วัดเทพธิดารามวรวิหาร

วัดเทพธิดารามวรวิหาร …อารามแห่งพลังใจ

วัดเทพธิดารามวรวิหาร
วัดเทพธิดารามวรวิหาร

วัดเทพธิดารามวรวิหาร …อารามแห่งพลังใจ

0หากพูดถึง วัดเทพธิดารามวรวิหาร สิ่งที่อยู่ในความคิดของฉันมีอยู่เพียงสองอย่าง อย่างแรกคือเป็นวัดที่พระสุนทรโวหาร (ภู่) หรือที่เรามักเรียกกันว่า “สุนทรภู่” (26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 – พ.ศ. 2398) เคยมาจําพรรษาอยู่ และสองคือตรงข้ามวัดมีร้านอาหารเจ้าอร่อยอยู่หลายร้าน
0
วัดเทพธิดารามวรวิหาร
กุฎิสุนทรภู่
0
เป็นเรื่องปกติของคนเราที่มักจะนึกถึงการท่องเที่ยวในสถานที่ไกลบ้าน เพราะคิดว่าที่ที่อยู่ใกล้บ้านจะไปเมื่อไรก็ได้ (และในที่สุดก็ไม่ได้ไป) ฉันเองก็ไม่ต่างจากคนทั่วไปวัดนี้อยู่ใกล้บ้านขนาดใช้เวลาเดินเพียง 15 นาทีถึง ฉันต้องใช้เส้นทางผ่านวัดนี้มาเป็นสิบๆ ปี แต่ก็ไม่มีอะไร “แวบ” เข้ามาในความคิด
ให้ฉันอยากเข้าไปเที่ยวชมเลยสักครั้ง จนกระทั่งเมื่อคราวน้ําท่วมใหญ่กรุงเทพฯ ช่วงปลายปี 2554
0
วันที่ฉันรู้สึกเบื่อและเครียดจากการติดตามลุ้นข่าวว่าน้ําจะท่วมบ้านหรือไม่ ทําให้คิดว่าต้องออกนอกบ้านไปหาที่เที่ยวเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ ในจิตใจของตัวเองบ้างแล้ว
0
อย่างไรก็ตาม วัดเทพธิดารามก็ยังไม่ใช่เป้าหมายในการเป็นสถานที่คลายเครียดของฉันอยู่ดี เพียงแค่อยู่ในเส้นทางที่จะผ่านไปยังจุดหมายในใจ แต่ไหนๆ จะต้องเดินผ่านแล้ว แวะหน่อยคงไม่เสียเวลา
0
วัดเทพธิดารามวรวิหาร
0
พลันเมื่อเดินเข้าไปในวัดและมองขึ้นไปยังหน้าบัน ความคิดของฉันที่ว่าเป็นวัดเล็กๆ ดูไม่มีอะไรน่าสนใจก็เปลี่ยนไปทันที กลายเป็นความรู้สึกว่าวัดนี้ไม่ได้เป็นวัดธรรมดาเสียแล้ว ด้วยความที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 (ทรงสร้างวัดนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าหญิงวิลาส พระราชธิดาซึ่งมีพระสิริโฉมงดงามจนทรงเรียกขานว่า นางเทพธิดาดังพระนามเมื่อทรงสถาปนาขึ้นทรงกรมว่า“กรมหมื่นอับสรสุดาเทพ” วัดนี้จึงมีชื่อว่าวัดเทพธิดาราม)
0
วัดเทพธิดารามวรวิหาร
0
หน้าบันของพระอุโบสถและพระวิหารเป็นศิลปะแบบจีนที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกาและหางหงส์แต่ประดับตกแต่งด้วย กระเบื้องเคลือบเป็นลวดลายดอกไม้และหงส์ นอกจากนี้ยังมีพระปรางค์ตั้งอยู่ประจําทิศทั้งสี่ในแต่ละมุมของพระอุโบสถ ส่วนเครื่องประดับพระอารามเป็นตุ๊กตาสลักหินทั้งแบบจีนและไทย
ตั้งวางอยู่รายรอบ เช่น ตุ๊กตาแม่อุ้มลูก หรือผู้หญิงนั่งพับเพียบเท้าแขน
0
วัดเทพธิดารามวรวิหาร
พระแก้วขาว
0
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจที่สุดในวัดเทพธิดารามสําหรับฉันคือ หมู่รูปหล่อภิกษุณีสงฆ์ที่อยู่ภายในพระวิหารจํานวน 52 องค์ ซึ่งประดิษฐานอยู่บนแท่นหน้าพระประธาน โดยแต่ละองค์จะมีอิริยาบถแตกต่างกัน เช่น นั่งตําหมาก นั่งสูบยา เป็นต้น และ มีรูปหล่อพระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นพระน้านางของพระพุทธเจ้า และเป็นภิกษุณีองค์แรกในพระพุทธศาสนาอยู่ด้วย ทําให้วัดนี้เป็นวัดที่น่าตื่นตาตื่นใจในความรู้สึกของฉันเลยทีเดียว
0
วัดเทพธิดารามวรวิหาร
พระภิกษุณี

0

วัดเทพธิดารามวรวิหาร
พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี
0
ออกจากการได้พบเห็นหมู่รูปหล่อภิกษุณีสงฆ์ซึ่งทําให้ฉัน รู้สึกแปลกตามากแล้ว ความรู้ที่ฉันได้รับเพิ่มขึ้นจากการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นภิกษุณี ทําให้ฉันรู้สึกแปลกใจมากยิ่งขึ้นไปอีกกับความมีศรัทธาแรงกล้าและจิตใจอันมุ่งมั่นของเหล่าภิกษุณี เพราะการที่จะออกบวชได้นั้นนอกจากจะต้องถือศีล 311 ข้อ (ภิกษุถือศีล 227 ข้อ) แล้วภิกษุณียังต้องยึดถือและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทําได้ยากยิ่งไปตลอดชีวิตหรือที่เรียกว่า “ครุธรรม 8 ประการ” อีกด้วยซึ่งฉันขอเขียนเป็นภาษาอย่างง่ายๆ แทนข้อความเดิมได้แก่
0
ภิษุณีแม้จะบวชมา 100 พรรษาแล้วก็ยังต้องแสดงความเคารพภิกษุที่เพิ่งบวชในวันนั้นด้วยการกราบไหว้ลุกขึ้นต้อนรับอย่างนอบน้อม
0
ภิษุณีต้องไม่จําพรรษาในวัดที่ไม่มีภิกษุอยู่ด้วย
0
ภิษุณีต้องถามวันอุโบสถและเข้ารับฟังโอวาทจากภิกษุทุกกึ่งเดือน
0
ภิกษุณีจําพรรษาแล้วต้องปวารณาในสงฆ์สองฝ่ายคือ ฝ่ายภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์
0
ภิกษุณีทําผิดพระวินัยมีโทษเป็นสังฆาทิเสส*ต้องประพฤติปักขมานัต**ในสงฆ์สองฝ่าย
0
ก่อนจะบวชเป็นภิกษุณี สตรีนั้นจะต้องบวชเป็นสิกขมานา รักษาศีล 6 ครบ 2 ปีจึงจะบวชได้ แต่ต้องบวชจากสงฆ์สองฝ่าย
0
ภิกษุณีต้องไม่ด่าหรือใส่ร้ายภิกษุ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
0
ภิกษุณีจะกล่าวสอนภิกษุไม่ได้ แต่ภิกษุกล่าวสอนภิกษุณีได้
0
รู้ถึงเงื่อนไขของการที่จะเป็นภิกษุณีอย่างนี้แล้ว ฉันตระหนักขึ้นมาว่า สตรีใดที่ต้องการบวชเป็นภิกษุณีนั้นจะต้องเป็นผู้ที่เชื่อมั่นในความดีของพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง เพราะศีลซึ่งมีอยู่มากมายถึง 311
ข้อ และครุธรรม 8 ประการเป็นเรื่องยากเหลือเกิน ผู้ที่มีความตั้งใจอย่างยิ่งยวดเท่านั้นจึงจะทําได้ และ
ด้วยเหตุแห่งความยากลําบากในการปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตาม พระวินัยปิฎกเถรวาทนี่เอง ทําให้ไม่มีผู้สืบทอดการเป็นภิกษุณีสายเถรวาทในปัจจุบัน คงมีแต่ภิกษุณีสายมหายานซึ่งมีศีลและข้อปฏิบัติที่แตกต่างกันกับฝ่ายเถรวาท
0
ระหว่างเดินกลับบ้าน ฉันรู้สึกได้ถึงพลังใจที่พร้อมจะกลับไปเผชิญหน้ากับเรื่องน้ําท่วม อุปสรรคที่เรากําลังประสบ ในขณะนี้ความจริงแล้ว อาจเป็นเพียงเรื่องน้อยนิด อีกไม่นานเราจะต้องก้าวผ่านไปได้ ขอเพียงเรามีความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อสิ่งที่เรามุ่งหวังตั้งใจจะทํา
0
ที่มา : นิตยสาร Secret ปี 2555 ฉบับที่ 96 หน้า 76-78
คอลัมน์ : A Trip with a View
ผู้เขียน/แต่ง และ ภาพ: ศุภรัตน์ จิระพงศ์วัฒน์
0

บทความน่าสนใจ
keyboard_arrow_up