เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่

ไม่มีใครแก่เกินเรียน เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่ เริ่มหัดอ่านเขียนเมื่ออายุเกือบร้อย

เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่
เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่

เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่ (James Arruda Henry) ชาวอเมริกันเชื้อสายโปรตุเกส อายุกว่า 90 เกิดและเติบโตที่รัฐโรดไอแลนด์ เขาเป็นกัปตันเรือจับกุ้งล็อบสเตอร์ ซึ่งเป็นอาชีพที่เป็นหน้าเป็นตาของรัฐนี้ คุณตาเจมส์เป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือชุมชน และมีเพื่อนฝูงมากมาย

ทว่าตลอดเวลาเกือบร้อยปีที่ใช้ชีวิตมา…คุณตากลับรู้สึกราวกับว่าตัวเองไม่เคยมีตัวตน

เหตุก็เพราะไม่ว่าจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหนกับใคร คุณตาต้องคอยปกปิดความจริงที่ว่าตัวเองเป็นคนไม่รู้หนังสือ เวลาไปร้านอาหาร คุณตาก็จะรอให้คนอื่นสั่งอาหารก่อน ตัวเองจึงค่อยสั่งตาม เมื่อถึงเวลาเช็กบิล ก็จะแกล้งทำเป็นอ่านหนังสือพิมพ์แทนการดูบิลค่าอาหาร และใช้วิธีถามเด็กเสิร์ฟว่ามื้อนี้ราคาเท่าไร แม้จะเซ็นชื่อของตัวเองได้ แต่คุณตาก็รู้สึกทรมานใจทุกครั้งที่ต้องเซ็นชื่อลงบนเอกสารที่ตัวเองอ่านไม่ออก!

เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่

คุณตามีพ่อที่ติดเหล้า ชอบทุบตี และบังคับให้คุณตาออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุแค่ 9 ขวบ ตั้งแต่นั้นคุณตาก็ต้องทำงานหนักสารพัด แต่อาชีพที่ทำให้ตั้งตัวได้คืออาชีพชาวประมงจับกุ้งล็อบสเตอร์ คุณตาแต่งงานตั้งแต่อายุ 20 ต้น ๆ แต่ยังไม่กล้าบอกภรรยาว่าตัวเองอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จนเวลาผ่านไปสองปี จึงสารภาพกับภรรยา เธอจึงเป็นคนเดียวที่รู้ความลับเรื่องนี้

ตอนหนุ่ม ๆ คุณตาทำงานหนักมากจนไม่ว่างพอจะกลับไปเรียนหนังสือ พอแก่ตัวก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเรียนไหว จึงต้องทนกล้ำกลืนเก็บความลับนี้ไว้กับตัวมาตลอด กระทั่งคุณตาอายุได้ราว 92 ปี ภรรยาก็ล้มป่วยลง หลานสาวคนหนึ่งนำหนังสือเรื่อง Life Is So Good มาอ่านให้คุณยายฟัง คุณตาจึงพลอยได้ฟังไปด้วย ปรากฏว่าหนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นจากชีวิตจริงของชายผิวดำชื่อ จอร์จ ดอว์สัน (George Dawson) ซึ่งมีปู่เป็นทาส เขามาเริ่มเรียนเขียนอ่านตอนอายุ 98 ปี และเขียนหนังสือเล่มนี้ตอนอายุ 101 ปี เมื่อคุณตาได้ฟังเรื่องนี้จึงเกิดแรงบันดาลใจและเริ่มหัดอ่านหนังสือด้วยตัวเอง

เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่

หนังสือเล่มแรก ๆ ที่คุณตาพลิกดูคือพวกหนังสือภาพ พจนานุกรม หนังสือแบบเรียนสำหรับเด็ก ฯลฯ คุณตาพยายามเรียนรู้ด้วยตัวเองอยู่เป็นปี แต่เมื่อภรรยาเสียชีวิต ก็รู้สึกหมดกำลังใจและล้มเลิกความคิดที่จะเรียน แต่แล้ววันหนึ่งคุณตาประสบอุบัติเหตุหกล้มสะโพกหัก หมอแนะนำไม่ให้ใช้ชีวิตตามลำพังอีกต่อไป คุณตาจึงย้ายไปอยู่ที่ Academy Point ซึ่งเป็นบ้านพักคนชราที่สอนให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมที่ตัวเองสนใจ และที่นี่เองที่ทำให้คุณตาตัดสินใจหัดอ่านหัดเขียนอีกครั้ง

เมื่อคุณตาตัดสินใจเช่นนั้น ฟ้าก็ส่ง มาร์ก โฮแกน (Mark Hogan) มาเป็นผู้ช่วย มาร์กเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เกษียณอายุแล้วมาเป็นอาสาสมัครสอนหนังสือ มาร์กประทับใจในตัวคุณตามาก เพราะรู้ดีว่าการหัดเขียนหัดอ่านในวัยเกือบร้อยเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย แต่คุณตาก็สู้ไม่ถอย นั่งอ่านหนังสือและท่องศัพท์จนหลับไปกับกองหนังสือทุกคืน และมีพัฒนาการที่ทำให้มาร์กต้องขนลุกเลยทีเดียว

ด้วยความช่วยเหลือจากมาร์กและกำลังใจจากหลาน ๆ ตอนอายุ 96 ปี คุณตาก็อ่านเขียนได้คล่อง มาร์กจึงเชียร์ให้คุณตาเขียนหนังสือเล่าเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งคุณตาก็ทำได้สำเร็จ หนังสือเรื่อง In a Fisherman’s Language เป็นหนังสือที่โรงเรียนประถมทั่วสหรัฐฯคัดเลือกให้มีไว้ในห้องสมุด ทำให้คุณตาวัย 98 ปีซึ่งเดินไม่ค่อยไหวกลายเป็นคนดังระดับประเทศ ทั้งเดินสายแจกลายเซ็นและเป็นวิทยากรบรรยายให้เด็ก ๆ เข้าใจความสำคัญของการอ่านเขียน

เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่

คุณตาเล่าว่า หนังสือเล่มนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต มันคือข้อพิสูจน์ว่า ถ้าคนเรากล้าตัดสินใจ มีความมุ่งมั่น และไม่ท้อถอย…เพียงมีสามอย่างนี้เท่านั้น ก็ไม่มีอะไร…ที่เป็นไปไม่ได้

ปี 2013 เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่ จากไปอย่างสงบในวัย 99 ปี กลายเป็นอีกบุคคลในตำนานที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ เข้าใจความสำคัญของการอ่านเขียน และพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า “ไม่มีใคร แก่เกินเรียน ”

อย่าปล่อยให้เวลาทำลายความตั้งใจ ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับผู้ที่มีความพยายาม

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  Violet

ภาพ  Yahoo news, google

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

คุณปู่วัย 93 ใช้เวลากว่า 50 ปี สร้างอาสนวิหารด้วยมือ

คุณปู่ใจบุญ อุทิศชีวิตวัยเกษียณดูแลเด็กป่วยภาวะวิกฤต แถมบริจาคเงินเป็นล้าน

คุณตาใช้เวลา 2 ปี ปลูกดอกไม้นับพันเพื่อให้ภรรยาตาบอดยิ้มได้อีกครั้ง

keyboard_arrow_up