ทำงานได้อย่างมด และมีความสุขได้อย่างตั๊กแตน นิทานอีสปสะท้อนความสุขกับปัจจุบัน

ทำงานได้อย่างมด และมีความสุขได้อย่างตั๊กแตน นิทานอีสป สะท้อนความสุขกับปัจจุบัน

มี นิทานอีสป ที่รู้จักกันดีเรื่องหนึ่งชื่อ มดกับตั๊กแตน ช่วงฤดูร้อนอันร้อนระอุนั้น เหล่ามดพากันสะสมเสบียงอาหารสำหรับฤดูหนาว อย่างขะมักเขม้น ในขณะเดียวกันตั๊กแตนกลับเอาแต่นอนในระหว่างวันที่ร้อนระอุ พอตกกลางคืนก็สีไวโอลินเพลิดเพลินจำเริญใจ เป็นเช่นนี้อยู่ทุกคืนวัน

ครั้นเมื่อฤดูหนาวมาเยือน ตั๊กแตนที่ไม่ยอมทำงานในฤดูร้อนก็ไม่สามารถหาอาหารกินได้ จึงบากหน้าไปขอส่วนแบ่งจากมด พวกมดจึงตำหนิว่า “ตอนฤดูร้อนที่พวกเราทำงานหนักเพื่อเตรียมรับฤดูหนาว เจ้าก็เอาแต่เล่น ไม่ตระเตรียมอะไรเลย ถึงได้แบบนี้” แต่ก็มีน้ำใจแบ่งอาหารให้ตั๊กแตน

นิทานเรื่องนี้เสนอให้รู้ว่า ถ้าขี้เกียจคิดถึงอนาคต ถึงวันหนึ่งก็ต้องได้รับผลของมัน การทำงานอย่างเต็มที่ในเวลาที่ต้องทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ

แต่ถ้าเปลี่ยนมุมมองอีกแบบ จะมองว่ามดทำงานเพื่ออนาคตโดยแลกกับปัจจุบัน แต่ตั๊กแตนมีความสุขกับปัจจุบันก็ไม่เหมือนกัน เรื่อง มดกับตั๊กแตน นี้เถียงกันเท่าไหร่ก็ไม่จบครับว่าใช้ชีวิตอย่างไหนถึงจะมีความสุขมากกว่ากัน แต่ผมคิดว่า ถ้าคนไหนสามารถใช้ชีวิตอย่างมดและตั๊กแตนไปพร้อม ๆ กันได้จะมีชีวิตที่มีความสุขที่สุด เพราะสามารถทำงานได้อย่างมด และมีความสุขกับปัจจุบันได้อย่างตั๊กแตนนั่นเอง

 

 

ความคิดที่ว่า “ไม่เอาไหนอย่างฉัน” เป็นการเรียกความทุกข์เข้าหาตัว การมีความฝันหรือความหวังคือการเชื่อว่า “อนาคตมีสิ่งดี ๆ รออยู่อย่างแน่นอน” คนเราจึงได้ตั้งใจทำงาน ตั้งใจเรียนเพื่ออนาคต แต่การสละความสุขในปัจจุบันทุกอย่าง หรือปฏิเสธตัวเองในปัจจุบันอย่างสุดโต่งเพื่อให้ได้มาตามที่ฝันหรือหวังไว้นั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง การวาดฝันถึงอนาคตไปพร้อม ๆ กับการยอมให้ตัวเองสนุกกับปัจจุบันต่างหากที่จะทำให้สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้

ในขณะเดียวกันก็มีบางคนเหมือนกันที่ไม่มีความฝันหรือความหวังในอนาคตเลย แล้วเอาแต่พูดว่า “ไม่เอาไหนอย่างฉัน” แม้จะไม่พอใจกับปัจจุบันไปหมด เพราะมีความนับถือตัวเองต่ำ แต่ก็เอาแต่คิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอที่จะแก้ไขอะไรๆ ได้

การที่คิดว่า “เพราะฉันเป็นแบบนี้ ก็เลยไม่มีความหวังอะไรสำหรับอนาคต” เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากนะครับ การมีความหวังกับอนาคต อาจเริ่มมาจากการมีความสุขกับปัจจุบันนั้นคือสิ่งเดียวกับแนวคิดเรื่องการปฏิเสธอดีตและอนาคต ซึ่งเป็นการปัดความรับผิดชอบโดยมีทัศนคติว่า “ตอนนี้มีความสุขอยู่กับปัจจุบันก็พอ แม้จะไม่พอใจกับตัวเองอย่างที่เป็นอยู่ หรือมีความกังวลเกี่ยวกับอนาคตก็ช่างมัน ลืมมันไปเสียแล้วมีความสุขดีกว่า”

“การมีความสุขกับปัจจุบัน” ในความหมายของผมหมายความว่า “คนที่เชื่อมั่นในตัวเองอย่างแท้จริงถึงจะมีความสุขกับปัจจุบันได้”

 

ที่มา : ฝึกสมองให้มองแต่ความสุข เขียนโดย เคนอิจิโร่ โมงิ

ภาพ : https://pixabay.com


บทความน่าสนใจ

บทเรียนจากความผิดพลาด ของ สตีฟ จ็อบส์ ที่จะทำให้คุณหันมาใส่ใจสมดุลชีวิตตัวเอง

สมาธิภาวนาในขณะทำงาน แนวทางการปฏิบัติของหลวงพ่อชา สุภทฺโท

การทำงานของไตรสิกขา โดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

โต๊ะทำงานวัดประสิทธิภาพของการทำงานได้อย่างไร

คุณลุงรปภ.ใส่ใจคนรอบข้าง รักทุกคนเหมือนญาติ  ทำงานด้วยใจแบบนี้มาร่วม 10 ปี 

keyboard_arrow_up