มัลกอร์ชาตา กอร์สกา

มัลกอร์ชาตา กอร์สกา นักอนุรักษ์ตัวเล็กๆ ผู้กล้าล้มโครงการยักษ์ของรัฐบาล

มัลกอร์ชาตา กอร์สกา
มัลกอร์ชาตา กอร์สกา

ว่ากันว่า “ชีวิตที่มีคุณค่าคือชีวิตที่เกิดมาเพื่อผู้อื่น”

แม้แต่ต้นหญ้าที่เรามักมองกันว่า “ไร้ค่า” ก็ยังเกิดมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น นับตั้งแต่หญ้าแต่ละต้นที่แตกใบออกเป็นต้นอ่อน จนกระทั่งชูยอดอวดระบัดใบ หรือแม้แต่เมื่อต้นหญ้าตายลง

หญ้าแห้ง ๆ ต้นนั้นก็ยังคงเป็นประโยชน์แก่ผืนโลกต่อไป…

จะว่าไปแล้วในโลกที่ยึดถือวัตถุนิยมเป็นใหญ่ ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยอำนาจและสถานภาพทางสังคม ผู้เป็นใหญ่มักได้รับการเทียบเคียงให้เป็นขุนเขาอันยิ่งใหญ่สูงเทียมฟ้า ชีวิตของ มัลกอร์ชาตา กอร์สกา (Malgorzata Gorska) นักกิจกรรมและนักอนุรักษ์ชาวโปแลนด์ก็คงไม่ต่างอะไรจากตันหญ้าเล็ก ๆ เรี่ยดิน

 

มัลกอร์ชาตา กอร์สกา

 

ค.ศ.1996 หลังจากรัฐบาลโปแลนด์ประกาศโครงการก่อสร้างถนนขนาดใหญ่ที่เรียกว่า“เวียบอลติคา (Via Baltica)” เพื่อเชื่อมนครเฮลซิงกิกับนครวอร์ชอว์เข้าด้วยกัน ครั้งนั้นแม้นักวิชาการนักอนุรักษ์จะพยายามคัดค้านโครงการดังกล่าว เพราะมันจะสร้างความเสียหายอย่างไม่อาจประเมินได้ให้กับพื้นที่ หุบเขารอสพูดา (Rospuda Valley) ซึ่งเป็นผืนป่าที่มีความหลากหลายทางนิเวศวิทยาสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป และเป็นบ้านหลังสุดท้ายของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด เช่น นกอินทรีหางขาว กวางใหญ่ หมูป่า แมวป่า ฯลฯ

ครั้งนั้นแม้วาการคัดค้านระดับภายในจะไม่เป็นผลใด ๆ “เพราะรัฐบาลโปแลนด์ยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิม แต่โชคยังดีว่าโครงการไม่สามารถเริ่มการก่อสร้างได้ด้วยเหตุติดขัดบางประการ จนกระทั่งเวลาผ่านไป 5 ปี “ฮีโร่”กู้วิกฤติรอสพูดาก็ปรากฏตัวขึ้น…ฮีโร่ซึ่งเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ชื่อว่า มัสกอร์ชาตา กอร์สกา

หลังจากกอร์สกาซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์นกแห่งโปแลนด์ได้เดินทางไปสัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของรอสพูดาด้วยตนอง เธอตัดสินใจทันทีโดยไม่ลังเลว่า“เธอจะสู้เพื่อรอสพูดา” ด้วยเหตุผลที่ว่า

“การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าธรรมชาติมีคุณค่าและสำคัญแค่ไหนต่อมวลมนุษยชาติ ผืนป่าไม่ได้เป็นแค่บ้านของสัตว์ป่าหรือพืชพรรณ แต่คือ”บ้าน” ของทุกคนที่เราต้องอยู่ร่วมกัน ถ้าเราไม่มีถนนที่ทันสมัย เราก็ยังคงอยู่ได้ แต่เราจะดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไรถ้าเราไม่มีป่า”

แม้กอร์สกาจะรู้ดีว่าลำพังแค่คนเล็ก ๆ อย่างเธอคงไม่มีอำนาจมากพอที่จะหยุดยั้งโครงการระดับชาตินี้ได้แน่ ๆ แต่ถ้าคนเล็ก ๆ สามารถรวมตัวกันได้เป็นหมื่นเป็นแสน ผลที่ออกมาก็ไม่แน่…อาจชนะรัฐบาลก็เป็นได้

 

มัลกอร์ชาตา กอร์สกา

 

กอร์สกาพยายามลำดับความคิดการทำงานให้รัดกุมมากที่สุด เริ่มตั้งแต่การลงพื้นที่หาข้อมูลอย่างละอียดและหาพันธมิตรร่วมอุดมการณ์ทั้งในโปแลนด์ ภาคพื้นยุโรป รวมถึงองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เมื่อทุกอย่างพร้อม กอร์สกาและทีมก็ออกแจกจ่ายเอกสารประชาสัมพันธ์ ขึ้นเวทีขยายความจริงของรอสพูดาให้ชาวโปลและสื่อมวลชนทุกแขนงในโปแลนด์รับรู้ เพื่อรณรงค์ให้ร่วมกันยับยั้งโครงการยักษ์ของรัฐบาล

ตลอดการรณรงค์แม้กอร์สกาจะถูกข่มขู่คุกคามจนแทบเอาชีวิตไม่รอดอยู่หลายครั้ง บางครั้งก็ถูกใส่ความว่าเป็นสายลับข้ามชาติ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่อาจหยุดยั้งกอร์สกาได้ เพราะในที่สุดข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่รัฐบาลโปแลนด์หมกเม็ดไว้ รวมทั้งรายชื่อประชาชนที่ร่วมคัดค้านโครงการกว่า 150,000 ชื่อก็ถูกนำส่งถึงคณะกรรมการสหภาพยุโรปและศาลยุติธรรมแห่งยุโรปเป็นที่เรียบร้อย…เกิดการไต่สวนรัฐบาลโปแลนด์เป็นครั้งแรก

หลังจากรัฐบาลโปแลนด์ไม่สามารถแสดงหลักฐานเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ได้ ในที่สุดศาลยุติธรรมแห่งยุโรปจึงมีมติให้ “ยกเลิกโครงการก่อสร้างถนนเวียบอลติคาผ่านหุบเขารอสพูดาอย่างเป็นทางการ” เป็นอันว่าการต่อสู้ที่แสนยาวนานของคอรส์กาและทีมได้สิ้นสุดลงเสียที

ชัยชนะของมัลกอร์ชาตา กอร์สกา และทีมแสดงให้เห็นว่า “แม้จะเป็นเพียงต้นหญ้าหรือยอดหญ้าเล็ก ๆ แต่ถ้ามี”จิตใจที่เข้มแข็งและมุ่งมั่น” ก็ย่อมสั่นคลอนขุนเขาให้โอนอ่อนได้ไม่ยาก”

 

มัลกอร์ชาตา กอร์สกา

 

***”มัลกอร์ชาตา กอร์สกา” ได้รับรางวัลสิ่งแวดล้อมโกลด์แมน (Goldman Environment Prize) ประจำค.ศ. 2010 (เทียบได้กับรางวัลโนเบลด้านสิ่งแวดล้อม) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อมอบให้แก่บุคคลทั่วไปที่อุทิศตนในการทำงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตนเอง

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  ปาปิรัส

ภาพ  goldmanprize.org

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

แม้เสียขาสองข้าง คุณตาก็ไม่เคยหยุดปลูกป่าเพื่อให้กลับมาเขียวอีกครั้ง

คนไทยใจดี ช่วยกันทำอาหารเลี้ยงเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าออสเตรเลีย

พาเมลา – อนิล มัลโฮตรา ซื้อ พื้นที่เสื่อมโทรม ทำให้เป็นป่าดงดิบในเวลา 25 ปี

สามีปลูกต้นไม้นับพันเพื่อรำลึกถึงภรรยาผู้ล่วงลับ 15 ปีต่อมากลายเป็นป่ารูปหัวใจ

keyboard_arrow_up