ทำอย่างไรเมื่อลูกเราเป็นเกย์ กระเทย ไบ ทอม ดี้ ฯลฯ

ลูกเป็นเกย์
ลูกเป็นเกย์

ทำอย่างไรเมื่อลูกเราเป็นเกย์ กระเทย ไบ ทอม ดี้ ฯลฯ

พ่อแม่หลายท่านมีความทุกข์ใจอย่างยิ่งยวดเมื่อรู้ว่าลูกหัวแก้วหัวแหวนของตนมีความเบี่ยงเบนทางเพศ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า เมื่อเขาเป็นไปแล้ว จะทำให้กลับมาเป็น ชาย-หญิง เหมือนที่หวังคงเป็นไปได้ยาก (หรือแทบเป็นไปไม่ได้) เรื่องนี้ Secret มีทางออกมาให้

ปรับพฤติกรรม ตามคำแนะนำหมอ

หากลูกผิดปกติทางเพศเพราะไม่ทราบบทบาทที่แท้จริงของตัวเอง นายแพทย์ทวีศิลป์แนะนำว่า พ่อแม่สามารถช่วยปรับพฤติกรรมให้ลูกกลับมาเป็นเพศเดิมได้ใน 2 ช่วงวัย คือ

ช่วงอายุ 3 - 5 ขวบ ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่เด็กๆ จะเริ่มสนใจอวัยวะเพศของตัวเอง สามารถแยกเพศตัวเองกับเพศตรงข้ามได้หากพ่อแม่พบว่าลูกเริ่มแสดงพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ให้พยายามชวนลูกเล่นของเล่นหรือทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับเพศของลูกแทน

ช่วงวัยรุ่น ประมาณ 11 - 19 ปี วัยนี้จะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง และเริ่มสนใจเพศตรงข้าม หากพ่อแม่พบว่าลูกเริ่มแสดงพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ควรแก้ไขโดยการแสดงบทบาทความเป็นพ่อแม่ที่เหมาะสมให้ลูกเห็น พร้อมพูดคุยเพื่อสอนวิธีการแสดงออกทางเพศที่เหมาะกับลูก ด้วยท่าทีที่ลูกจะสัมผัสได้ถึงความรักและความหวังดี

 

ถ้าพ่อแม่ทำแบบนี้ ลูกจะยิ่งกู่ไม่กลับ!

บังคับข่มขู่ลูกด้วยความรุนแรง

ปล่อยลูกให้ทำตามใจทุกอย่าง

บังคับให้ลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีระเบียบวินัยเข้มงวด เช่น โรงเรียนฝึกทหารฯลฯ

 

ทางออก…เมื่อพ่อแม่พบว่าลูกชอบเพศเดียวกัน

นายแพทย์ทวีศิลป์แนะว่า “ทางออกของปัญหาที่ดีที่สุดคือความเข้าใจ พ่อแม่และลูกควรเข้าใจซึ่งกันและกันและพยายามหาทางออกของปัญหาร่วมกัน พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำตามสิ่งที่ใจเรียกร้องบ้าง ตามโอกาสที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันลูกก็ควรเข้าใจสภาพสังคมของพ่อแม่และควรให้เกียรติท่านด้วย เพียงเท่านี้ครอบครัวก็จะกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง”

 

พระคิดอย่างไรในเรื่องนี้ 

นอกจากการแก้ไขปัญหาในทัศนะของจิตแพทย์แล้ว   พระอาจารย์ประสงค์ปริปุณฺโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าหนทางสู่ความสุขของพ่อแม่และลูกที่เบี่ยงเบนทางเพศ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า มี 5 ประการ คือ

1. อยู่กับปัจจุบัน ทั้งพ่อแม่และลูกต้องอยู่กับปัจจุบันให้ได้ ควรทำความเข้าใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ ตั้งอยู่ได้ และดับไปได้ด้วยกันทั้งนั้น

2. ยอมรับ ครอบครัวควรยอมรับผลจากอดีตที่เคยทำมา ซึ่งผลจากอดีตนั้นมีทั้งจากอดีตในภพนี้และจากอดีตชาติที่เคยก่อกรรมร่วมเวรกันมาด้วย

3. อดทน แล้วรับฟังกันและกันจากใจจริง

4. แก้ไข เมื่อทราบว่าลูกยังสามารถแก้ไขได้พ่อแม่ก็ควรทำตนเป็นตัวอย่างที่ดี พร้อมทั้งสั่งสอนลูกอย่างเข้าอกเข้าใจ เพื่อจะได้หาทางแก้ไขร่วมกัน

5. ปล่อยวาง หากครอบครัวพยายามช่วยเหลือกันทุกวิถีทางแล้วก็ยังไม่เป็นผล การปล่อยวางเป็นหนทางแห่งความสุขที่ดีที่สุด

ส่วนพระไพศาล วิสาโล กล่าวว่า

“เป็นธรรมดาที่พ่อแม่ย่อมไม่สบายใจเมื่อพบว่าลูกของตัวชอบคนเพศเดียวกันแต่ไม่ควรมองว่าลูกของตนทำบาปหรือมีความวิปริตผิดเพี้ยน หรือปฏิเสธลูกของตัวทางที่ถูกคือ ยอมรับสิ่งที่เขาเป็นและช่วยเหลือให้เขาไม่เป็นทุกข์ในสิ่งที่เขาเป็น ตราบใดที่เขาไม่ได้ทำสิ่งที่ผิดศีลผิดธรรมหรือเบียดเบียนผู้อื่นขณะเดียวกันก็ช่วยให้เขาสามารถพัฒนาตนให้มีความเจริญงอกงามเท่าที่จะทำได้”

ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวว่า

“การเป็นเพศที่สามเป็นอุปสรรคต่อการประสบความสำเร็จในชีวิตเสียเมื่อไร คุณจะเป็นคนปกติหรือจะเป็นเพศที่สามก็ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเมื่อคุณเป็นอะไรแล้วคุณได้ใช้ชีวิตในขณะนั้นๆ ให้เป็นชีวิตที่มีคุณค่าหรือเปล่า ลูกศิษย์ของพระอาจารย์มีมากมายที่เขาเป็นเพศที่สาม แต่เขากลับมีชีวิตที่มีความสุขและมีชื่อเสียงในสังคม ทั้งยังแบ่งเวลาไปทำประโยชน์ให้กับสังคมได้อีกมากมาย ไม่เห็นมีใครมาตั้งแง่ว่าเขาเป็นคนที่ใช้ไม่ได้…ไม่สำคัญหรอกว่าคุณเกิดมาจากไหนหรือสังกัดเพศใด ถ้าเราดีพอ สังคมจะมองข้ามข้อบกพร่องตรงนี้ แล้วมาอยู่กับด้านที่ดีของเราได้เอง”

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป>>>>

keyboard_arrow_up