เกาให้ถูกที่คัน

“เกาให้ถูกที่คัน” บทความให้แง่คิดโดย ครูหนุ่ย – งามจิต มุทะธากุล

Alternative Textaccount_circle
event
เกาให้ถูกที่คัน
เกาให้ถูกที่คัน

เอดส์ เป็นโรคของระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ซึ่งเกิดการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ทำให้ผู้ป่วยมีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยเอดส์และผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถชะลอการดำเนินของโรคได้  แต่ยังไม่มีหนทางรักษาให้หายขาด  ไม่มีวัคซีนป้องกัน  ยาต้านไวรัส สามารถลดอัตราการตายและภาวะทุพพล- ภาพได้ดี  แต่ยาเหล่านี้ยังมีราคาแพงมาก  องค์กรสุขภาพต่าง ๆ เห็นว่าการรักษาเอดส์ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก  จึงให้ความสำคัญกับการควบคุมการระบาดของโรคเอดส์  ด้วยการรณรงค์การป้องกันการติดเชื้อผ่านการสนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี

ประเทศไทยเราให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก  มีการรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์อย่างต่อเนื่อง  วันหนึ่งครูเห็นข่าวการรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์ทางโทรทัศน์  มีนายแพทย์ท่านหนึ่งพูดว่า

“ภรรยาที่ดีต้องเตรียมถุงยางอนามัยไว้ในกระเป๋าสามี 2 อันเป็นประจำ และต้องคอยตรวจเช็กว่าพร่องเมื่อไรก็เพิ่มเข้าไป เพื่อที่ว่าเวลาสามีไปเที่ยวหาความสำราญทางเพศ ซึ่งบางครั้งอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งเป็นคราว สามีจะได้มีความตระหนักฉุกคิดถึงภรรยาแล้วหยิบถุงยางอนามัยออกมาใส่ แทนที่จะนำโรคมาให้ภรรยาที่บ้าน เพราะฉะนั้น ภรรยาที่ดีต้องป้องกันตัวเอง ต้องป้องกันสามีด้วยวิธีอย่างนี้”

ได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้วเกิดความรู้สึกทั้งอยากร้องไห้  ทั้งอยากหัวเราะในเวลาเดียวกัน

อยากร้องไห้เพราะรู้สึกสงสารภรรยาที่ดีคนนั้นอย่างจับใจ  นึกเห็นภาพภรรยาที่ดีเดินไปซื้อถุงยางอนามัย 2 อันมาใส่ในกระเป๋าของสามี

คงไม่มีภรรยาที่ดีคนไหนที่จะยิ้มอย่างเบิกบานมีความสุขขณะที่ทำเช่นนั้น   คงไม่มีภรรยาที่ดีคนไหน  ที่เมื่อพบว่า สามีใช้ถุงยางอนามัยหมดไปทั้ง 2 อัน  แล้วจะยิ้มอย่างเอ็นดู  แล้วรำพึงว่า  “อ้อ… ใช้หมดไปสองอันแล้ว ดีจัง ”

เกาให้ถูกที่คัน
Image by Astryd_MAD from Pixabay

แล้วถ้าพ่อสามีตัวดีเกิดพลาดพลั้งติดเอดส์ขึ้นมา  ภรรยาที่ดีคนนั้นอาจจะต้องรู้สึกผิดไปจนตายหรือเปล่า  เพราะบริหารถุงยางอนามัยให้สามีได้ไม่ดีพอ

คุณหมอท่านนั้นกำลังกดดันภรรยาที่ดีมากเกินไปหรือเปล่า

คุณหมอทำร้ายจิตใจ  และผลักภาระความรับผิดชอบครอบครัวให้ภรรยาที่ดีมากเกินไปไหม

ทำไมคุณหมอไม่สั่งสอนให้ผู้ชายเป็นสามีที่ดี  แล้วบอกกับเขาว่า

“สามีที่ดีต้องมีถุงยางอนามัยอยู่ในกระเป๋า 2 อันเสมอ เมื่อใช้ไปแล้วต้องซื้อมาเติมทุกครั้ง เวลาที่จะเกิดอุบัติเหตุทางเพศขึ้นมา ทันทีที่เห็นถุงยางอนามัยจะได้ตระหนักฉุกคิดถึงภรรยา แล้วกลับบ้านทันที สามีที่ดีต้องป้องกันตัวเองและภรรยาด้วยวิธีอย่างนี้”

คุณหมอกำลังดูถูกผู้ชายว่าสั่งสอนไม่ได้อย่างนั้นหรือ

คุณหมอรู้ไหมว่า  คุณหมอกำลังสั่งจิตใต้สำนึกของคุณสามีทั้งหลายให้นอกใจภรรยาที่ดีผ่านถุงยางอนามัย  เพราะหากภรรยาที่ดีทำอย่างที่คุณหมอว่า  ทันทีที่สามีเห็นถุงยางอนามัย   สมองจะตีความว่าภรรยาไฟเขียว  สนับสนุนพฤติกรรมนี้  แล้วเขาก็จะทำเรื่องผิดศีลธรรมนั้นอย่างสบายอารมณ์ และ ณ ขณะที่ภรรยาหยิบถุงยางอนามัยใส่ลงไปในกระเป๋าของสามี  เธอกำลังสั่งจิตใต้สำนึกของตัวเองว่า  ฉันไม่มีศักดิ์ศรี  ฉันไม่ดีพอ

ในทางกลับกัน   คุณหมอก็สามารถสั่งจิตใต้สำนึกของสามีให้มีความรับผิดชอบต่อครอบครัวผ่านถุงยางอนามัยได้เหมือนกัน  “ทันทีที่คุณเห็นถุงยางอนามัย   คุณจะอยากกลับบ้านไปหาเมีย” วิธีนี้น่าจะป้องกันโรคเอดส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกาได้ถูกที่คันมากกว่า

(เกาให้ถูกที่คัน)

ที่มา  คอลัมน์ Power of Mind นิตยสาร Secret

เรื่อง  ครูหนุ่ย – งามจิต  มุทะธากุล

Image by Pexels from Pixabay

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

อานิสงส์ของศีล โดย ดร.สนอง วรอุไร

keyboard_arrow_up