สัมผัสแห่งรัก

กอดรัด…สัมผัสแห่งรัก

สัมผัสแห่งรัก
สัมผัสแห่งรัก

อยากเคี้ยน…อยากเขียน เรื่องคนกอดกันครับ… (สัมผัสแห่งรัก)

เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง เธอเป็นเบญจกัลยาณีมาก เธอมีลูกชายวัยน่ารักสองคน อายุประมาณสี่ขวบกับหกขวบ (อันนี้ผมเดาเอาเองนะครับ ผมยังไม่มีลูกเลยกะอายุเด็กไม่ถูก) มีอยู่ช่วงหนึ่งสามีของเธอต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจ เธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียว เหนื่อยมาก เธอเล่าให้ผมฟังว่า “เหนื่อยแค่ไหนก็หายพี่ เมื่อหนูได้กอดลูก” ทันทีที่ความรักถูกส่งไปทางกายสัมผัส ก็แทบไม่ต้องมีภาษาพูดให้สดับ ไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ ทั้งคุณแม่และลูกชายตัวน้อยต่างก็เข้าใจตรงกันว่า ต่างคนต่างเป็นที่รักของกันและกันสุดประมาณ

เธอยังเล่าต่ออีกว่า เวลาเธอกอดกับสามี แล้วลูกเดินมาเห็นพ่อแม่กอดกัน สามีเธอจะผละออก เพราะคงจะเขินลูก เธอเลยบอกกับสามีว่า “เรามากอดกันเถอะพี่ ไม่เป็นไรหรอก เรามาแสดงความรักต่อกัน” นานเข้าสามีเธอจึงคล้อยตาม ตั้งแต่นั้นมา ถ้าเจ้าลูกชายตัวน้อยบังเอิญมาเห็นพ่อกับแม่กอดกัน เขาจะวิ่งเข้ามากอดด้วยทันที ช่างเป็นมโนภาพที่ซึ้งจับจิตจริง ๆ

เธอให้เหตุผลว่า ที่เธอยืนกรานและกล้าหาญในการแสดงความรักต่อคนที่เธอรักอย่างเปิดเผย เพราะตอนเด็ก ๆ แม่ไม่เคยกอดเธอเลย ไม่เคยแม้แต่จะพาลูกสาวไปส่งที่โรงเรียน…และเธอก็ฝังใจมาตลอด

ผมอยากบอกกับเธอว่า แม่เธอรักเธอมาก เพียงแต่ท่านไม่รู้วิธีแสดงออกเท่านั้นเอง ในสังคมบ้านเรา คนแบบเธอกับผมนั้นมีน้อยมาก ตัวผมเองอายุ 35 ปีแล้ว แต่ผมยังกอดและหอมแม่เหมือนเด็ก ๆ แม่ผมตัวเล็ก บางครั้งผมก็อุ้มแม่ได้อย่างไม่เคยอายใคร ช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์ พี่สาวผมกลับจากบางกอกมาเยี่ยมบ้าน ผมไปรับเธอ เมื่อสองพี่น้องพบกัน เรายังกอดกันกลม ไม่เห็นต้องอายใคร

ส่วนกับภรรยา ผมชอบพูดว่า “ขอจอด (กอด) หน่อย” เราสองคนอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปีแล้ว แต่ก็ยังจูงมือกันเหมือนคู่รักอยู่เลย กลัวหลง (หลงทางยังหาเจอ หลงเธอไม่รู้จะไปหาที่ไหน…ฮา!) ภรรยาผมบอกว่าอายเด็กมัน ผมก็ทำหน้ากวน ๆ แล้วตอบกลับไปว่า “ซามแหล่ว” (แปลว่าช่างปะไร ฉันไม่แคร์)

ผมก็ยังงงตัวผมเองอยู่เหมือนกันละครับ ตัวผมเป็นคนอีสานขนานแท้ แต่มีพฤติกรรมเหมือนชาวต่างชาติไม่มีผิด (เฉพาะเรื่องการแสดงความรักนะครับ) ผมกล้ากอดคนที่ผมรัก กล้าแสดงความรักอย่างเปิดเผย ผมมานั่งทบทวนดู น่าจะเป็นเพราะตอนวัยรุ่นผมชอบดูหนังฝรั่ง เวลาเขากอดกันแล้วพูดว่า “ผมรักแม่ฮะ” “แม่ก็รักลูกจ้ะ” หรือ “พ่อรักลูกนะ” “หนูก็รักพ่อค่ะ” ผมประทับใจมาก ขณะเดียวกันผมสงสัยว่าทำไมคนไทยไม่กล้าทำแบบนี้บ้าง (วะ) หน้าบางกันเหลือเกิน

สัมผัสแห่งรัก
Photo by Anastasia Sklyar on Unsplash

ตั้งแต่นั้นผมก็ฝึกแสดงความรักจนกลายเป็นนิสัย กลายเป็นความเคยชิน กลายเป็นบุคลิก กลายเป็นกิจวัตร…สุดท้ายก็กลายเป็นธรรมชาติของครอบครัว

เพื่อนผมคนหนึ่งเขาเห็นแล้วก็อยากทำตาม เขาชื่อสุดธิชัย (ขออนุญาตเอ่ยชื่อนะเพื่อน หากเรื่องของนายทำให้ใคร ๆ กล้าทำเรื่องดี ๆ นายก็ได้บุญนะเพื่อน) พ่อของสุดธิชัยถึงแก่กรรมตั้งแต่เขายังเด็ก สุดธิชัยอยู่กับแม่มาตลอด เขาจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยกอดแม่บ้าง แต่จำไม่ได้ว่าเลิกกอดแม่ไปตั้งแต่เมื่อไร รู้ตัวอีกทีก็อายุ 19 ปีแล้ว  เขาบอกผมเป็นภาษาอีสานว่า “เฮาอยากเฮ็ดได่คือโตเว้ย แต่เฮาอาย เฮาสิเริ่มจั่งได๋” (เราอยากกอดแม่เหมือนนายนะ แต่เราอาย ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน) ผมก็เลยบอกเขาว่า “นายก็เริ่มที่หัวใจสิ ส่งผ่านมันออกมา เป็นวาจาหรือการกระทำ”

หลังจากนั้นสักสี่ห้าวัน เขาก็เข้ามาหาผมที่หอพัก แล้วบอกผมว่าเขาทำแล้วนะ ผมก็งง ถามว่านายทำอะไร เขาบอกว่าเขาได้แสดงความรักต่อแม่ของเขาแล้ว…ผมฟังแล้วตื่นเต้นยิ่งกว่าตัวเขาเสียอีกครับ

สุดธิชัยเล่าว่า เมื่อวันแม่ที่ผ่านมา แม่เขากำลังขายของอยู่ เขาก็ไปยืนต่อหน้าแม่ แต่ไม่พูด แม่เลยถามเขาว่า “มื่อนี่มึงมาไม้ได๋วะ บ่ปาก ขอเงินติ เอาจักบาท” (วันนี้แกจะมาไม้ไหนเนี่ย ไม่พูดไม่จา จะขอเงินเหรอ เอากี่บาท) จากนั้นสุดธิชัยก็เอาดอกมะลิที่ซ่อนอยู่ข้างหลังออกมายื่นให้แม่แล้วบอกว่า “มื่อนี่วันแม่ ผมให้แม่ครับ” (วันนี้วันแม่ ผมให้แม่ครับ)

เท่านั้นแหละ! อุทกธาราก็เอ่อล้นไหลท่วมท้นออกจากดวงตาอาบสองแก้มของแม่ เป็นน้ำตาแห่งความปีติอันลึกซึ้ง สุดธิชัยเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์นี้อยู่แล้ว เพราะรู้แน่ว่าถ้าแม่ร้องไห้ เขาต้องร้องตามแน่ ๆ ความที่เป็นเด็กช่างและมีมาดนักเลง ก็เลยกลัวจะเสียฟอร์ม สุดธิชัยจึงรีบหันหลังกลับแล้วเดินหนีไป แต่ไม่ถึงห้าก้าวที่เดินจากแม่มา สุดธิชัยก็ไม่วายยกแขนขึ้นปาดน้ำตา น้ำตาที่มาจากความรักและตื้นตัน

ทุกวันนี้ผมกับสุดธิชัยยังคบหาเป็นเพื่อนรักกัน เขามักพาแม่และเมียมาเยี่ยมผมบ่อย ๆ วันนี้สุดธิชัยยังพาเมียและแม่ที่ฟันหลอไปกินไอติมในห้าง เขาถ่ายรูปมาให้ผมดูด้วยครับ…สามคนกอดกัน เป็นภาพที่น่ารักมาก

ภาพคนกอดกันนี่มันน่ารักจริง ๆ นะครับ

เขียนเรื่องคนกอดกันก็สนุก

กอดกันเถอะครับ ไม่ต้องอาย

คุณค่าของเราไม่ได้วัดจากสายตาของคนอื่น…จะแคร์ทำไม ถ้าหัวใจเรารักกัน!

(สัมผัสแห่งรัก)

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  บุญรักษา

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

ตำรวจน้อยน้ำใจงาม ทำภารกิจแจกกอดให้ผู้สูงอายุได้คลายเหงาที่บ้านคนชรา

keyboard_arrow_up