ความหายนะ

กรรม 6 ประการที่ทำแล้ว เท่ากับเปิดประตูต้อนรับความหายนะ

ความหายนะ
ความหายนะ

กรรม 6 ประการที่ทำแล้ว เท่ากับเปิดประตูต้อนรับ ความหายนะ

สิ่งที่ทำแล้วนำความเสื่อมและภัยมาสู่ตน พระพุทธศาสนากล่าวถึงเรื่องนี้ไว้หลายหลักธรรมเลยทีเดียว เช่น อบายมุข 6 ประกอบด้วย (1) การดื่มสุรา (2) เที่ยวสถานเริงรมย์ (3) เที่ยวชมการแสดงร้องรำ (4) เล่นการพนัน (5) คบคนพาลเป็นมิตร และ (6) เกียจคร้านในการทำงาน แต่พระพุทธเจ้าตรัสสิ่งที่หากผู้ใดได้พลาดทำลงไปแล้วจะนำ ความหายนะ มาสู่ตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พระองค์ทรงเรียกสิ่งนี้ว่า “กรรม 6”  ลองมาดูกันค่ะว่า กรรม 6 ประการที่พระพุทธเจ้าตรัสถึงนี้เป็นอย่างไร แล้วทำไมพระองค์ถึงตรัสถึงเรื่องนี้

ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี มีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อว่า “อนัตถปุจฉกพราหมณ์”  เกิดความสงสัยว่า “พระพุทธเจ้าทรงทราบเพียงสิ่งที่มีคุณเท่านั้น หรือทรงทราบสิ่งที่ไม่มีคุณด้วยหรือไม่หนอ เราจะนำข้อสงสัยนี้ไปทูลถามพระองค์ เพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่เรา” อนัตถปุจฉกพราหมณ์ไม่รีรอ รีบเดินทางไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ พระเชตวันทันที

ตลอดพระชนม์ชีพของพระบรมศาสดามักได้รับการท้าทายจากพราหมณ์และเดียรถีย์อยู่เสมอ แต่ก็มีพราหมณ์และเดียรถีย์ที่เกิดความสงสัยและต้องการหาคำตอบ พวกเขาจึงเห็นพระองค์เป็นที่พึ่ง หวังว่าพระองค์จะประทานคำตอบที่มีความกระจ่าง ซึ่งเป็นจริงตามนั้นเสมอ เมื่ออนัตถปุจฉกพราหมณ์อยู่เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีพระรัศมีเรืองรองสว่างไสว เขาไม่รอช้าที่จะทูลถามพระองค์ว่า “พระสมณโคดมทราบแต่เพียงสิ่งที่มีคุณเพียงอย่างเดียวหรือไม่ หรือพระองค์ทราบสิ่งที่ไม่มีคุณด้วยหรือไม่พระเจ้าข้า”

เมื่อบัณฑิตผู้กระหายความรู้มาอยู่เบื้องพระพักตร์ผู้พระผู้มีรู้ ผู้ตื่น และผู้เบิกบานแล้ว พระองค์ทรงพร้อมที่จะให้คำตอบทันทีว่า “ตถาคตทราบทั้งสองอย่าง ท่านพราหมณ์” 

“ข้าพเจ้าทราบจากชนทั้งหลายว่า พระองค์ทรงสั่งสอนแต่สิ่งที่มีคุณเพื่อให้ชีวิตของปุถุชนทั้งหลายพ้นจากความทุกข์ ฉะนั้นจึงทูลขอพระองค์โปรดบอกสิ่งที่ไม่มีคุณให้ข้าพเจ้าได้ทราบ เพื่อเป็นเครื่องประดับสติปัญญาด้วยเถิดพระเจ้าข้า”

พระบรมศาสดาตรัสต่อพราหมณ์ว่า “สิ่งที่ไม่คุณ ทั้งยังนำพาไปสู่ความหายนะของชีวิตมีด้วยกัน 6 ประการ หนึ่ง นอนจนตะวันโผล่พ้นฟ้า (นอนตื่นสาย) สอง ความเกียจคร้านในกิจทั้งปวง สาม ความดุร้าย สี่ ความหลงวันหลงเดือนและเวลา ห้า การเดินทางไปไหนเพียงตัวคนเดียว หก การมีความสัมพันธ์กับภรรยาของผู้อื่น”

เมื่อพระพุทธองค์ตรัสสิ่งที่ไม่มีคุณจบลง ความปีติและความกระจ่างแจ้งในใจได้เกิดขึ้นแก่อนัตถปุจฉกพราหมณ์ทันที “พระสมณโคดมทรงเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่ชนทั้งหลาย พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ทราบสิ่งที่มีคุณและสิ่งที่ไม่มีคุณ สาธุ” 

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสต่อว่า “ท่านพราหมณ์ ผู้ใดล่วงรู้สิ่งที่มีคุณและสิ่งที่มีไม่คุณเสมอเหมือนเราไม่มีอีกแล้ว” จากนั้นพระบรมศาสดาทรงกำหนดและอ่านวาระจิตของอนัตถปุจฉกพราหมณ์ พระองค์จึงทรงทราบความเป็นไปของเขาจนหมดสิ้น พระองค์จึงตรัสถามอนัตปุจฉกพราหมณ์ว่า “ท่านพราหมณ์ ท่านเลี้ยงชีพตนเองด้วยงานใดหรือ”

อนัตถปุจฉกพราหมณ์ตอบทันทีว่า “ข้าพเจ้าเลี้ยงชีพด้วยการเล่นการพนันพระเจ้าข้า”

“ท่านพราหมณ์ชนะหรือแพ้บ้างไหม” 

“ชนะบ้าง และแพ้บ้าง พระเจ้าข้า”

 “การชนะที่ท่านพราหมณ์ประสบ ยังประเสริฐไม่เท่าการชนะตนเอง”

อนัตถปุจฉกพราหมณ์ได้ยินดังนั้นก็เกิดความฉงน “ชนะตนเอง ?พระองค์หมายความอย่างไรพระเจ้าข้า”

“ชนะเหนือกิเลส หากชนะกิเลสได้แล้ว จะไม่พบพานกับความพ่ายแพ้ใดใดอีกเลย การชนะตนเองนั้นจึงเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด”

เมื่อจบพุทธดำรัสแล้ว พราหมณ์ผู้เป็นนักเล่นการพนันกลับได้สำเร็จเป็นพระโสดาบัน คำตรัสของพระพุทธเจ้าไม่ต่างจากการมอบลู่ทางที่พราหมณ์จะเดินไปสู่ชัยชนะ เพราะพราหมณ์ผู้นี้จะเกิดอีก 7 ครั้งและเขาจะได้รับชัยชนะที่ประเสริฐที่สุดในโลกคือการสำเร็จอรหัตตผลนั่นเอง

กรรม 6 ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงเป็นสิ่งที่นำความหายนะมาสู่ได้อย่างไร จะสังเกตได้ว่า กรรม 6 เกิดขึ้นจากกิเลส เป็นกิจกรรมอบายมุข นำไปสู่ความเสื่อมในชีวิต เช่น เกียจคร้านในการทำงาน หรือทำให้ผิดศีล 5 อันเป็นศีลพื้นฐานของมนุษย์อย่างการมีความสัมพันธ์กับภรรยาของผู้อื่น (ผิดศีลข้อที่สาม) หรือแม้แต่การนอนตื่นสาย เป็นความหลงใหลไปกับความสุขในการนอน ก็เป็นกิเลสอย่างหนึ่ง การที่ยังติดอยู่กับกิเลส เท่ากับว่าเรายังมีภัยในสังสารวัฏ และเป็นความหายนะที่ทำให้ไปไม่ถึงพระนิพพาน

 

ที่มา : อรรถกถา คาถาธรรมบท เรื่องอนัตถปุจฉกพราหมณ์ 

ภาพ : www.pexels.com


บทความน่าสนใจ

ทำไมพระพุทธเจ้าทรงแสดง ของลับ แก่ เสลพราหมณ์ เรื่องน่ารู้จาก มิลินทปัญหา

ศาสนาพุทธ จะคงอยู่ได้หรือไม่ หากไม่มี พิธีกรรมแบบพราหมณ์ ?

นางมาคันทิยา สตรีผู้ตามจองล้างจองผลาญ พระพุทธเจ้า

สามลัทธิ ที่ขัดต่อ หลักกรรมในพระพุทธศาสนา โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)

แม้ข้าวเพียงทัพพีเดียวก็เป็นบุญ พระพุทธเจ้าสอนญาติ พระสารีบุตร เรื่องการทำบุญ

นิพพาน ในออฟฟิศ ธรรมะโดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

5 วิธีอินกับความตาย เข้าใกล้นิพพาน โดย พระไพศาล วิสาโล

โลกิยนิพพาน แตกต่างกับ โลกุตตรนิพพาน อย่างไร โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

พระปัจเจกพุทธเจ้า : พระพุทธเจ้าผู้สอนให้ สาวก เข้าสู่พระนิพพานไม่ได้

ตักบาตร ห้อยพระ ทอดผ้าป่า…แต่ไม่ปรารถนานิพพาน บทความดี ๆ โดย พระไพศาล วิสาโล

keyboard_arrow_up