ความตายให้โอกาส 

เมื่อความตายให้โอกาส

ความตายให้โอกาส 
ความตายให้โอกาส 

เมื่อ ความตายให้โอกาส 

บทความธรรมะที่มาจากเนื้อหาส่วนหนึ่งของ “แค่รู้” ผลงานของพระมหาวิเชียร ชินวํโส  ที่จะทำให้ทุกท่านเห็นประโยชน์ความตาย เมื่อ ความตายให้โอกาส

เวลา 15.12 น. ของวันที่ 11 สิงหาคม 2552 ผู้ขียนกำลังปั่นต้นฉบับหนังสือสวดมนต์ทำวัตรอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หันไปหน้กุฏิเห็นอาจารย์หนุ่มคนหนึ่งซึ่งคุ้นเคยกันมานาน หน้าตาแสดงออกถึงริ้วรอยที่ผ่านความเศร้าโศก

” มีอะไรหรือ ”  ผู้เขียนเอ่ยถาม

คุณพ่อผมเสียแล้วครับ “

หา…??? เฮ้ย!!!  ” คำพูดแรกบ่งบอกถึงความมึนงงสงสัย คำที่สองบอกถึง

ครับ เร็วมากครับ…ผมเองก็ตกใจ “  เสียงสุภาพแผ่วเบา

คุณแมให้ผมมานิมนต์ท่านไปโรงพยบาล ถ้าท่านว่างนะครับ ” เสียงอจารย์หนุ่มรำพึงรำพันขณะทำหน้าที่เป็นสารถี

คุณพ่อจากไปเร็วมาก…จนผมทำใจไม่ได้ สำหรับคนที่เรารัก การจากไปของเขามักเร็วเกินไปเสมอ แต่สำหรับคนหนึ่งเกลียดชัง กลับช้าเกินไป อะไรคือความพอดี…

“ เคยคิดว่าจะหาเวลาว่างคุยกับพ่อบ้าง ผมก็มัวแต่ยุ่งเรื่องเรียนต่อ ก็มักจะไม่ได้ทำเสียที นึกแล้วอดเสียใจไม่ได้  ”

คนส่วนมากเมื่อถึงเวลาที่ต้องพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก ก็มักจะคำนึงถึงสิ่งที่ไม่สามารถหวนคืนมาได้ ผู้เขียนก็ได้แต่เตือนสติเท่าที่พอจะนึกออกในขณะนั้น

ย้อนหลังกลับไปมื่อ 7 ปีก่อน ขณะผู้ขียนยังพำนักอยู่อีกวัดหนึ่ง เสียกริ่งโทรศัพท์จากคุณครูปฏิรัก สุวรรณวัจน์ ปลุกให้ผู้เขียนตื่นจากภวังค์ หลังวางหูโทรศัพท์ก็รีบเดินทางไปยังห้องไอซียูโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก

ภาพที่ปรากฎบนตียงคือ คุณครูศุภวัฒน์ สุวรรณวัจน์ ผู้เป็นสามี นอนนิ่งสงบอยู่ห่มกลางเครื่องมือแพทย์ระโยงระยางเต็มไปหมด เขาเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ที่บ้านแล้วค่ะ พูดกับเราไม่ได้ แต่โยมรู้ว่าเขารับรู้ได้ เพราะหนังตาเขากระตุกทุกครั้งที่โยมพูดด้วย

เขาเครียดกับงานซึ่งเยอะมากจนส้นเลือดในสมองเตก หมอบอกว่าอยู่กับไปพอ ๆ กัน ”  คุณครูปฏิรักพูดเสียงเครื่อ

ผู้เขียนมึนงงกับภาพที่เห็น ได้แต่พูดให้ผู้ป่วยฟังตามที่นึกออกในขณะนั้น อาตมาจะสวดมนต์ให้ฟัง โยมอย่ากังวลกับเรื่องอื่นนะ ขอให้ตั้งสติอยู่ที่ เสียงอาตมา หากสวดได้ก็น้อมจิตนึกตาม ทำใจให้สบายนะ  ”

หลังจากนั้นในห้องไอซียูซึ่งมีพยบาลอยู่ที่เคาน์เตอร์หน้าห้องมายืนมองดูอยู่ด้วยความพิศวง แล้วเสียงสาธยายมนต์ก็ดังขึ้น อิติปิโส ภะคะวา… อะนุตตะรัง ปุญญักขตตัง โลกัสสาติฯ ”

ผู้เขียนสวบบทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ 108 จบ จนเสียงแหบแห้งโดยมิได้หวังผลใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ … ด้วยจิตอันศรัทธาเต็มเปี่ยม

หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ ผู้เขียนก็เห็นคุณครูศุภวัฒน์มาปรากฏตัวที่วัดอีกครั้ง โดยมีภรรยาและลูกชายประคองมากราบ

ควมตายให้โอกาสผู้ชายคนนี้ แล้วเขาก็รีบคว้าโอกาสทองไว้ ที่เคยชื่อว่าชีวิตหลังความตายไม่มีอยู่จริงก็เปลี่ยนไป คุณครูศุกวัฒน์หันมาฝึกฝนพัฒนาตนเอง ตักบาตร ทำบุญ สวดมนต์ เจริญภาวนทั้งสมถะและวิปัสสนา รักษาศีล 5 และศีลอุโบสถมาตั้งแต่นั้น เตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตายตลอดเวลา 7 ปีที่เหลืออยู่

จวบจนวันนี้ เมื่ออาตมามายืนอยู่ที่ห้องไอซียูห้องเดิม โรงพยาบาลเดิม แต่เหตุการณ์ไม่เหมือนเดิม ไม่มีแม้กระทั่งหนังตาที่กระตุก มีแต่ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ความตายไม่ให้โอกาสคุณครูศุภวัฒน์ในวัย 62 อีกแล้ว

ผู้เขียนได้แต่บริกรรมในใจว่า ” อะนิจจา วะตะ สังขารา อุปปาทะวะยะธัมมิโน อุปปัชชิตะวา นิรชณันติ เตสัง วูปะสะโม สุโข…สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีการเกิดขึ้นและดับไปเป็นธรรมดา การสงบระงับสังขารเหล่านั้นได้ เป็นความสุข ”

” ประมาณเที่ยงกว่าๆ ขณะที่ขับรถอยู่บนถนนเพื่อกลับบ้าน หลังจากไปซื้อของและเบิกเงินที่ธนาคารเพื่อนำไปทำบุญหนังสือพุทธมนต์กับท่านวันมะรืนนี้ (วันแม่ 12 สิงหาคม 2552) จู่ ๆ พี่เขาก็ปลดเกียร์ว่าง ดึงเบรกมือ โยมได้ยินเสียงอึกอักในลำคอจึงหันไปดู…เห็นเขาทำท่าเหมือนจะพูดอะไรกับโยม แต่พูดไม่ออก…โยมตกใจ…เสียงเขางียบไป โยมรีบเปิดประตูเรียกคนจากรถคันอื่นมาช่วย…พอมาถึงโรงพยบาล…ก็ไกันแล้ว หมอบอกว่าพี่ขาเสียตั้งแต่อยู่บนรถแล้วค่ะ ” คุณครูปฏิรักเล่าให้ผู้เขียนฟังทั้งน้ำตา แต่ไม่ฟูมฟายเหมือนคนอื่น ๆ ที่เสียบุคคลอันเป็นที่รักไป

ความตายมักทิ้งร่องรอยแห่งความทุกข์ ความเศร้าโศกไว้กับผู้อยู่เบื้องหลังเสมอ บทเรียนนี้แรงและเร็วเหลือเกินกับทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เป็นบทเรียนธรรมดาสำหรับโลกและสำหรับคนที่ฝึกจิตมาดีเเล้ว

“ เกิดก็เป็นทุกข์ แก่ก็เป็นทุกข์ เจ็บก็เป็นทุกข์ ตายก็เป็นทุกข์ พลัดพรากจากสิ่งที่รักก็เป็นทุกข์ ประสบกับสิ่งที่ชังก็เป็นทุกข์ ” พุทธพจน์เหล่านี้จึงเป็นสัจธรรมเสมอ แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจพุทธวจนะที่ทรงสรุปว่า ” กล่าวโดยย่อแล้ว การยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 (ว่าเป็นตัวกู ของกู) เป็นยอดแห่งทุกข์  ”

คุณ “M. bankrang” ส่งคำถามเข้ามาในเว็บบอร์ด www.chinawangso.net ถามผู้เขียนว่า ” เราจะมองผู้ปฏิบัติแต่ละคนจากตรงไหนจึงจะรู้ว่าเขาละความเป็นตัวตนกันได้แค่ไหน.. ”

ผู้เขียนได้ตอบไปว่า “เมื่อไม่มีอะไรอยู่ในมือ แล้วจะวางอะไร ในเมื่อตัวตนจริง ๆ ไม่เคยมี แล้วจะวางตัวตนตรงไหน ถ้ายังมีการพยายามวางตัวตน ก็มีตัวตนนั่นแหละเป็นผู้วางตัวตนซึ่งไม่มีอยู่จริง อยู่ให้เหนือการปล่อยวางนั้นเสีย ก็หมดตัวตนที่จะต้องวางอะไรไปเอง…”

ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ตาย หรือคนที่ยังแข็งแรงอยู่ เมื่อไรก็ตามที่ยังหลงว่า มีตัวตนอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะทุกข์ไปกับความตายนั้นผู้ขียนมั่นใจว่า คุณครูศุภวัฒน์จากไปในขณะที่ยังมีสติอย่างเต็มเปี่ยม เพราะในชั่วอึดใจนั้นยังสามารถปลดเกียร์ว่าง ดึงเบรกมือได้ทัน คุณครูศุภวัฒน์ สุวรรณวัจน์ เป็นครูมาตลอดทั้งชีวิต และแม้จากโลกนี้ไปแล้วยังเป็นครูสอนทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ว่า “ ตราบใดที่ความตายยังให้โอกาสอยู่ อย่าประมาทนะ ”

 

ที่มา : แค่รู้ โดย พระมหาวิเชียร ชินวํโส สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ

ภาพ : www.pexels.com


บทความน่าสนใจ

5 วิธีอินกับความตาย เข้าใกล้นิพพาน โดย พระไพศาล วิสาโล

ทำทุกวันเสมือนวันสุดท้ายของชีวิต ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ทำอย่างไรเราจะคิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย โดย พระไพศาล วิสาโล

keyboard_arrow_up