ข้อคิด

10 ข้อคิด ดื่ม กิน ใช้ อย่างมีเมตตา ต่อโลกและเพื่อนมนุษย์

account_circle
event
ข้อคิด
ข้อคิด

เริ่มต้นปีใหม่ทั้งที อาจจะต้องกำหนดจิตสั่งตัวเองให้เริ่มการเป็นคนใหม่ที่ดีและมีคุณภาพมากกว่าเดิม ทั้งนี้ในฐานะคอลัมนิสต์คนใหม่ของ ชีวจิต ผมขอแนะนำ ข้อคิด การบริโภคอย่างมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และโลกของเรา ซึ่งนั่นก็หมายถึงการเมตตาต่อตัวเอง เนื่องจากสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่เอื้ออิงซึ่งกันและกัน

ข้อคิด ดื่ม กิน ใช้อย่างมีเมตตา (ต่อโลกและเพื่อนมนุษย์) ได้แก่

  1. ทรัพยากรโลกไม่มีเพิ่ม มีแต่ลด น้ำมัน แร่ธาตุ ต้นไม้ ภูเขา สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาสร้างยาวนานหลายชั่วอายุคน ทว่าทำลายได้ใน
    พริบตา ผ่านการดื่ม กิน ใช้อย่างหรูหราฟุ่มเฟือย
  2. บ้านหลังโตอาจทำลายภูเขาด้วยอิฐ หิน ปูนซีเมนต์ รถคันใหญ่อาจดูดทรัพยากรใต้ดินจนสิ้นซาก บุฟเฟ่ต์หรูในโรงแรมห้าดาวอาจสังเวยชีวิตกุ้ง หอย ปู ปลานับหมื่นแสน ยามดื่ม กิน ใช้ เอาแต่พอสมควร อย่าให้ความสุขสบายของตนเป็นศูนย์กลางจักรวาล ใช้ชีวิตอย่างมีสติกำกับ แผ่ความเมตตาของท่านออกไปให้ไพศาล ความเมตตา ทำให้ท่านอิ่มแม้ดื่มกินไม่มากนัก ความเมตตาทำให้ท่านอยู่สบายแม้มีบ้านเรือนหลังกะทัดรัด ความเมตตาจะเป็นแสงนำทางชีวิตให้ท่านรู้จักโอบอ้อม แบ่งปัน
  3. คุณค่าแท้ของการกิน ดื่ม ใช้ มีไว้เพื่อประทังชีวิตต่อลมหายใจ เรามีลมหายใจเพื่อสร้างสรรค์สุขสันติ เพื่อทำสิ่งที่มีคุณค่าแก่ตนเองและผู้อื่น หากเราดื่ม กิน ใช้จนมีกำลังวังชา แล้วเราใช้กำลังวังชาของเราเพื่อเพิ่มพูนอัตตาเพื่อตอบสนองกิเลส ลมหายใจของเราย่อมเป็นพิษต่อจิตวิญญาณของตนเอง เราคือผู้ได้รับพิษภัยจากการตักอาหารเข้าปากโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
  4. การพัฒนาใด ๆ เป็นไปได้ทั้งคุณและโทษ เร็วกว่า อร่อยกว่า สบายกว่า หากทำลายโลกมากกว่าก็ยังไม่นับเป็นการพัฒนา เหมือนผลไม้เปลือกหนา เนื้อน้อย สู้ผลไม้เนื้อมาก เปลือกบางไม่ได้ เร็วกว่า อร่อยกว่า สบายกว่า ควรเป็นการรักษ์โลกที่มากกว่า เป็นการ
    ยืดอายุของโลก มิใช่การลดทอนอายุของโลกให้สั้นเช่นนั้นไม่สามารถเรียกได้ว่าการพัฒนา แต่นับเป็นการถอยหลังลงคลอง
  5. ดื่ม กิน ใช้ มิใช่อื่นใด ดื่ม กิน ใช้ คือการปฏิบัติธรรม เมื่ออาหารถูกจัดวางตรงหน้า อย่าเพิ่งรีบกินทันที โปรดให้เวลากับตนเองสักเล็กน้อย นั่งมองอาหารในจาน คิดถึงที่มา ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ เขาเหน็ดเหนื่อยอย่างไรกว่าจะได้ข้าว ได้ผัก ได้พืชพรรณถึงมือเรา คิดให้ลึก นึกให้กว้างคิดถึงบุญคุณสัตว์น้อยใหญ่ เนื้อวัวมิได้ให้โปรตีน แต่เนื้อวัวให้ชีวิต เป็นการสละชีวิตวัวเพื่อต่อชีวิตเรา อย่าพิจารณาอาหารในกรอบของโภชนาการเท่านั้น แต่จงคิดถึงอาหารในกรอบของจิตวิญญาณด้วย แล้วเราจะตระหนักถึงคุณค่าของอาหารทุกจาน และเข้าถึงแก่นแท้ว่า เหตุใดโลกนี้จึงมีคนกลุ่มหนึ่งที่กราบไหว้ข้าวปลาอาหาร
  6. พืช ผัก เนื้อสัตว์ มีสารอาหารครบถ้วนอยู่แล้ว มิต้องปรุงรสชาติให้จัดจ้าน ในสิบมื้อที่กิน กินเพื่ออร่อยสักสามมื้อเพื่อสนองความเป็นสัตว์โลก อีกเจ็ดมื้อที่เหลือ ขอให้กินเพื่อความเป็นอริยชน เพื่อยกระดับจิตใจของตน กินเพื่อยกระดับจิตใจ จะทำให้ห่างไกลโรค มีอายุยืนยาวกว่ากินเพื่อความอร่อยไปวัน ๆ
  7. ปลูกผักกินเองบ้าง มิใช่เพื่อประหยัด แต่เพื่อลิ้มรสชาติชีวิต ผักที่ปลูกเองรสชาติดีกว่าผักที่ซื้อหาจากตลาดเป็นไหน ๆ มิใช่เพราะมีความกรอบอร่อยมากกว่า แต่เพราะผู้ปลูกเห็นบางสิ่งที่ไม่เคยเห็น นั่นคือเห็นเมล็ดพันธุ์ เห็นชีวิตงอกงาม เห็นธรรมชาติ เห็นว่าเรามีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างไรอาหารที่ปลูกเอง หาเอง ปรุงด้วยมือตนเอง มิใช่อาหารกายเท่านั้น แต่ยังเป็นอาหารของวิญญาณด้วย
  8. มองหยาบ ๆ เหมือนว่าเรามีเงิน เราจึงมีบ้านอยู่ มีอาหารกิน มีน้ำดื่ม มีเครื่องนุ่งห่ม แต่ถ้ามองให้ลึกที่เรามีกินมีใช้ มิใช่เพราะเรามีเงินทอง หากแต่เรามีกิน มีใช้ เพราะโลกนี้ยังมีคำว่าเมตตา
  9. คำว่าพอดีไม่ต้องตามหา แต่คำว่ายังไม่พอ อาจต้องใช้เวลาตามหาชั่วชีวิต เพื่อเติมเต็มหลุมดำแห่งกิเลส เพื่อพบกับความว่างเปล่าในท้ายที่สุด พอดีคือพอ เมื่อพอแล้วความดีจะเกิดขึ้นเอง แม้ไม่ดีพอ ความพอดีจะไม่มีวันกำเนิดเกิดขึ้น
  10. มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้น้อย ยิ่งร่ำรวยขึ้นก็ขอให้มีบ้านหลังเล็กขึ้น ยิ่งร่ำรวยขึ้นก็ขอให้มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายมากขึ้นจงกระทำตนให้เป็นแบบอย่างแก่ชนรุ่นหลัง พวกเขาจะได้มีสำนึกใหม่ว่า ความสำเร็จคือการแบ่งปัน ความสำเร็จคือการลดมานะอัตตา คือการ
    ดื่ม กิน ใช้อย่างพอประมาณ เพื่อเบียดเบียนโลกให้น้อยที่สุด เพื่อกระทำตนเป็นสะพานช่วยเหลือผู้อื่นข้ามไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า

สั่งสอนด้วยคำพูดทำได้ง่ายดาย แต่มิใช่สิ่งน่าเชื่อถือ การกระทำเท่านั้นจะเป็นคำสั่งสอนที่ดีที่สุด การดื่ม กิน ใช้ของเราจะเป็นคำสั่งสอนให้ลูกหลานของเรา เรามิได้มีชีวิตอยู่เพื่อดื่มกิน แต่เราดื่มกินเพื่อให้มีชีวิตอยู่ เพื่อไปทำในสิ่งที่มีความหมายมากกว่า ดื่มให้ง่าย กินให้ง่าย อยู่ให้ง่าย เป็นการลับคมปัญญา อยู่อย่างต่ำ ทำอย่างสูง คือเหตุผลที่เราเกิดมา

การปฏิบัติธรรมมิใช่อื่นใด เริ่มได้จากการดื่ม กิน ใช้ในชีวิตประจำวัน…

เรื่อง พศิน อินทรวงค์ ภาพ iStock เขียนลงเว็บ เนื้อทอง ทรงสละบุญ

ชีวจิต 486

นิตยสารรายปักษ์ ปีที่ 21 1 มกราคม 2562
บทความน่าสนใจอื่นๆ

เธอคือบ้านของฉัน เรื่องน่าอ่าน ของ คุณพศิน อินทรวงค์

ใจนั้นสำคัญอย่างไร ธรรมะทันใจจาก ท่านว.วชิรเมธี

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : ทำอย่างไรให้เราเลิกคิดยึดติด

ทำงานอย่างไรให้มีความสุขทั้งทางโลกและทางธรรม โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ 

ฟังอย่างไรให้กิเลสขาดไปสู่นิพพาน ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิเถร (พระธรรมธีรราชมหามุนี)

keyboard_arrow_up