ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า

ทำอย่างไรจึงจะเรียกว่า “ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า” ธรรมะเปิดโลกจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า
ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า

ทำอย่างไรจึงจะเรียกว่า ” ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า ” ธรรมะเปิดโลกจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า หลายคนอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป พระพุทธศาสนามีมุมมองการ ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า อย่างไร พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ดังนี้

การใช้ชีวิตของเราในฐานะที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ให้รู้ว่าเราควรจะใช้ชีวิตของเราอย่างไร เราจะต้องเดินทางต่อไปอย่างไรอีก การเดินทางของชีวิตของแต่ละคน เดินทางกันมายาวนาน ยาวไกล ไม่รู้ว่าเริ่มต้นเมื่อใด และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดวันไหน ณ สถานที่แห่งใด

ร่างกายมันมีอายุของมัน อายุขัยของมันอยู่ได้ช่วงอายุขัยของมันเท่านั้นเอง แต่เมื่อร่างกายแตกสลายหรือตายไปแล้ว จิตมันก็ต้องเดินทางต่อไปอีก ไปหาที่เกิดอีก ไม่จบไม่สิ้น สิ่งที่นำจิตไปเกิดก็คือตัณหาที่อยู่ในจิต เกิดทุกชาติไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไรก็มีความทุกข์ติดไปด้วย ทุกข์กับกาย ทุกข์กับจิต ทุกข์กับการที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ แล้วเมื่อตายไป มันก็ต้องไปเกิดอีก นี่คือการเดินทางที่แท้จริงของชีวิต จนกว่ามันจะหมดตัณหาหรือหมดกิเลสนั่นเอง จึงไม่มีเหตุที่จิตจะต้องไปเกิดอีก

ถ้าเราไม่เข้าใจอย่างนี้แล้ว เราก็ไม่รู้ว่าเราจะใช้ชีวิตของเราอย่างไร แล้วก็คิดว่า เกิดมาทั้งที แสวงหาความสุข สุขที่ชาวโลกปรารถนาคือ สุขจากการเสพรูป เห็นอะไรที่สวยงาม เสียงฟังอะไรที่ไพเราะ ได้กลิ่นที่เราชื่นชอบ สัมผัสกับสิ่งที่นุ่มละไม ชาวโลกก็ต่างปรารถนา สุขอย่างนี้ในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสัมผัส เขาเรียกว่า “วัตถุกาม” ถ้าเรามีบ้านสวย  ๆ งาม ๆ มีรถที่โก้หรู มีเครื่องเสียงดี ๆ อยู่ในที่ ๆ สภาพแวดล้อมดี ได้กินอาหารเอร็ดอร่อย มีเงินมีทองใช้ นึกอยากจะไปเที่ยวไหนก็เที่ยวได้ เราก็น่าจะมีความสุข จริง  ๆ มันไม่ใช่ความสุขที่แท้จรง เพราะสิ่งเหล่านี้หามาก็ด้วยความทุกข์ ดูแลรักษาเขาด้วยความทุกข์ การที่มันเสื่อม มันวิบัติไป ใจก็เป็นทุกข์ ทีนี้เมื่อชีวิตมันต้องเดินทางไปอย่างนี้ ด้วยอำนาจของกิเลสตัณหาที่ขับเคลื่อนจิตแล้วก็ขับเคลื่อนพฤติกรรมของเรา

เพราะฉะนั้น เราควรจะทำอย่างไร ทำอย่างไรที่จะให้การเดินทางของเราให้มันสั้นลง มันจบได้เร็ว เราก็ควรจะใช้ชีวิตส่วนหนึ่งนะ เพื่อที่จะพัฒนาจิตของเรา ให้จิตของเรามีสติปัญญา ทั้งทางโลกทางธรรม ทางโลกเอาไว้ทำมาหากิน ทางธรรมเอาไว้ใช้การดำเนินชีวิตของเราให้ร่มเย็นเป็นสุข แล้วก็พยายามให้กิเลสตัณหามันเบาบางลง

เราควรจะใช้เวลาส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา นอกจากจะทำมาหากินแล้ว ก็จะต้องพัฒนาจิตใจ พัฒนาคุณธรรมของจิต พัฒนาให้การเดินทางของชีวิตของเรามันสั้นลง มันจะได้ พอเสียที สำหรับการที่ต้องเวียนตายเวียนเกิด การที่จะไม่ท่องเที่ยว ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ถ้าเรามีเงินมีทอง มีโอกาส มีศักยภาพ อันนี้ไม่ได้ห้ามอะไร แต่ทำอย่างไร การไปเที่ยวของเรา มันจะเป็นการเที่ยวให้เกิดสติปัญญาไปด้วย ให้เกิดโลกทัศน์ ให้มีทัศนะที่กว้าง ไปเห็นความเป็นอยู่ เห็นภูมิประเทศ ที่แปลกที่แตกต่างจากที่เราเคยเห็น เราก็จะได้เข้าใจ เข้าใจโลก เข้าใจคน เข้าใจสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้ชัดเจน เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม มันเปลี่ยนมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หนแล้ว ในธรรมชาติที่สวยงาม ในภูมิประเทศต่าง ๆ แล้วมันยังต้องเปลี่ยนต่อไปอีก ไปยึดไปถือไม่ได้หรอก คนที่บอกว่าในสังคมที่เจริญแล้ว เขาอยู่ดี เขามีความสุขจริง ๆ มันก็มีทุกข์เจืออยู่ด้วยนั่นแหละ  ถึงแม้จะอยู่ดีกินดี เพียงใดก็ตาม มันก็ยังแฝงด้วย ความกดดันในชีวิต

เราเห็นประเทศที่เจริญหลายประเทศ ที่คนเขาเครียด แล้วก็มีอัตราฆ่าตัวตายที่สูง เพราะว่าคนเขาก็มีความทุกข์อยู่ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหน ในสถานะไหน ความทุกข์มันก็เกาะอยู่ที่จิตนั่นเอง ยังต้องดิ้นรน ขวนขวาย ทะเยอทะยาน แล้วก็ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ มันไม่มีที่ไหนหรอกที่มันจะไม่มีทุกข์เลย ไปเห็นไปรู้ เพื่อจะได้เป็นประจักษ์พยานยืนยันว่า การเกิดเป็นทุกข์ การมีชีวิตอยู่ มันมีทุกข์เจืออยู่ด้วย เพราะฉะนั้นว่า โดยสรุปแล้วการมีชีวิตอยู่นี้ ก็ควรจะใช้ชีวิตที่อย่างมีสาระ อย่างมีแก่นสารกับตัวเรา เพื่อพัฒนาตัวเรา ให้ถึงที่สุดของความเจริญงอกงามทางด้านจิตใจ แล้วเราจะได้อยู่กับสิ่งต่าง ๆ ได้ โดยที่ทุกข์มันเบาลงบางลง ถึงที่สุดมันก็ไม่ได้ทุกข์เลย

 

ถอดความจาก : สุขทุกวัน7วัน7กูรู ตอน การเรียนรู้ การใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ 6 มี.ค. 60

ภาพ : www.pexels.com


บทความน่าสนใจ

เจ้าอาวาสวัดพุน้อยแจกข้าวสาร ช่วยเหลือชาวบ้าน กว่า 100 ชีวิต 

ถ้ารู้จักใช้ ชีวิตก็มีคุณค่ามหาศาล

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และน้องชาย ไว้อาลัย ป๋าแสง วีรบุรุษช่วยน้ำท่วมอุบล

ไม่ขอรับเงินบริจาค คุณยายสู้ชีวิต ยึดอาชีพไลฟ์สดขายเสื้อผ้ามือสอง

น้องแบงค์ ผู้ป่วยสมองตาย ญาติบริจาคอวัยวะ ช่วยต่อลมหายใจ 5 ชีวิต

keyboard_arrow_up