ทำอย่างไรให้จิตใจสดชื่น เบิกบาน และเป็นมงคล

ทำอย่างไรให้จิตใจสดชื่น เบิกบาน และเป็นมงคล

อาตมภาพเองก็เคยมารับการรักษาที่นี่ (โรงพยาบาลบ้านสวน) ก็ขออนุโมทนาในโอกาสนี้ด้วย ในขณะนั้นก็ได้รับความเอื้ออุปถัมภ์จากคุณหมอลดาวัลย์ พร้อมทั้งบุคลากรที่นี่ โดยเฉพาะผู้ที่ได้ช่วยใกล้ชิดก็มีคุณหนุ่ม หรือคุณกังวาล ที่ได้ช่วยนวดอยู่เป็นประจำ แล้วก็ม็คุณเจริญมาช่วยอยู่บ่อย ๆ ทั้งนี้ในความดูแลของคุณเล็ก ซึ่งมาคอยเอาใจใส่บอกกล่าวแนะนำอยู่ รวมทั้งท่านอื่น ๆ ด้วยหลายท่าน อาตมภาพก็เลยถือโอกาสอนุโมทนาไว้ในที่นี้ด้วย

ขออนุโมทนาคุณหมอ พร้อมทั้งบุคลากรของโรงพยาบาลทุกท่าน และในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ก็ถือว่าเราได้มาทำสิ่งที่ดีงามกัน  เป็นบุญป็นกุศล อย่างน้อยใจของแต่ละท่านก็เป็นกุศล คือมีความคิดที่ดี

ความคิดที่ดีนั้นก็เริ่มจากการมีน้ำใจนั่นเอง คือ มีน้ำใจ มีไมศรีธรรมต่อกัน แค่นี้ก็ดีแล้ว ท่านเรียกว่าเป็นกุศลเกิดขึ้นเเล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีเมตตาหรือไมตรีเกิดขึ้นในใจนั้นเป็นบุญมหาศาลเลยที่เดียว

การทำญนั้นบางที่เราไม่จำเป็นต้องไปถวายทาน คือไปถวายอาหารหรือให้ของอะไรหรอก เพียงแต่เราสร้างใจของเราให้เป็นใจที่ดี มีน้ำใจ ชุ่มฉ่ำด้วยความปรารถนาดี ก็เป็นบุญกุศลเกิดขึ้นแล้ว

ทุกท่านในที่นี้ อาตมภาพว่าอย่างน้อยก็มีน้ำใจอันนี้เกิดขึ้น บุญกุศลจึงเกิดขึ้นแล้ว นับว่าเราได้ตั้งต้นอย่างถูกต้อง ก็ขอให้บุญกุศลที่ตั้งขึ้นในใจนี้แผ่ออกมา หลั่งไหลออกมาทางกาย วาจาของเราด้วย แล้วก็มาช่วยนำทางชีวิตของเราให้มีความสดชื่น เบิกบานต่อไป

ยิ่งในโอกาสที่จะต้อนรับบีใหม่นี้ เป็นวลาที่เราถือตามคตินิยมว่าเป็นวันวลที่ดี ก็ขอให้ทุกท่านได้เตรียมใจต้อนรับความสุขอันนี้ไว้
การเตรียมใจต้อนรับความสุขก็โดยการกระทำของเราเอง คือทำใจ ของเราให้เป็นสุขสดชื่นเบิกบาน

การทำใจให้สดชื่นเบิกบานนั้น ถ้าเป็นพุทธศาสนิกชนก็เอาอย่างพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้ามีคำแปลง่าย ๆ ว่า รู้ ตื่น และเบิกบาน เพราะฉะนั้นเราก็ทำใจของเราให้มีพระพุทธเจ้าเข้าไปอยู่ในใจ คือ
1. มีความรู้ มองอะไรด้วยความรู้เข้าใจ ไม่ใช้อารมณ์ ใช้ปัญญา รู้จักพิจารณาเหตุผล แค่นี้ไปได้เยอะแล้ว มองสิ่งทั้งหลายด้วยความรู้ ด้วยปัญญา ไม่ปล่อยตัวให้เป็นทาสของอารมณ์

2. ตื่น คือ ไม่หลับใหลและไม่หลงใหล มีจิตใจที่ตื่นตลอดเวลา และ

3. เบิกบาน คือ มีความสดชื่นผ่องใส

พยายามรักษาสภาพจิตใจอย่างนี้ไว้ให้ได้เรื่อย ๆ แล้ว ท่านจะมีความสุข และพร้อมกันนั้น การรักษาโรคนี้ก็จะได้ผลดีด้วย

 

ธรรมกถา ณ โรงพยาบาลบ้านสวน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2534

ที่มา : กายหายไข้ ใจหายทุกข์ โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

ภาพ : www.pexels.com


บทความน่าสนใจ 

คิลานธรรม กลุ่มพระอาสาเยียวยาจิตใจผู้ป่วยและญาติ : พระวรท ธมฺมธโร

นิ่งสงบสยบปัญหา ธรรมะเตือนสติโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ละวิชาทางโลก เพื่อให้ได้พบสุญญตา 

การมีชีวิตอยู่อย่างไม่กลัว โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

พุทธวิธีเสริมสุขภาพกายและใจ  

keyboard_arrow_up