ระดับมหาวิทยาลัย

ทึ่ง ! น้องอิงค์ไม่เรียนต่อระดับมัธยม แต่ข้ามมาเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยเลย

ระดับมหาวิทยาลัย
ระดับมหาวิทยาลัย

ทึ่ง ! น้องอิงค์ไม่เรียนต่อระดับมัธยม แต่ข้ามมาเรียนต่อ ระดับมหาวิทยาลัย  เลย

เรื่องราวน่าทึ่งของเด็กหญิงที่เรียนแค่ประถมศึกษาปีที่ 6 แต่สามารถข้ามขั้นมาเรียนต่อ ระดับมหาวิทยาลัย ได้เลย เธอทำได้อย่างไร มาติดตามกันค่ะ

ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ได้นำเสนอข่าวของ น้องอิงค์ ภัสสรา จันทร์โชติเสถียร ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ระดับมหาวิทยาลัยที่สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ด้วยอายุเพียง 15 ปี ซึ่งตามปกติ อายุ 15 ปีน่าจะอยู่ประมาณมัธยมศึกษาปีที่ 3 เท่านั้นเอง โดยก่อนหน้านี้เธอศึกษาที่สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แล้วย้ายมาศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่น้องอิงค์สามารถก้าวข้ามมาเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างไร โดยเธอเองยังมีเป้าหมายอีกว่าจะเรียนให้จบระดับปริญาญาเอกตอนอายุ 20 ต้น ๆ อีกด้วย

 

ระดับมหาวิทยาลัย

 

น้องอิงค์เผยว่า ตอนเธออายุ 3 เดือน คุณแม่เอาของเล่นของเด็กอายุ 6 เดือนมาให้เล่น นั่นคือก้าวแรกของการพัฒนา พออายุได้ 6 เดือน คุณแม่ก็หาของเล่นของเด็กวัย 9 เดือนมาให้เล่น คุณแม่ของน้องอิงค์ หรือ  ดร.ภีรพรรณ จันทร์โชติเสถียร วัย 51 ปี ได้แชร์วิธีการเรียนลูกให้เป็นคนอัจฉริยะอย่างหมดเปลือกว่า ความเก่งของน้องอิงค์ไม่ได้มาจากพันธุกรรมอย่างที่หลายคนคิดว่า พ่อแม่เก่งลูกก็ต้องเก่ง ตนกับสามีทำธุรกิจขายสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เท่านั้น แต่สิ่งที่คุณแม่เลี้ยงดูน้องอิงค์รวมถึงลูกสาวคนโตคือ น้องเอิร์ธ ซึ่งปัจจุบัน อายุ 23 ปี และกำลังศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 ที่ Fudan University ซึ่งเป็นหลักสูตรอินเตอร์อันดับ 1 ของประเทศจีน คือการทำให้ลูกเป็นคนรักการอ่าน 

คุณแม่จะวางกติกาว่า เวลาไปไหนมาไหนต้องพกหนังสือไปด้วยหนึ่งเล่ม จะเป็นหนังสือประเภทอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้น้องอิงค์เก่งภาษาอังกษ ต่อมาคือการเลือกตำรา ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากต่อการเรียนของลูก หากใช้ตำราตามที่คุณครูใช้สอน จะทำให้ลูกไม่พัฒนาเพราะครูก็จะสอนแค่ในหนังสือ ดังนั้นตำราหรือหนังสือเรียน คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นคนที่เลือกให้ลูก เรื่องวินัยก็สำคัญ ควรฝึกสอนมาก ๆ และให้พักผ่อนด้วยการดูหนังและละครบ้างแต่ต้องไม่ดูจนติด

คุณแม่ว่าสิ่งสำคัญต่อการเลี้ยงดูลูกคือการสอนให้เป็นนักอ่าน แต่จะพยายามยัดเยียดให้ลูกอ่านอย่างเดียวไม่ได้ คนเป็นพ่อแม่ต้องสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้ลูกด้วย เช่น ต้องอ่านหนังสือให้ลูกเห็น ไม่ใช่พยายามทำให้ลูกเป็นคนชอบอ่าน แต่พ่อแม่ไม่ชอบอ่านหนังสืออันนี้ก็ไม่ได้

 

ระดับมหาวิทยาลัย

 

ญาติหลายคนกังวลว่าเลี้ยงลูกแบบนี้จะทำให้ลูกเครียดมากไปหรือไม่ แต่น้องอิงค์ก็ยืนยันว่าเป็นสิ่งที่เขาชอบอยู่แล้ว น้องไม่มีปัญหาที่จะคบหรือมีเพื่อนที่อายุมากกว่า เพราะน้องอิงค์เคยบอกว่าการได้เป็นเพื่อนกับคนที่มีอายุมากกว่าทำให้เรียนรู้อะไรได้อีกมาก แต่พอกลับไปคุยกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกลับรู้สึกว่าคุยกันไม่รู้เรื่องไปแล้ว

คุณแม่ทราบว่าน้องอิงค์มีศักยภาพขั้นไหนได้อย่างไร ถึงให้น้องข้ามมัธยมศึกษาไปเรียนระดับมหาวิทยาลัยเลย คุณแม่จะสอนวิชาต่าง ๆ ให้น้องอิงค์ ตอนเข้าอนุบาล น้องจะมีความรู้ในระดับอนุบาลหมดแล้ว เมื่อมาเรียนระดับประถมศึกษาคุณแม่ก็สอนให้น้องรู้เรื่องฟิสิกซ์ เคมี ชีววิทยาด้วย หรือสอนวิชาต่าง ๆ ล่วงหน้า  และจะพาน้องอิงค์ไปสอบวัดศักยภาพอยู่เสมอ จนทราบว่าศักยภาพการเรียนรู้ของน้องได้เลยวัยไปแล้ว จนมีครั้งหนึ่งคุณครูฟ้องมาว่าน้องอิงค์ชวนเพื่อนในห้องคุยระหว่างเรียน เมื่อคุณแม่ถามถึงสาเหตุ น้องอิงค์ตอบว่า สิ่งที่ครูสอน อิงค์รู้หมดแล้ว เพราะก่อนหน้านี้คุณแม่ได้สอนวิชาความรู้ต่าง ๆ มากมายจนน้องอิงค์กลายเป็นคนที่มีความรู้เลยวัยไปโดยปริยาย นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้น้องข้ามจากระดับมัธยมศึกษาไปสู่ระดับมหาวิทยาลัย

น้องอิงค์เผยว่า ตอนแรกที่ไปสมัครที่สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ ตอนสอบสัมภาษณ์ยังไม่มีใครทราบอายุของน้องอิงค์ พออาจารย์ที่เป็นฝ่ายสัมภาษณ์ทราบก็ตะลึงว่าเป็นเด็กหญิงเพียงอายุ 12 ปีเอง แต่กลับมีศักยภาพเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษา

 

 

ที่มาและภาพ : www.thairath.co.th


บทความน่าสนใจ

เด็กอายุ 13 ทำโครงการตู้เสื้อผ้าโรงเรียนให้เพื่อนที่ขัดสนได้มีเสื้อผ้าดี ๆ ใส่

จากคนเร่ร่อนสู่ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย : การเดินทางของคนที่ไม่เคยสิ้นหวัง

ชื่นชมหนูน้อยวัย 12 ไม่อยากเป็นภาระแม่ รับจ้างตัดหญ้าหาเงินเรียนมหาวิทยาลัย

พระครูสถิตย์วราภรณ์นำ ไม้เคาะหัวหลวงพ่อคูณ มามอบให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ฮีโร่นักศึกษาสาวพยายามทำ CPR ยื้อชีวิตคนหมดสติกลางโรงอาหาร

keyboard_arrow_up