ประมาทในการใช้ชีวิต

อย่าประมาทในการใช้ชีวิตว่าเราจะอยู่ได้นาน

ประมาทในการใช้ชีวิต
ประมาทในการใช้ชีวิต

อย่า ประมาทในการใช้ชีวิต ว่าเราจะอยู่ได้นาน

หลายคนกลัวความตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ไม่ไกลตัวเราเลย ความตายก็ไม่ต่างจากฉากจบของชีวิต เพื่อให้เราได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในอีกภพและภูมิหนึ่ง หากก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ เรามีจิตที่เป็นกุศล อำนาจแห่งจิตก็จะนำพาเราไปสู่การเกิดในรูปลักษณ์ (ภพ) และสถานที่ (ภูมิ) ที่ดี คนส่วนใหญ่ที่มองข้ามเรื่องนี้จึงไม่ต่างจากคนที่ ประมาทในการใช้ชีวิต อย่างเรื่องที่จะนำมาเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องของพ่อค้าคนหนึ่ง ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นความโชคดีหรือความโชคร้ายกันแน่ เมื่อพ่อค้าคนนี้ได้ทราบว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 7 วันเท่านั้น

ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี มีพ่อค้าชาวพาราณสีคนหนึ่งนำสินค้าจากแดนไกล คือ ผ้ามัดย้อยด้วยดอกคำบรรทุกบนเกวียน 500 เล่ม มาค้าขายยังกรุงสาวัตถี เมื่อเขามาถึงริมแม่น้ำสายหนึ่ง ซึ่งถ้าข้ามไปได้ก็จะถึงกรุงสาวัตถี แต่ตอนนั้นเป็นเวลาเย็นมากแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะค้างแรมอยู่ริมแม่น้ำสายนี้ เพื่อเก็บแรงไว้พาเกวียนทั้ง 500 เล่มข้ามแม่น้ำไป

แต่แล้วฝนก็ได้ตกลงมาตั้งแต่หัวค่ำอยู่อย่างนี้ตลอด 7 วัน จนกระทั่งปริมาณในแม่น้ำเอ่อล้น ยากที่จะพาเกวียนทั้ง 500 เล่มข้ามไปถึงอีกฝั่ง พ่อค้าจึงเปรยกับตนเองว่า “ข้าจะอยู่ที่นี่ตลอดฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว เพื่อขายผ้าให้หมด”

เมื่อปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลงแล้ว พ่อค้าจึงตัดสินใจพาเกวียนทั้ง 500 ข้ามแม่น้ำไปยังกรุงสาวัตถีทันที เมื่อเขามาถึงกรุงสาวัตถีก็เริ่มทำการขายผ้าสินค้าทันที ตอนนั้นเป็นเวลาเช้า เหล่าพระภิกษุทั้งหลายโดยมีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นประธาน พระองค์ทรงเดินมาพร้อมกับพระอานนท์

พระบรมศาสดาทรงเห็นพ่อค้าที่กำลังขยันขันแข็งเปล่งเสียงเร่ขายผ้าเนื้อดีที่ตนนำมาจากแดนไกลอยู่นั้น พระองค์แย้มพระสรวล พระอานนท์สงสัยเหตุที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหัวเราะจึงทูลถามพระองค์ว่า

“พระองค์แย้มพระสรวลด้วยเหตุอันใดหรือพระเจ้าข้า”

พระองค์ตรัสตอบพระอานนท์ว่า “อานนท์ เธอเห็นพ่อค้าที่มีสินค้ามากมายถึง 500 เกวียนนั้นหรือไม่”

“เห็นพระเจ้าข้า”

“พ่อค้าคนนั้น เขาได้ตั้งปณิธานต่อตนเองว่า เขาจะอยู่ที่กรุงสาวัตถีแห่งนี้ตลอดฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว เพื่อขายสินค้าของเขาให้หมด แต่เขาเองก็หารู้ไม่ว่า ตนเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ 7 วันเท่านั้น อานนท์ ความเพียรเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องแผดเผากิเลส ถ้าความตายมาถึงอยู่แล้วในวันพรุ่งนี้ ก็จะไม่มีใครสามารถยับยั้งความตายนั้นได้ หากปฏิบัติตลอดทั้งคืนแม้จะอยู่เพียงราตรีเดียวก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่ประเสริฐ”

“ข้าพเจ้าจะเตือนพ่อค้าผู้นั้นพระเจ้าข้า”

“แล้วแต่เธอเถิด อานนท์”

พระอานนท์มุ่งไปสู่เกวียนทั้ง 500 เล่มของพ่อค้า พ่อค้าเห็นพระเถระมาถึงเกวียนของตนก็นำอาหารออกมาถวายและวางลงในบาตร พระอานนท์ได้แจ้งเรื่องความตายของเขาที่กำลังจะมาถึงในอีก 7 วันข้างหน้า พ่อค้าตื่นตกใจกับเรื่องนี้มาก แต่เขาก็เป็นอุบาสกที่นับถือคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า เขาจึงได้่นิมนต์พระภิกษุโดยมีพระบรมศาสดาเป็นประธานให้มารับมหาทานที่เกวียนของตน

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พ่อค้าว่า “คิดจะอยู่ตลอดฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว เพื่อขายสินค้าให้หมด ไม่ควรที่จะคิดเช่นนี้ แต่ควรระลึกถึงความตายเท่านั้น (มรณานุสติ)” 

หลังจากพ่อค้าได้ฟังธรรมจากพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วได้สำเร็จโสดาปัตติผล และเขาถวายมหาทานอย่างยิ่งใหญ่แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าและพระสาวกทั้งหลายตลอด 7 วัน เมื่อวนสุดท้ายมาถึงเขาเดินไปส่งพระพุทธองค์และพระสาวกทั้งหลาย จากนั้นเขาก็ล้มป่วยลง และมีอาการผิดปกติขึ้นในศีรษะ เขาทุกข์ทรมานอย่างนี้จนสิ้นใจ ด้วยผลานิสงส์แห่งมหาทานและการเข้าใจในความไม่ประมาทในการใช้ชีวิต ทำให้จิตของเขาที่เป็นกุศลนำพาเขาไปเป็นเทพบุตรบนสวรรค์ชั้นดุสิต

 

ที่มา : อรรถกถา คาถาธรรมบท เรื่องพ่อค้ามีทรัพย์มากฃ

ภาพ : www.pexels.com


บทความน่าสนใจ

ความตายอยู่แค่ปลายจมูก

บทเรียนจากความตาย อุทาหรณ์เตือนใจสำหรับลูกทุกคน

ทำอย่างไรเราจะคิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย โดย พระไพศาล วิสาโล

แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ความตายคือแบบฝึกหัด

6 วินาที ใน Emergency Room ความเป็นความตายอยู่ใกล้กันเพียงพลิกฝ่ามือ

keyboard_arrow_up