ความสุขที่หายไป

ความสุขที่หายไป บทความดี ๆ ชวนให้ย้อนดูความสุขของตัวเอง

ความสุขที่หายไป
ความสุขที่หายไป

ทันทีที่วิปครีมซึ่งตกแต่งอยู่บนหน้าไอศกรีมถ้วยนั้นแตะปลายลิ้น ฉันก็สัมผัสได้ถึงความหวานละมุนนุ่มลิ้น ก่อนที่มันจะค่อยๆ ละลายหายไป

ฉันใช้เวลาที่เหลือหันมองโต๊ะอื่นในร้าน ลูกค้าที่นี่ส่วนมากเป็นผู้หญิง ทุกคนล้วนมีสีหน้าเปี่ยมสุข บ้างยิ้ม บ้างหัวเราะขบขัน บ้างหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพไอศกรีมถ้วยโปรดเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐานการมาเยือนร้านไอศกรีมที่เลื่องชื่อในเรื่องวิปครีมโฮมเมดที่อร่อยที่สุดในย่านนี้ ฉันยังคงมีสีหน้านิ่งเฉยแล้วจ้วงไอศกรีมคำต่อ ๆ ไปจนหมดถ้วย ทำให้ไม่ทันได้สังเกตว่า เพื่อนสนิทกำลังจับจ้องฉันอยู่

“ต่อไปจะไม่พาไปกินอะไรอีกแล้ว” เพื่อนสนิทของฉันโพล่งขึ้นมา หลังจากที่เราเดินออกมาจากร้านไอศกรีมสักพัก

“อุตส่าห์พาไปกินร้านอร่อย ๆ ไม่เห็นเธอจะชอบเลย” สองประโยคสั้น ๆ ของเพื่อนทำให้ฉันได้เก็บมานั่งคิดทบทวนตัวเอง

ฉันสามารถเรียกสิ่งที่ลิ้นสัมผัสนั้นว่าอร่อยได้ไหม ถ้าได้…ทำไมจึงไม่มีการแสดงออกทางสีหน้า แววตา หรือคำพูดที่บ่งบอกถึงความสุขนั้นเลย…แล้วความสุขของฉันหายไปไหน

ฉันพยายามกู้ความจำเก่า ๆ ให้กลับคืนมา ด้วยอยากรู้ว่าฉันกลายเป็นคนที่ไม่ตื่นเต้นกับอะไรแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันเย็นชา นิ่งเฉยเกินไปหรือเปล่า ดูเหมือนว่าความรู้สึกส่วนนี้ของฉันจะเสียหายอย่างหนัก น่าแปลกที่ฉันค้นหาความสุขของตัวเองไม่พบ จะเห็นก็แต่ความสงบนิ่งของอารมณ์ที่คงที่อยู่อย่างนั้น

เมื่อยังเป็นวัยรุ่น ฉันก็ไม่ต่างจากคนทั่วไปที่ใฝ่ฝันจะมีความสุข และมักจะแขวนความสุขของตัวเองเอาไว้กับอีกคนหรืออีกสิ่งที่เรารัก ฉันมักรู้สึกตัวลอยฟูทุกครั้งที่ก้อนความสุขพุ่งเข้ามาปะทะ การสมหวังในความรัก การได้ไปเที่ยวที่ไหนไกล ๆ การสอบได้เป็นอันดับต้น ๆ การได้รับรางวัลและคำชมเชย การได้ซื้อของเป็นรางวัลให้ตัวเอง รวมไปถึงการได้กินอาหารอร่อย ๆ ทุกอย่างทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้ลอยละล่องออกไปไกลแสนไกล

ความสุขนั้นค่อย ๆ กลืนหายไปกับเหตุการณ์ใหม่ ๆ ที่ผ่านเข้ามา ทำให้ฉันไม่ทันได้รู้ตัวแน่ชัดว่า เลิกตัวลอยไปกับความสุขนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่ รู้แต่ว่า เมื่อนึกถึงมันขึ้นมาทีไร ละอองความสุขในอดีตก็ถูกพัดขึ้นมาใหม่ ปรากฏเป็นภาพเดิม ๆ ที่ยังทำให้สุขใจอยู่ได้ทุกที จนทำให้เข้าใจเลยเถิดไปว่าสุขนี้ยังคงอยู่กับเราตลอดเวลา

ความสุขที่หายไป
Photo by Dana Tentis from Pexels

พอถึงวัยที่เจนโลกขึ้นมาหน่อย ความสุขก็เปลี่ยนรูปแบบไป เมื่อตารางเวลาไม่มีช่องว่างมากพอสำหรับเติมเต็มความสุขแบบเดิมแล้ว สิ่งที่พอจะทำได้คือ การตระเตรียมความสุขล่วงหน้า ความสุขของคนบ้านนอกบ้านนาที่เข้ามาดิ้นรนใช้ชีวิตในเมืองกรุงอย่างฉัน คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้สะสางภารกิจให้เสร็จเรียบร้อยแล้วกลับไปเยี่ยมบ้าน ฉันมักจะเขียนแผนล่วงหน้าไว้บนปฏิทิน แล้วค่อย ๆ กากบาททิ้งทีละวัน ๆ นับถอยหลังรอจนกว่าจะถึงวันที่รอคอย

จินตนาการฝันฟุ้งก่อตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนกากบาทที่เพิ่มขึ้นบนปฏิทิน ฉันอดนึกไม่ได้ว่า เมื่อถึงวันนั้นฉันจะมีความสุขมากแค่ไหน พอนึกถึงช่วงเวลาที่จะได้เจอหน้าพ่อ แม่ และพี่สาวแล้ว ฉันหยุดอมยิ้มไม่ได้เลย บางครั้งเหม่อคิดไปไกลถึงขั้นว่า จะไปกินข้าวที่ร้านไหนกันดี ฉันทำแบบนี้ทุกครั้งที่จะได้กลับบ้าน โดยไม่เคยคิดเอะใจเลยว่า ทำไมทุกครั้งที่ฉันเดินทางกลับมายังเมืองกรุง ฉันถึงได้รู้สึกหดหู่และเศร้าซึมอย่างหนัก ทำไมความสุขถึงรีบจากฉันไปเร็วนัก

ทุกเหตุการณ์ดำเนินไปอย่างที่วางแผน กระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังนั่งรถทัวร์กลับบ้าน น่าแปลกที่ฉันค้นไม่พบความสุขและความตื่นเต้นตัวเบาอีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างราบเรียบไปหมด วินาทีนั้นฉันมองทะลุภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ฉันเข้าใจแล้วว่า แม้ช่วงเวลาที่กลับบ้านจะเปี่ยมสุขมากแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อหมดเวลานั้นแล้วฉันก็ต้องกลับมาเริ่มตั้งต้นปรับอารมณ์ให้กลายเป็นศูนย์ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้พร้อมสำหรับชีวิตประจำวันแบบเดิม ๆ ในเมืองกรุงอยู่ดี

ตั้งแต่วินาทีนั้นฉันกลายเป็นคนที่เลิกตื่นเต้นกับอะไรใหม่ ๆ ฉันเลิกฝากความสุขไว้กับใครหรือกับสิ่งใด เลิกยึดติด รอคอย และคาดหวังกับความสุขเหมือนที่เคยเป็น เพราะรู้ดีว่า ฉันไม่สามารถพกมันไว้กับตัวได้ตลอดไป

ความงามของสายรุ้งไม่ปรากฏให้ได้เห็นกันบ่อย ๆ และไม่อยู่ให้ชื่นชมนาน ๆ ความสุขก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกัน ฉันค้นพบแล้วว่า ความสุขที่แท้มีอายุสั้น แต่เรามักต่ออายุให้มันด้วยการเข้าไปปรุงเติมเสริมแต่งจนกลายเป็นสุขที่แตกกิ่งก้านสาขา แล้วหลงวิ่งตามมันด้วยการสร้างภพสร้างชาติขึ้นในจิต คิดวนเวียนซ้ำซากอยู่อย่างนั้นไม่มีวันจบสิ้น

สุขที่ปรุงแต่งนี้ถูกบ่มเพาะขึ้นมาจากอวิชชาหรือความไม่รู้แจ้งเห็นจริง นำพาเราให้ติดอารมณ์จมลึกอยู่กับความสุขลวง ๆ ที่หอมหวาน

ถ้าเราแบกความสุขมาเก็บพอกพูนไว้จนกลายเป็นความสุขกองโต แล้วหากวันใดที่ความสุขนั้นถึงเวลาต้องดับไปจริง ๆ แล้วชีวิตเราจะไม่พังทลายลงหรือ

ความจริงไม่มีใครหรือสิ่งใดหรอกที่หยิบยื่นความสุขสมหวังนี้ให้กับเรา มีแต่เราเองต่างหากที่หลงไปสร้างมันให้เกิดขึ้นในจิต การอยู่กับอารมณ์ที่ว่างเปล่าให้ได้ต่างหาก จึงจะเรียกว่าอยู่กับความเป็นจริง

ในวินาทีที่วิปครีมสัมผัสปลายลิ้นแล้วค่อย ๆ ละลายหายไป ฉันไม่สงสัยอีกต่อไปแล้วว่า ทำไมฉันถึงไม่ยิ้ม

(ความสุขที่หายไป)

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  รำไพพรรณ บุญพงษ์

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

ความสุข…คือจุดเริ่มต้น – บทความดี ๆ เพิ่มพลังบวกให้ชีวิต

ความสุขพอเพียง เรียบง่าย ไม่สิ้นเปลือง โดย พระอาจารย์ยุทธนา เตชปัญฺโญ

keyboard_arrow_up