เธอคือบ้านของฉัน

เธอคือบ้านของฉัน เรื่องน่าอ่าน ของ คุณพศิน อินทรวงค์

เธอคือบ้านของฉัน
เธอคือบ้านของฉัน

เธอคือบ้านของฉัน เรื่องน่าอ่านของ คุณพศิน อินทรวงค์ นักแต่งเพลงชื่อดังท่ีหันมาศึกษา และปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา สามารถอธิบายหลักธรรมให้เข้าใจง่าย นอกจากเป็นวิทยากร บรรยายให้องค์กรและ หน่วยงานต่าง ๆ แล้วยังเป็นนักเขียนและเจ้าของพ็อกเก็ตบุ๊กขายดีอีกหลายเล่ม เขาพร้อม แบ่งปันวิธีคิดที่ช่วยให้สุขภาพกายและสุขภาพใจ แข็งแรงมาฝากกัน

เธอคือบ้านของฉัน

วันนี้เห็นแม่นั่งทํางานอยู่ ผมนั่งมองแม่ไปเรื่อย ๆ แล้วรู้สึกว่าแม่แก่ลงไปเยอะ ไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เดี๋ยวน้ีผมเห็นแม่เหนื่อยง่ายและทําอะไรช้าลงมาก ร่างกายของแม่ก็ ทรุดโทรมลงมาก ทุกวันนี้ผมเตรียมตัวอยู่เสมอในเรื่องการจากลา แต่บางคร้ังก็อดต้ังคําถาม กับตัวเองไม่ได้ว่า ถ้าแม่ไม่อยู่จริง ๆ โลกของผมจะเป็นยังไง มันคงต่างออกไปในความรู้สึก เพราะตลอดชีวิตของผมก็มีแม่นี่เองที่เป็นเหมือนบ้านของผม

ผมรู้สึกว่าผมมีบ้านก็เพราะ ผู้หญิงคนี้เหนื่อนก็กลับมาได้ ทุกข์ก็กลับมาได้ หมดแรงเมื่อไรก็กลับมาได้ เพราะบ้านก็คือ บ้านอยู่วันยังค่ำ ผมไม่เคยสงสัยในความรักที่แม่มีต่อผม ไม่เคยสงสัยในความห่วงใย ไม่เคย สงสัยในทุกคําพูด ทุกความหวังดี ทุกการกระทํา สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นใจเสมอเมื่อนึกถึง

ต้ังแต่เด็กจนโต แม่ไม่เคยทําอะไรที่ทําให้ผมรู้สึกว่าแม่ไม่รัก ตรงกันข้าม อะไรที่แม่ทําให้ ผมได้ แม่ก็จะทําให้ทุกอย่าง แม่เคยพูดกับผมว่า ชีวิตของแม่ แม่ก็ให้ได้ ผมรู้ว่าแม่พูดจริง และรู้ว่าแม่รักผมย่ิงกว่าชีวิตของตัวเอง แม่ชอบเล่าให้ใครต่อใครฟังว่า ตอนเด็กๆผมเป็นเด็กดื้อ และเลี้ยงยาก ชอบทําอะไรแผลง ๆ คิดอะไรก็ไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านชาวช่อง ชอบทําตัวแปลก ๆ ไม่เหมือนคนอื่น

จําได้ว่า คร้ังแรกท่ีแม่ให้เงินผมไปเที่ยวด้วยตัวเองผมกลับบ้านดึกมาก ตอนน้ัน อยู่ประมาณชั้น ป.3 กลับมาถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน พอมาถึงบ้านแม่เห็นผมแม่ก็ร้องไห้ เอาไม้เรียวมาตีผมไม่ยั้ง ผมไม่รู้ว่าแม่ตีไปกี่ที แต่รู้ว่าแม่ตีเจ็บมาก แม่ตีไปก็ร้องไห้ไป แล้วบอกว่า “ทีหลัง จะไปไหนก็ต้องบอกกันบ้าง ไม่ใช่หายไปเฉย ๆ” ตอนน้ันผมได้แต่สงสัยว่าทําไมแม่ต้องโกรธ ขนาดน้ัน แต่พอโตมาถึงได้รู้ว่า ท่ีแม่ตีเราเป็นเพราะแม่คงเป็นห่วงกลัวว่าผมจะเป็นอะไรไป

ระหว่างผมกับแม่นั้นมีความผูกพันกันมาก อาจเพราะผมเป็นเด็กที่ซนมาก แล้วแม่ก็เป็นแม่ท่ีรักลูกมาก เรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างเราก็เลยมีมากตามไปด้วย วันนี้ผมมองแม่อย่างเงียบๆแล้วคิดว่า คร้ังหนึ่งผู้หญิงคนน้ีก็คงเคยเป็นสาว เคยเป็นเด็กท่ีมีความฝัน และในความฝันของแม่ คงไม่ต้องเจอกับอะไรท่ีแม่ไม่อยากเจอ แม่คงไม่เคยฝันว่าจะมีลูกซนเป็นลิงอย่างผม คงไม่เคย ฝันว่าแก่ตัวลงจะรู้สึกเจ็บโน่นปวดนี่ ความฝัน ของแม่คงสวยงามกว่าที่เป็นในโลกความจริง เพราะ ความฝันมักเป็นแบบน้ันเสมอ ความฝันนั้นสวยงาม แต่ความจริงนั้นมีท้ังทุกข์และสุขปะปนกัน

ผมมองแม่แล้วนึกย้อนไปเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาระหว่างเรา บ้านผมเป็นครอบครัวที่เฉย ๆ
ตั้งแต่เด็กจนโตก็ถูกเลี้ยงดูมาแบบน้ี ไม่ค่อยได้แสดงความรักต่อกันมากเท่าไหร่ เกิดมาผมเคยกอดแม่ เพียงไม่กี่ครั้งเท่าน้ันเอง แต่เราต่างก็รู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างรู้สึกต่อกันอย่างไร เวลาวันแม่ วันเกิด หรือวันพิเศษต่างๆ ผมมักเอาพวงมาลัยไปกราบท่ีเท้าแม่ ไม่รู้ทําไมถึงทําแบบนั้น ผมทํา เพราะรู้สึกว่าถ้าไม่ทําวันนี้แล้วเราจะไปทําวันไหน ทําเพราะรู้สึกว่าผมอยากให้แม่รู้สึกดีใจท่ีผม ทําแบบน้ัน ผมคิดเอาเองว่า คนเป็นแม่ ถ้าลูกเอาพวงมาลัยมากราบเท้าก็คงจะมีความสุขมากๆ ผมเลยเลือกที่จะฝ่าความอายของตัวเอง แล้วก็ทําตามท่ีใจอยากจะทํา

ยิ่งโตข้ึนผมก็ยิ่งตระหนักดีว่าแม่เสียสละเพื่อผมมามาก สําหรับผม แม่คือคนที่รู้จักผมดีท่ีสุด เป็นคนท่ีรู้ ในทุกความคิดทุกความรู้สึกของผม วันนี้ผมมองดูแม่ มองด้วยสายตาแห่งความกลัว ไม่ใช่การกลัวอยา่ งลนลาน แต่เป็นความกลัวท่ยี ากจะพูดออกมา ถ้าโลกนี้ไม่มีผู้หญิงคนนี้อยู่ ผมรู้ว่าโลกของผมจะไม่เหมือนเดิม ถ้าแม่ไม่อยู่ จริงๆ ผมคงบอกตัวเองว่า “คนท่ีรักผมท่ีสุดในโลกได้จากโลกน้ีไปแล้ว”

ในการจากลาน้ันคงมีความเหงาและเศร้าเจือปนอยู่ ทุกวันนี้ผมมักเตือนให้แม่ทําบุญบ่อยๆ สอนให้แม่รู้จักการภาวนา ผมมักเล่าเรื่องธรรมะต่าง ๆ ให้แม่ฟัง มักพูดเร่ืองครูบาอาจารย์ท่ีนับถือให้แม่ฟังอยู่เสมอ ผมสอนให้แม่นึกถึงความดีของพระพุทธเจ้า ผมจะบอกแม่อยู่เสมอว่า

วันหนึ่งเราสองคนต้องตายจากกัน ต่างคนต่างไป ตามทางของตัวเอง แม่ก็ไปตามทางของแม่ ส่วนผมก็ไปตามทางของผม ร่างกายของผมเป็นสิ่งที่แม่ให้มา และผมจะใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้สมกับที่แม่ได้ให้ชีวิตและเล้ียงดูจนเติบโต ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้แม่ ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก

บางคร้ังผมก็รู้สึกว่า ความทุกข์ท่ีย่ิงใหญ่ท่ีสุดของการเวียนว่ายตายเกิดก็คือการต้องจากลาบุคคลอันเป็นที่รัก ไม่มีส่ิงใดหรือใครจะอยู่กับเราได้ตลอดไป วันหน่ึงไม่ช้าก็เร็ววันนั้นต้องมาถึง เราทุกคนล้วนพบกันเพื่อจากลา ระหว่างท่ียังมีกันและกัน ระหว่างที่เวลายังพอมีเหลืออยู่ สิ่งใดที่ทําดีต่อกันได้จงอย่าลังเล เพราะถ้าวันนั้นมาถึง เมื่อไร ต่อให้เสียใจแค่ไหนก็ไม่มีใครย้อนเวลากลับมาได้

ขอบคุณบ้านทุกหลัง แทนลูกทุกคน ด้วยรักและความทรงจําอันอิ่มเอม

เรื่อง พศิน อินทรวงค์ ภาพ iStock เขียนลงเว็บ เนื้อทอง ทรงสละบุญ

ชีวจิต 523 – คู่มือหยุดปวดตั้งแต่หัวจรดเท้า

นิตยาสารรายปักษ์ ปีที่ 22 : 16 กรกฎาคม 2563
บทความน่าสนใจอื่นๆ

ไทยเเพนตรวจพบสารพิษตกค้างในผักและผลไม้อื้อเกินมาตรฐาน ประจำปี 2562

ด่วน!! พบอกไก่ – ตับไก่ มีสารตกค้างยาปฏิชีวนะ เสี่ยงดื้อยา

keyboard_arrow_up