คนไข้ลาว

คนไข้ลาวเงินหมด คิดกลับไปตายบ้านเกิด หมอไทยช่วยกันลงขันยื้อชีวิตไว้ได้

Alternative Textaccount_circle
event
คนไข้ลาว
คนไข้ลาว

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวน่าประทับใจในโลกโซเชียล เมื่อทีมแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศไทย ระดมน้ำใจช่วยเหลือ คนไข้ลาว ฐานะยากจน ซึ่งครอบครัวพามารักษาตัวจนเงินหมด เหลือเงินติดตัวแค่ 200 บาท ครอบครัวจึงจะขอพากลับไปตายที่บ้านเกิด

คุณหมอเจ้าของไข้เห็นว่าอาการของคนไข้สามารถรักษาให้หายได้ ไม่อยากปล่อยให้คนไข้กลับไปเสียชีวิตที่บ้านเกิด เพราะคนไข้ยังมีลูกเล็ก ๆ หลายคนที่ต้องดูแล จึงขอคำปรึกษาจากเพื่อนหมอด้วยกัน และเกิดการระดมทุนช่วยกันลงขันในกลุ่มเพื่อนหมอ ในที่สุดก็สามารถช่วยชีวิตคนไข้เอาไว้ได้  ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wirat Sawangarom  ได้เผยแพร่เรื่องราวดังต่อไปนี้

เทวดาผู้คืนชีวิต พาพ่อคืนมาให้ลูก ๆ ได้สำเร็จ ..

#สายของวันหนึ่ง ..

หมอราชันย์ : เอาไงดีพี่ก๊อต คนไข้ลาว ญาติจะเอากลับไปตายที่บ้าน แต่ผมรักษาได้ ผมรักษาหายได้ อายุไม่เยอะ มีลูกเล็ก ๆ หลายคน รักษาจนหมดตัว เหลือแค่ 200 ค่าข้ามกลับไปยังไม่พอ ค่าข้าวกินแทบไม่มี

ผม : ให้ทีมช่วยเลยครับ

หมอราชันย์ : เอากลับไปเขาตายแน่นอน แต่ค่ารักษาต่อเนื่องอีกครึ่งเดือน แสนกว่าบาท

ผม : แชทกลุ่มเลยครับ

10 นาทีต่อมา ..

หมอเอ๊บ อาจารย์ศัลยแพทย์ รพ.ในอุดรธานี : เอาเลยหมอราชันย์ ผมระดมทุนทางนี้เอง

หมอยศ อาจารย์แพทย์เด็กใน รพ.ลพบุรี : ผมช่วยเต็มที่ครับอาจารย์ บอกมาเลย

ผม : หมอราชันย์ เดินเรื่องรักษาเลย เราหาเงินได้แน่

12 ชั่วโมงต่อมา หลังจากแชทแรก ..

.. เรากระชากพ่อของลูก ๆ จากมือยมบาลกลับมา ให้เด็ก ๆ ชาวลาว 4 คนได้สำเร็จจริง ๆ

#ขอขอบคุณ

น้องชายน์ รพ.มุกดาหาร
น้องนิก นักธุรกิจจากกรุงเทพ
น้องอาร์ท จากอำนาจเจริญ
คุณปีนัง เขตเสือ
คุณแพรว ร้าน พ.กะเพรา
คุณวา ตลาดอินโดจีน
น้องทิพย์ รพ.กุมภวาปี
และเพื่อนๆหมอณรงค์ศักดิ์

ขอบคุณทีมพยาบาลที่หากระทั่งข้าวให้เขากิน
รพ.มุกดาหาร เมตตาเรื่องค่าใช้จ่าย ในอัตรามนุษยธรรม

.. แค่เรา 4 คนเรี่ยวแรงคงไม่พอ พวกคุณต่างหากที่ช่วยกัน #ขอบพระคุณมนุษยธรรมในครั้งนี้ครับ

เทวดาผู้คืนชีวิต พาพ่อคืนมาให้ลูกๆได้สำเร็จ .. #สายของวันหนึ่ง ..หมอราชันย์ : เอาไงดีพี่ก๊อต คนไข้ลาว…

Posted by Wirat Sawangarom on Friday, November 8, 2019

คนไข้ลาว

คนไข้ลาว

คนไข้ลาว

ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับคุณหมอใจดีผู้รักษาคนไข้รายนี้ นั่นคือ พ.ราชันย์ จันทร์อ่อน แพทย์เฉพาะทางอายุรกรรม โรงพยาบาลมุกดาหาร ซึ่งเป็นแพทย์ผู้รักษา นายสุกกี พะสะหวัด อายุ 44 ปี ชายชาวลาวจากหมู่บ้านหนองแสง แขวงสะหวันนะเขต

คุณหมอราชันย์เล่าว่า คนไข้ได้มารักษาตัวที่โรงพยาบาลมุกดาหาร ที่ตึกอายุรกรรมชาย ชั้น 8 ก่อนจะมาที่นี่ได้ไปรักษาที่สะหวันนะเขตมาแล้ว 5 วัน อาการไม่ดีขึ้น ญาติจึงพามาที่ โรงพยาบาลมุกดาหาร มาถึงตอนเช้าก็ไม่ได้ใส่ท่อเครื่องช่วยหายใจ อาการหนัก ความดันต่ำมีโอกาสช็อค และมีภาวะปอดบวมอย่างรุนแรงและมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานด้วย

การรักษาที่ดีที่สุดคือให้ยาฆ่าเชื้อ คุมเชื้อ และในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร พบเชื้อเมลิออย (Melioidosis) มาก และมีอัตราการตายสูงมาก ซึ่งคนไข้มาวันแรกก็รู้สึกตัวแต่พูดไม่ได้ ทางห้องแล็บรายงานว่าติดเชื้อในกระแสเลือด และได้พยายามวินิจฉัยอย่างรวดเร็วว่าติดเชื้อเมลิออย (Melioidosis) ทางทีมแพทยืจึงรีบให้การรักษา



ในวันต่อมาคนไข้ยังดูดีอยู่ มีเครื่องช่วยหายใจ ออกซิเจน 100 % แต่ตอนบ่าย 3 โมง คนไข้หายใจหอบเหนื่อยมาก ภรรยาของคนไข้บอกว่าจะพากลับไปที่สะหวันนะเขต เอาไปตายที่บ้าน เพราะไม่มีเงินและได้จ่ายไปแล้ว 38,000 บาท เพราะคนไข้อาการหนัก และได้เรียกรถฉุกเฉินจาก สะหวันนะเขตมาแล้วและกำลังจะข้ามสะพาน

คุณหมอราชันย์วินิจฉัยแล้วว่า อาการของคนไข้มีแค่ปอดบวม ความดันดี ปัสสาวะดี ไตทำงานดี ประเมินคนไข้ดูแล้วน่าจะมีโอกาสรอดได้ แต่ภรรยาไม่ยอมจะพากลับอย่างเดียว บอกว่าไม่มีเงิน คุณหมอจึงขอให้อยู่ต่อสักคืนหนึ่งก่อน ก็เลยให้อยู่ต่อ และให้ย้ายมาที่ห้อง ICU เพราะมีทีมพยาบาลดูแลอย่างดี

พอย้ายมาห้องไอซียู ภรรยาก็ยังยืนยันจะพาสามีกลับบ้านให้ได้ บอกว่าก่อนข้ามแม่น้ำโขงพาสามีมารักษามีเงิน 20,000 บาท ขอยืมนายจ้างมาอีก 20,000 บาท ตอนนี้จ่ายโรงพยาบาลไปแล้ว 38,000 บาท



คุณหมอจึงขอคุยกับภรรยา โดยบอกภรรยาไปว่าสามารถรักษาได้ อายุผู้ป่วยยังไม่มาก ภาวะแทรกซ้อนมีแค่ปอดบวม ระบบหายใจล้มเหลว ความดันตอบสนองดี ความรู้สึกตัวก็พูดคุยรู้เรื่อง โอกาสรอดประมาณ 80 % ก็เลยขอยื้อคนไข้ไว้ ส่วนเรื่องค่ารักษาค่อยคุยกันวันหลัง ขอรักษาชีวิตไว้ก่อน เพราะว่าลูกยังเล็ก สงสารลูกถ้าไม่มีพ่อ

หลังจากนั้นคุณหมอได้โพสต์ถามในกลุ่มไลน์เพื่อนหมอที่สนิทกัน ปรึกษาว่าจะช่วยคนไข้ชาวลาวรายนี้ได้อย่างไร เขามีโอกาสรอด มีปัญหาแค่เงินค่ารักษา ประเมินค่าใช้จ่ายแล้วตกวันหนึ่งราวหมื่นกว่าบาท เพราะติดเชื้อเมลิออย โรคนี้ค่อนข้างรักษายาก ต้องฉีดยาอย่างน้อย 14 วัน ในที่สุดใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมงก็สามารถลงขันในกลุ่มเพื่อนได้เงินมาประมาณ 5-6 หมื่นบาท บางส่วนบริจาคมาจากฝั่งลาว

คุณหมอกล่าวถึงทุกฝ่ายที่มีส่วนช่วยเหลือไว้ว่า

“ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ และได้แรงบันดาลใจจากคุณหมอ ณรงค์ศักดิ์ โรงพยาบาลกุมภวาปี และหมอน้องยศ กุมารแพทย์โรงพยาบาลลพบุรี เป็นทีมงานของเรา ซึ่งเราจะปรึกษากันทุกเรื่องเกี่ยวกับคนไข้ และระดมทุนในกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกันคนละเล็กคนละน้อย และขอขอบคุณทุกท่านที่ทราบข่าวที่ให้กำลังใจ และน่าจะเพียงพอกับการรักษาคนไข้ของเราได้ และขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร ที่ให้กำลังใจ ขอบคุณทีมงานทุก ๆ ท่านที่ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่”

นางน้อย พะสะหวัด อายุ 40 ปี ภรรยาของผู้ป่วยชายชาวลาวกล่าวว่า ทางโรงพยาบาลมุกดาหารได้ช่วยรักษาเป็นอย่างดี เธอไม่มีเงินรักษาสามีต่อ ที่บ้านยากจนไม่มีที่นา รับจ้างไปวัน ๆ เธอมีบุตร 3 คน และทำใจไว้แล้วที่จะพาสามีกลับไปตายที่บ้าน เพราะเงินที่นำมารักษาก็หยิบยืมเขามา ขอบคุณคุณหมอทุกท่านที่เมตตาช่วยครอบครัวของเธอ

“ตื้นตันใจที่หมอได้ดูแลรักษาสามีเป็นอย่างดี มีน้ำใจในการบริจาค และขอขอบคุณผู้ใจบุญทั้งหลายที่ได้บริจาคเงิน และขอบคุณทางโรงพยาบาลมุกดาหาร หมอ และพยาบาลทุก ๆ คนที่ดูแลรักษาสามีเป็นอย่างดี” นางน้อยกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจ

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก  เฟซบุ๊ก Wirat Sawangarom, MGRonline

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

หมอฟันใจบุญ เดินสายช่วยทำฟันฟรีให้ผู้ยากไร้ทั่วโลกได้ยิ้มสวยอีกครั้ง

ชื่นชมคุณหมอลงขันรวมเงินเป็นค่าเดินทางมารักษาตัวให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้

คุณหมอผู้ยึดมั่นในความดี แม้ความตายก็ไม่อาจสั่นคลอนแรงศรัทธา

keyboard_arrow_up