึ้นสมอง

ขั้นนี้ให้หายใจเข้าทางจมูก ออกทางปาก

ขั้นที่ 2 หายใจลึก – ยาว – เร็ว 5 ครั้ง ทุกครั้งให้เหมือนหมอปั๊มหัวใจคนป่วยเพื่อกระตุ้นหัวใจให้ทำงาน เพราะหัวใจเหมือนเครื่องยนต์ เลือดคือน้ำมัน ต้องทำงานเคียงคู่กัน

ขั้นนี้ให้หายใจเข้าทางจมูก ออกทางปาก

ขั้นที่ 3 หายใจเร็ว – เบา 15 ครั้ง ขั้นนี้ให้หายใจเข้าทางจมูก ออกทางปาก แปลว่าปิดปากหายใจเร็ว – เบา และทำหน้าที่ปั๊มหัวใจตัวเองไปด้วย เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงเหมือนหมอปั๊มหัวใจคนไข้

หลังจากครั้งที่ 15 ของลมหายใจเร็ว – เบาแล้วให้สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ยาว ๆ ช้า ๆ แล้วปล่อยลมออกมาทางปากยาว ๆ ให้หมดจริง ๆ

จากนั้นให้หยุดนิ่ง นิ่ง นิ่ง นิ่ง 1 นาที ไม่คิดอดีต ไม่กังวลอนาคต หยุดอารมณ์ ยูทูบทั้งปวงที่ชอบฉายหนังให้เราดูขณะหลับตา ขณะนั้นภาพในใจทุกอย่างจะหายไปทันที ท่านจะรู้สึกมีอาการดังต่อไปนี้ น้ำตาไหลมีแสงนวลขาวเหมือนปุยเมฆ ขนลุก ร่างกายโคลงเคลง เป็นต้น ไม่ต้องตกใจ นั่นคืออาการของปีติกำลังเกิดขึ้น

ได้ปีติ 1 นาที เท่ากับนอนหลับลึก 1 ชั่วโมง เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับคนนอนหลับยาก ได้ปีติ 1 นาทีร่างกายจะผลิตสเต็มเซลล์มาซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย ทำให้แข็งแรงขึ้น โรคภัยไข้เจ็บจะหายไป รักษาโรคร้ายนานาชนิดได้อย่างดี เป็นการคืนธรรมชาติสู่ระบบของธรรมชาติ ซึ่งมีลมหายใจเป็นตัวประสานระบบทั้งหมด

ขั้นที่ 4 เป็นขั้นวิปัสสนากรรมฐาน คือเริ่มพิจารณาอารมณ์ทั้ง 3 ขั้นเป็นสมถกรรมฐาน เตรียมพลังงานไว้ใช้เมื่อจิตเริ่มคิด ให้พินิจตัวเอง โดยกำหนดช่วงเวลาไว้ภายใน 1 วัน อย่าให้หลุดไปไกลเป็นเดือนปีหรือแม้แต่เรื่องคนอื่นในอดีต ให้ทบทวนเหตุการณ์ตั้งแต่ตื่นนอน เช่น ตื่นนอน 6.00 น.ให้ทบทวนช่วงละ 1 ชม. 6 – 7 – 8 – 9 – 10 – 11 – 12 – 13 – 14 – 15 – 16 – 17 – 18 – 19 – 20 – 21 – 22.00 น. เข้านอน ว่าเราได้ทำอะไร พูดอะไร เรื่องอะไรกับใคร อารมณ์ของเราเป็นอย่างไร

• อะไรดีเก็บไว้ (Save)
• อะไรไม่ดีลบออกจากความคิด (Delete) ทำเหมือนเราเล่นไอโฟน รับส่งข้อความต่าง ๆ ดีเก็บไว้ ไม่ดีลบออก
• หากทำสมาธิหายใจในช่วงเช้าก่อนลุกจากที่นอน ให้เราทบทวนอดีตคือเมื่อวานนี้เท่านั้น อย่าถอยไปไกลกว่านี้ การทำเช่นนี้จะทำให้ความจำดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ คนที่เป็นโรคความจำสั้น หลงลืมง่าย ก็จะเป็นผู้มีความทรงจำดีขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่กำลังมีปัญหาความจำเสื่อม
• อิริยาบถในการทำอานาปานสติสมาธิแบบนี้สามารถทำได้ทุกอิริยาบถ เช่น นั่ง นอน ยืน ดีสำหรับผู้ป่วยติดเตียงนอนในห้องไอซียู

• ท่านอนบนเตียงนอนเป็นอิริยาบถที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ ปลอดภัยและสะดวก เหมาะสำหรับคนป่วยเพราะไม่มีใครนั่งป่วยอยู่แล้ว
• ผลดีที่เห็นได้ชัดคือ
+ อารมณ์ดีขึ้น ไม่ฉุนเฉียว
+ ยิ้มง่าย สบายใจ
+ มิตรภาพในครอบครัวดี
+ มิตรภาพในที่ทำงานดี
+ ใบหน้าผ่องใส จิตใจเบิกบาน
+ มองคนในแง่ดี ทักทายด้วยการชื่นชม
+ มองโลกในทางสร้างสรรค์เป็นมิตร
+ นอนหลับสบาย หลับง่ายไม่กังวล ไม่ต้องรับประทานยานอนหลับ
+ ความคิดไม่ติดขัดขุ่นมัว แต่จะผ่องใสในการแก้ปัญหาต่าง ๆ
+ มีความมั่นใจในการทำงาน การเผชิญกับปัญหาในที่ทำงาน ปัญหาครอบครัว
+ ใจเย็นลง นิ่งคิดมากขึ้น ปัญหาที่แก้ไม่ได้ก็จะมีทางออก
+ ไม่ทำงานให้เป็นผู้พิพากษาถูกผิดแต่เพียงผู้เดียว สุขภาพร่างกายจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
+ โรคภัยไข้เจ็บที่เคยเป็นมาอย่างเรื้อรังจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ

ข้าพเจ้าขออำนวยพรให้ผู้ปฏิบัติทุกท่านประสบความสำเร็จในการฝึกทำสมาธิเพื่อให้เกิดสติปัญญาในการรักษาอารมณ์และแก้ปัญหาชีวิตโดยทั่วกัน

 

ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 229

ผู้เขียน : พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

Photo by Simon Migaj on Unsplash

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

Dhamma Daily: หากทำงาน แล้วรู้สึกว่ากำลังหายใจเข้า หายใจออก เรียกว่า มีสติ อยู่ไหมคะ

ความสุขใน ลมหายใจสุดท้าย…ปรารถนาที่ถูกมองข้าม บทความจาก พระไพศาล วิสาโล

ทุกวันที่ยังมีลมหายใจคือ “ความโชคดี” ที่สุดแล้ว เจิน ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ

keyboard_arrow_up