โกหก

Dhamma Daily : จะทำอย่างไรเมื่อคนที่คบด้วย โกหก ว่าโสด ทั้งๆ ที่มีแฟนอยู่แล้ว

โกหก
โกหก

Dhamma Daily : จะทำอย่างไรเมื่อคนที่คบด้วย โกหก ว่าโสด ทั้งๆ ที่มีแฟนอยู่แล้ว

ถาม : มารู้ทีหลังว่าคนที่คบด้วยมีแฟนอยู่แล้ว  แต่เขา โกหก ว่าโสด ใจหนึ่งอยากเลิก แต่อีกใจคิดว่าเขาอาจรักเราจริง ลังเลว่าควรไปทางไหนดี ขอคำแนะนำพระอาจารย์ด้วยนะคะ

พระมหา ดร.ธนาธิป มหาธมฺมรกฺขิโต ตอบปัญหานี้ไว้ว่า

ตอบ : ต้องทราบก่อนว่า ผู้ชายมีความผิดตั้งแต่ต้นที่ โกหก เรา และจะหาความจริงใจกับคน โกหก เราแบบนี้ไม่ได้ ในขณะที่เราคิดว่าเขาน่าจะรักเราจริง แต่ทำไมเขาต้อง โกหก เรา  พิจารณาดูให้ดีว่า เพราะเราคิดเข้าข้างตัวเองหรือเปล่า จนลืมนึกถึงคนที่เป็นแฟนของเขาว่า หล่อนจะคิดหรือรู้สึกยังไง เรานึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง แต่ไม่ยอมนึกถึงความรู้สึกของคนอื่นเลย  ฉะนั้นเราก็มีส่วนผิดด้วย เพราะถือว่ายอมตนให้เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายความรู้สึกของคนอื่นโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง และไม่เป็นการรักษาศีลธรรมอันดีไว้  เท่ากับเราสมคบคิดในการทำลายความรู้สึกของผู้อื่นโดยเจตนา

เมื่อรู้อยู่แล้วว่า เขามีแฟนอยู่แล้ว ก่อนจะมาคบเรา แม้จะรู้ทีหลังก็ตาม   นาทีนี้เราก็ควรตระหนักว่า เรามีเหตุผลใดในการเชื่อคนโกหก  และทำไมเรายังต้องเชื่อเขาอยู่อีกว่า เขาจะจริงใจกับเรา เพราะคุณสมบัติของผู้โกหกก็คือบ่อนทำลายความไว้ใจของผู้อื่นเสมอ  แล้วจะถามเอาความจริงใจจากคนโกหกได้อย่างไร  อย่านึกถึงแต่ตัวเอง ควรนึกถึงคนที่เขากำลังถูกกระทำด้วย คือ แฟนคนที่มาก่อนเรา และจงอย่าเป็นตัวถูกเลือก หรือ เป็นตัวเลือกให้กับผู้ชาย เพราะเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะชี้นำความรู้สึกของเรา  แต่ควรหาทางออกด้วยการนั่งคุยทำความเข้าใจกัน โดยเฟ้นหาความจริงบนพื้นฐานที่ไม่เห็นแก่ตัว ไม่คิดเข้าข้างตัวเองขณะที่ทำร้ายความรู้สึกของคนอื่น และควรมีความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

ควรเข้าใจไว้ว่า รักสามเส้า ไม่มีทางสร้างความสมดุลและความสุขที่ลงตัวได้ ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องควรตระหนักและถามความต้องการของตัวเอง โดยยึดหลักการที่ว่า เพราะปัญหาจำเป็นต้องแก้ไข ควรตระหนักรู้ให้ได้ว่า เรากำลังต้องการอะไรมากที่สุด  อะไรกำลังเป็นปัญหาที่เรากำลังทุกข์เดือดร้อนอยู่ และปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะอะไร   เพราะใคร ฉะนั้นการพิจารณาว่า ถ้ายังคบอยู่ เราจะยังมีความสุขอยู่ไหม หรือ จะมีใครบ้าง ที่กำลังทุกข์เพราะเหตุการณ์นี้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีได้

ควรตรึกตรองให้รอบคอบถี่ถ้วน  จึงตัดสินใจให้เด็ดขาดลงไป แล้วปัญหาก็จะถูกแก้เอง จำไว้ว่า ความเจ็บปวดเพราะความรักอาจเยียวยาได้ด้วยกาลเวลา

แต่การยื้อรักสามเส้านั้น กาลเวลาก็ไม่อาจเยียวยาได้

Photo by Abbie Bernet on Unsplash


หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่

นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ [email protected]


บทความน่าสนใจ

Dhamma Daily : สามีคบชู้ ควรปรับใจอย่างไร ไม่ให้โกรธทั้งสามีและผู้หญิงคนใหม่

Dhamma Daily : อุทิศบุญให้เทวดา เจ้าที่ เจ้ากรรมนายเวรบุญจะถึงหรือไม่  ท่าน ว. มีคำตอบ

Dhamma Daily : เราจะมีวิธีดับจิตที่ชอบขุ่นเคือง ไม่พอใจ อารมร์ร้ายอย่างไรครับ

Dhamma Daily : ให้คำปรึกษา กับคนอื่นแต่ตัวเองทำอย่างที่แนะนำไม่ได้ อย่างนี้บาปหรือไม่

Dhamma Daily : ถ้าสวมรองเท้า ใส่บาตร จะบาปหรือเปล่า

Dhamma Daily : เราจะ อุทิศบุญ ให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่

Dhamma Daily: ทำอย่างไร อยากแก้ไข สิ่งที่เคยทำไม่ดีกับคนตาย

keyboard_arrow_up