ธงจระเข้

ไขตำนานและเรื่องน่าคิดจาก “ธงจระเข้” ในงานบุญทอดกฐิน

ธงจระเข้
ธงจระเข้

ไขตำนานและเรื่องน่าคิดจาก ธงจระเข้ ในงานบุญทอดกฐิน

เมื่อถึงเทศกาลงานบุญทอดกฐินทีไร เราก็จะเห็นขบวนเชิญผ้ากฐิน (ผ้าไตรจีวร) และกฐินบริวาร ไม่ว่าจะเป็นต้นเงิน ที่เต็มไปด้วยธนบัตร หรือเครื่องไทยธรรมต่าง ๆ มากมาย สิ่งที่สะดุดตาก็คือ ธงจระเข้ สีเขียวสดบนผ้าผืนสีขาวสะอาดตา เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมต้องมีธงรูปจระเข้อยู่ร่วมในขบวนกฐินด้วย

จระเข้ที่ปรากฏในธงกฐิน เมื่อก่อนเคยเกิดเป็นเศรษฐีแต่มีนิสัยขี้ตระหนี่มาก บุญกุศลไม่ยอมทำ เอาแต่เก็บเงินเก็บทอง และเอาทรัพย์สมบัติที่ตนเองเก็บสะสมมาฝังไว้ที่หัวสะพานริมน้ำ เมื่อกำลังจะตายจิตคิดห่วงสมบัติที่ซ่อนไว้ จึงทำให้เกิดเป็นจระเข้ฝังสมบัติ ภรรยาของเศรษฐีฝันว่าสามีเกิดเป็นจระเข้ได้รับทุกขเวทนามาก ทั้งยังบอกที่ฝังสมบัติให้ภรรยานำไปทำบุญเพื่อให้ตนเองได้พ้นจากภพที่เกิดเป็นเดรัจฉาน

 

ธงจระเข้
ภาพจาก www.sensethailand.com

 

เมื่อภรรยาเศรษฐีทราบดังนั้นก็เสียใจที่สามีเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน นางจึงนำสมบัติเหล่านั้นไปทอดกฐินถวายวัด เมื่อขนผ้ากฐินและเครื่องไทยธรรมต่าง ๆ ขึ้นเรือแล้ว ภรรยาเศรษฐีได้บอกกับจระเข้ที่เคยเป็นสามีในอดีตชาติว่าขบวนกฐินกำลังจะไปวัด ขอให้จระเข้ว่ายน้ำตามไปร่วมอนุโมทนาด้วย

แต่แล้วจระเข้สิ้นใจลงระหว่างทางเพราะหมดแรงที่จะว่ายน้ำตามขบวนกฐินไปยังวัด ฝ่ายภรรยาเสียใจเมื่อจระเข้อดีตสามีตายไป เมื่อขบวนกฐินมาถึงวัด เจ้าอาวาสเห็นภรรยาเศรษฐีเศร้าโศก จึงถามไถ่ว่าเศร้าเพราะเหตุใด เมื่อเจ้าอาวาสทราบเรื่องราวทั้งหมด เจ้าอาวาสจึงวานให้ช่างวาดรูปจระเข้ขึ้นบนผืนผ้าสีขาวแล้วไปผูกติดกับกิ่งไม้เป็นประหนึ่งธง เพื่อแสดงให้ทุกคนประจักษ์ว่าสมบัติทั้งหมดนี้เป็นของจระเข้ตัวนี้  นี้คือที่มาของธงจระเข้ในงานบุญกฐิน

นอกจากนิทานจระเข้เศรษฐีที่เล่าไปเมื่อสักครู่ คุณพัชนะ บุญประดิษฐ์  อธิบายถึงที่มาของธงจระเข้ในงานบุญทอดกฐินไว้ถึง 2 ความเชื่อด้วยกันดังนี้ (1) คนในสมัยก่อนนิยมแห่ผ้ากฐินกันทางเรือ การเดินทางทางเรือมักต้องพบกับอันตรายจากสัตวร้ายอย่างจระเข้ เช่น จระเข้หนุนเรือให้ล่ม การนำธงจระเข้มาติดไว้ในขบวนกฐินจึงเป็นการประกาศให้จระเข้รับทราบถึงงานบุญงานกุศลที่จะเกิดขึ้น และเชื่อว่าอาจทำให้จระเข้มีจิตใจที่อ่อนโยนลง ไม่คิดทำอันตรายต่อขบวนเรือกฐิน (2) อีกความเชื่อคือ รูปจระเข้บนธง หมายถึง ดาวจระเข้ เพราะดาวกลุ่มนี้จะปรากฏในตอนรุ่งเช้า ซึ่งในสมัยก่อนนิยมเคลื่อนขบวนกฐินกันในตอนเช้า ดังนั้นการเห็นธงจระเข้จึงไม่ต่างจากการบ่งบอกว่าถึงเวลาเคลื่อนขบวนกฐินนั่นเอง

 

ธงจระเข้
ภาพจาก http://starfkc.blogspot.com

 

ตำนานธงจระเข้สะท้อนความเชื่อในคติพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี ในเรื่องของจิตสุดท้าย เพราะจิตของเศรษฐีเกิดคิดห่วงสมบัติที่ฝังไว้ จึงทำให้เกิดเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้บริเวณที่ฝังสมบัติ ครั้งสมัยพุทธกาลก็มีเหตุการณ์ที่คล้ายกันเกิดขึ้นว่า ครั้งพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ พระเชตวันวิหาร กุลบุตรชาวสาวัตถีคนหนึ่งได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา และรู้จักในชื่อว่า “พระติสสเถระ” เมื่อเข้าสู่เข้าพรรษา พระติสสะได้จำพรรษา ณ วิหารในชนบท ได้ผ้าสาฎกเนื้อดีมากมาผืนหนึ่ง เมื่อออกพรรษาก็นำผ้าสาฎกผืนนี้ไปฝากไว้กับพี่สาว

พี่สาวเห็นว่าผ้างามเกินไปที่จะทำเป็นจีวร จึงตัดผ้าออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วนำไปย้อมเป็นอย่างดี พระติสสะตระเตรียมเข็มและด้ายเพื่อที่จะทำการเย็บจีวร และได้นิมนต์พระเถระมาเป็นประธานในการตัดเย็บผ้าจีวรด้วย

เมื่อพระติสสเถระมาทวงผ้าที่ฝากไว้ที่พี่สาว (สันนิษฐานว่าพี่สาวของพระติสสเถระน่าจะบวชเป็นภิกษุณีด้วย เพราะทราบเรื่องพระวินัยและวิธีการย้อมจีวร) พระติสสะเห็นผ้าผืนที่ฝากไว้ดูแปลกตาไป พี่สาวจึงบอกว่าผืนนี้เป็นของน้อง แต่พี่ได้ทำให้ถูกต้องตามพระวินัย แบ่งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วย้อมเสีย ขอน้องนำไปเย็บเป็นจีวรเถิด

 

ธงจระเข้
ภาพจาก https://pixabay.com

 

เมื่อพระติสสะทำจีวรกรรม (การเย็บจีวรโดยมีพระภิกษุรูปอื่นมาร่วมช่วยด้วย) เป็นที่เรียบร้อย ก็ได้ชมผ้าจีวรเนื้องามนี้ว่าเป็นของตน และพร่ำบอกว่าตนจะห่มในวันรุ่งขึ้น แต่แล้วด้วยโรคปัจจุบันทันด่วน (ไม่ทราบว่าท่านมรณภาพด้วยโรคอะไร) ทำให้ท่านมรณภาพลง เมื่อจิตสุดท้ายคิดห่วงผ้าจีวรผืนงาม พระติสสะจึงมาเกิดเป็นตัวเล็น (แมลงชนิดหนึ่ง) อยู่ในจีวร

เมื่อเหล่าภิกษุได้จัดพิธีศพของพระติสสะเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ทำการแบ่งจีวรผืนนี้ ตัวเล็นซึ่งเป็นพระติสสเถระเมื่อชาติก่อนจึงร้องออกมาว่า “พวกท่านจะแย่งของ ๆ ข้าไม่ได้นะ” พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบด้วยทิพยญาณจึงตรัสต่อพระอานนท์ว่า “อานนท์เธอบอกกับภิกษุว่า อย่าได้แบ่งจีวร จนกว่าจะผ่านไปแล้ว 7 วัน” 

เมื่อถึงวันที่ 8 แล้วปรากฏว่า ตัวเล็นได้ตายลง พระติสสเถระได้ไปเกิดใหม่บนสวรรค์ชั้นดุสิต เพราะผลบุญจากการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไว้ในพระพุทธศาสนา พระภิกษุจึงสามารถทำการแบ่งจีวรผืนนี้ได้ แต่พระภิกษุทั้งหลายอดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะเหตุใดพระบรมศาสดาจึงให้เก็บจีวรไว้นานถึง 7 วัน

 

 

ภาพจาก https://pixabay.com

 

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสตอบว่า “ภิกษุทั้งหลาย ติสสะเกิดเป็นเล็นที่จีวรของตน เมื่อพวกเธอจะแบ่งจีวรนั้น เขาวิ่งร้องไปข้างโน้นและข้างนี้ว่า “พวกท่านจะแย่งของ ๆ ข้าไม่ได้นะ” เมื่อพวกเธอถือเอาจีวรอยู่ เขาขัดใจแบบนี้มีหวังต้องตายไปเกิดในนรกภูมิอย่างแน่นอน เราจึงให้พวกเธอเก็บจีวรนี้ไว้ถึง 7 วัน และตอนนี้เขาได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว เพราะเหตุนี้เธอจึงสามารถแบ่งจีวรของพระติสสะได้”

พระติสสะกับจระเข้เศรษฐีมีสิ่งที่เหมือนกันคือ ความห่วงในสมบัติที่ตนครอบครอง ซึ่งเป็นโมหะ หรือ ความหลงอย่างหนึ่ง หากมีจิตคิดเช่นนี้ก่อนตาย หรือตอนกำลังจะตาย จิตจะกลับมาเกี่ยวข้องกับสมบัติ หรือสิ่งที่นึกถึงในตอนนั้น ดังเช่นชายคนหนึ่งรักภรรยาของเขามาก แต่เขาต้องมาตายจากไปก่อนวัยอันควร ตอนที่เขากำลังจะตายเกิดคิดห่วงภรรยา ทำให้กลับชาติมาเกิดเป็นสุนัข คอยติดตามภรรยาของตน (ศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ >>> ทำไมเธอต้องถูกถ่วงน้ำทั้งเป็น วิบากกรรมของหญิงกาลกิณี) จิตที่ยึดติดกับสิ่งหนึ่งย่อมทำให้จิตนั้นไม่ไปสู่สุคติภูมิ ดังนั้นจิตสุดท้ายจึงสำคัญมากต่อการเดินทางไปสู่ภพภูมิต่อไป

 

ที่มา  

อรรถกถา คาถาธรรมบท เรื่อง พระติสสเถระ 

http://oknation.nationtv.tv

www.royin.go.th

ภาพ

www.dd-pra.com

www.sensethailand.com

www.pexels.com


บทความน่าสนใจ

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จฯ แทนพระองค์ ถวาย ผ้าพระกฐิน 

คู่รักแห่งวงการบันเทิง ณเดชน์-ญาญ่า ร่วม ทำบุญใหญ่ ทอดกฐินที่ จังหวัดสกลนคร

ใหม่ ดาวิกา และ มิ้นต์ ชาลิดา นุ่งซิ่น ทำบุญ ทอดกฐิน ณ วัดดำรงบุล จังหวัดลพบุรี

เอ ศุภชัย ผู้จัดการ ดารา มือทอง ยกขบวน นักแสดงไป ทอดกฐินที่วัดบ้านเกิด

อานิสงส์กฐินทาน ใน พระไตรปิฎก

Q: เวลาไปทำบุญ ที่วัดอย่างทอดกฐิน มีการ พูดเชียร์ ให้ ทำบุญเยอะๆ จะรู้สึกไม่ค่อยดี

Q : การทําบุญกฐิน จําเป็นหรือไม่ ที่ต้องกําหนดให้ ประธาน บริจาค 1,000 บาท

keyboard_arrow_up