มองโลกในแง่ดี

สร้างนิสัยมองโลกในแง่ดี ธรรมะจากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

มองโลกในแง่ดี
มองโลกในแง่ดี

สร้างนิสัย มองโลกในแง่ดี ธรรมะจาก แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ถ้าเรา มองโลกอย่างที่โลกเป็นแล้วใจไม่เป็นทุกข์ เรามองโลกตามความเป็นจริง เรามองโลกอย่างที่เราอยากให้โลกเป็น อันนี้แหละ เสแสร้ง เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองโลกแบบชนิดที่เราอยากปลอบตัวเอง แต่มันไม่จริงแล้วเราคิดว่าเรากำลังมองอย่างเชิงบวก มองโลกในแง่ดี อันนี้อาจจะไปไม่สุดที่สุดแห่งการพ้นทุกข์

พระพุทธเจ้าทรงอยู่เหนือบวก เหนือลบ มองทุกอย่างตามความเป็นจริง บวกก็ไม่เที่ยง ลบก็ไม่เที่ยง อันนี้คือมองตามความเป็นจริง เวลาเราจะคิดอะไรให้คิดตามความเป็นจริง ยกตัวอย่าง ถ้าเขานินทาเรา ความจริงคือเขานินทาเรา แต่เรารู้ว่าเขาไม่รู้อะไร เขากำลังทุกข์อะไร ทำไมเราจะเกลียดคนที่กำลังนินทาเราได้ เป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นความจริง แต่ถ้าเราบอกว่าเขานินทาเรา เดี๋ยวเขาก็หายเอง ทน ๆ ไปก่อนเถอะทีนี้เราดูเหมือนเรามองเขาดูดี แต่มันไม่เข้าถึงความจริง ความอดทนอาจจะมีขีดจำกัด ลูกอาจจะระเบิดสักวันนึง อันนี้ไม่ใช่ความจริง จริงไหม

เวลาที่เราไปอธิบายตอนนี้ ตอนที่เขากำลังทุกข์ เขาไม่ฟัง เราก็อย่าเข้าไปอธิบายพูดมากก็เสียมาก พูดน้อยก็เสียน้อย ไม่พูดก็ไม่เสีย ใจของเราก็เป็นกลาง วางด้วยความเข้าใจ และถ้าวันหนึ่ง เขาเดินเข้ามาขอว่าเขาทุกข์เหลือเกินกับสิ่งที่เขากำลังคิดกับเรา เขาให้เราได้มีโอกาสอธิบาย อันนี้ก็สบายเลย เราก็พูดทุกอย่าง ตามที่เราจะคลี่คลายสถานการณ์นั้น แต่ไม่มีความเกลียดชัง

แม่ว่ามองโลกตามความเป็นจริง มองโลกอย่างตามความอยากของเรา อย่ามองโลกอย่างมีโลกภายในที่อยาก มันจะทุกข์อันนี้มันไม่เป็นความจริง บางทีการมองอย่างคิดบวก แต่ว่ามันไม่เข้าถึงความจริง ก็อาจจะหลอกตัวเองโดยที่เราไม่มีเจตนา อันนี้ต้องไปเหนือบวก เหนือลบให้ได้

 

ถอดความ : สุขทุกวัน 7 วัน 7 กูรู ตอน แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 (1/2)

ภาพ : www.pexels.com


บทความน่าสนใจ
keyboard_arrow_up