ดูหมิ่นการทำบุญ

อย่า ดูหมิ่นการทำบุญ ว่าเป็นสิ่งน้อยนิด อุทาหรณ์สอนใจจากพิฬาลปทกเศรษฐี

ดูหมิ่นการทำบุญ
ดูหมิ่นการทำบุญ

อย่า ดูหมิ่นการทำบุญ ว่าเป็นสิ่งน้อยนิด อุทาหรณ์สอนใจจากพิฬาลปทกเศรษฐี

การทำบุญจะมากจะน้อยนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ในสมัยพุทธกาลได้เกิดเหตุการณ์เศรษฐี ดูหมิ่นการทำบุญ ว่าเป็นของน้อยนิดไร้ราคา โดยมาเรื่องราวดังต่อไปนี้

ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี พระองค์ทรงแสดงธรรมเรื่อง การทำบุญ และอานิสงส์ที่ส่งผลให้ผู้ทำทานได้สมบัติ 2 ประการ คือ โภคสมบัติ และบริวารสมบัติ

พระพุทธองค์ทรงสอนว่า “อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย คนที่ทำทานแล้วไม่ชักชวนผู้อื่นให้ทำทาน ย่อมได้โภคสมบัติเพียงอย่างเดียว บางคนไม่ยอมทำทาน และไม่ชักชวนผู้อื่นให้ทำทาน เขาย่อมไม่ได้สมบัติอะไรเลย ชาติต่อไปจะเกิดเป็นขอทาน เที่ยวขอเศษอาหารจากผู้อื่นกินประทังชีวิต แต่หากเป็นคนที่ทำทาน และชักชวนผู้อื่นให้ทำทาน สมบัติทั้งสอง (โภคสมบัติและบริวารสมบัติ) ย่อมเกิดขึ้นแก่คนผู้นั้น”  (สามารถศึกษาเรื่องกรรมที่ทำให้เกิดเป็นขอทานได้ที่ >>> อานนทเศรษฐี คนรวยผู้กลับชาติมา เกิดเป็นขอทาน)

ในบรรดาสาธุชนที่กำลังฟังธรรมอยู่นั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งเกิดปรารถนาอยากได้โภคสมบัติและบริวารสมบัติอย่างแรงกล้า จึงนิมนต์พระบรมศาสดาและพระภิกษุทั้งหลายไปฉันภัตตาหารที่บ้านของตนในวันพรุ่งนี้ พระพุทธองค์ทรงรับนิมนต์ เพราะทรงทราบว่าชายหนุ่มผู้นี้เพราะพระองค์ทรงเห็นว่าชายคนนี้เข้าใจในคำสอนของพระองค์

ชายหนุ่มได้ชักชวนให้ชาวเมืองมาร่วมถวายภัตตาหารพระพุทธเจ้าและพระสาวกที่บ้านของตนในวันพรุ่งนี้ หรือจะฝากวัตถุทานให้ตนเป็นตัวแทนถวายให้ก็ได้ เศรษฐีคนหนึ่งมีชื่อว่า “พิฬาลปทกเศรษฐี ” ได้ยินเสียงชายหนุ่มเชิญชวนให้ไปทำบุญที่บ้านตน ก็บังเกิดความเกลียดชังชายหนุ่มว่าเป็นคนที่ไม่ประมาณตน เขาไม่ได้เป็นคนร่ำรวยอะไรเลย แต่ทำไมถึงกล้านิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้า และพระภิกษุทั้งหลายมาฉันภัตตาหารที่บ้าน

เมื่อชายหนุ่มเดินผ่านหน้าร้านของเศรษฐี เศรษฐีร้องขอให้เขาหยุด เศรษฐีหยิบข้าวสาร ถั่วเขียว ธัญพืช น้ำอ้อย ข้าวยาคู อย่างละหนึ่งกำมือใส่ในภาชนะให้ชายหนุ่ม เศรษฐีขอฝากธัญพืชในภาชนะนี้ถวายพระพุทธองค์และพระสาวกทั้งหลายด้วย ชายหนุ่มน้อมรับไป

 

การทำบุญ

 

เศรษฐีวานให้คนสนิทติดตามไปจับตาดูพฤติกรรมของชายหนุ่ม เมื่อคนของเศรษฐีสะกดรอยตามไปถึงที่บ้านของชายหนุ่ม เขาก็ได้เห็นว่า ชายหนุ่มได้กล่าวอนุโมทนาบุญกับวัถตุทานที่เศรษฐีฝากให้ถวายพระพุทธองค์และพระสาวกในวันพรุ่งนี้ เมื่อเศรษฐีทราบดังนั้นก็เกิดความอับอาย เพราะตนเป็นถึงเศรษฐีแต่กลับฝากสิ่งของไม่มีราคาไปทำบุญ  ถ้าชายหนุ่มเอ่ยชื่อของตนต่อหน้าธารกำนัลในวันพรุ่งนี้ตนต้องอับอายอย่างแน่นอน เศรษฐีจึงคิดจะสังหารชายหนุ่มในวันพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ชายหนุ่มนิมนต์พระพุทธเจ้าและพระสาวกก็มาถึง เศรษฐีได้พกกริชติดตัวไปด้วย พระพุทธองค์เสด็จมาถึงพร้อมกับพระสาวกทั้งพระเชตวัน ชายหนุ่มได้นำวัตถุทานจำนวนมากมายที่สาธุชนฝากมาถวาย กองไว้หน้าพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า

ชายหนุ่มได้กล่าวขึ้นว่า วัตถุทาน อันมีข้าวสารเป็นต้นนี้ มาจากแรงศรัทธาของสาธุชนทั้งหลาย ขอให้อานิสงส์แห่งการถวายทานในครั้งนี้จงมีแด่ชนทั้งหลายที่เป็นเจ้าของวัตถุทานนั้นเถิด

เมื่อเศรษฐีได้ยินดังนั้น ใจที่คิดจะฆ่าชายหนุ่มกลับกลายเป็นจิตที่เบิกบานและเปล่งเสียงอนุโมทนาขึ้น เขาได้ก้มกราบลงที่เท้าของชายหนุ่มเพราะสำนึกผิดที่ตนคิดจะฆ่าเขา

พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องราวทั้งหมดด้วยพระญาณ พระองค์ตรัสว่า“แม้วัตถุทานจะน้อยนิด แต่เมื่อนำมามอบให้แก่ตถาคตและพระสาวกทั้งหลาย อานิสงส์ย่อมมีมากเป็นอเนกอนันต์ เช่นนั้นขออย่าได้ดูหมิ่นอีกเลยว่าเป็นการทำบุญที่เล็กน้อย”

 

ที่มา :

อรรถกถา ธรรมบท เรื่องเศรษฐีชื่อพิฬาลปทกะ 

ภาพ :

https://pixabay.com


บทความน่าสนใจ

อานนทเศรษฐี คนรวยผู้กลับชาติมา เกิดเป็นขอทาน

รวยแล้วไม่ลืมกัน เศรษฐีอดีตดาราตกอับกลายเป็นคนเร่ร่อน เปิดบริษัทจ้างงานคนเร่ร่อน

แม้ข้าวเพียงทัพพีเดียวก็เป็นบุญ พระพุทธเจ้าสอนญาติพระสารีบุตรเรื่องการทำบุญ

ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น ควงกรณ์มอบทุนการศึกษาและไหว้พระ-ทำบุญที่เชียงใหม่

20 นาทีบนรถแท็กซี่ที่ฉันได้ทำบุญโดยไม่รู้ตัว

keyboard_arrow_up
X amvata