บรรลุธรรม

ธรรม (ชาติ) พาบรรลุธรรม เรื่องเล่าประสบการณ์ของพระนักปฏิบัติครั้งสมัยพุทธกาล

บรรลุธรรม
บรรลุธรรม

ธรรม (ชาติ) พา บรรลุธรรม เรื่องเล่าประสบการณ์ของพระธุดงค์ครั้งสมัยพุทธกาล

คัมภีร์อรรถกถาธรรมบท มีเรื่องราวของพระอริยบุคคล บรรลุธรรม อยู่หลายเรื่อง แต่เรื่องที่อ่านแล้วทำให้หัวใจผ่องใสมากคงหนีไปไม่พ้นเรื่องการบรรลุธรรมที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ

ครั้งสมัยพุทธกาลมีพระภิกษุรูปหนึ่งอบรมกรรมฐานจากพระบรมศาสดาแล้วก็ออกธุดงค์ไปทำความเพียรในป่า แต่ปฏิบัตินานหลายปีก็ไม่สำเร็จอรหัตตผลอย่างที่ตั้งใจไว้เสียที จึงคิดว่าเราจะไปทูลถามพระพุทธองค์ว่าเราปฏิบัติติดข้องตรงไหนจึงยังไม่ได้มรรค ผล นิพพาน เสียที ขณะที่ท่านกำลังเดินทางออกจากป่าเพื่อกลับไปยังพระเชตวัน แสดงว่าป่าแห่งนี้ไม่ไกลจากกรุงสาวัตถีนัก ระหว่างทางได้เห็นไฟป่า จึงปีนขึ้นไปบนภูเขาลูกหนึ่ง ปรากฏว่าเส้นทางข้างหน้าที่กำลังมุ่งหน้าไปพระเชตวันเกิดไฟป่า พระภิกษุรูปนี้ได้เพ่งเปลวไฟเหล่านั้นเป็นอารมณ์ และกล่าวขึ้นว่า “ไฟเหล่านี้เผาผลาญมากน้อยเพียงใด ก็ไม่ต่างจากพระอริยมรรคที่ผลาญสังโยชน์ให้สิ้นไป” 

การที่พระภิกษุรูปนี้กล่าวถึงสังโยชน์ แสดงว่าท่านยังไม่สำเร็จขั้นไหนเลย เพราะขนาดพระโสดาบันยังต้องละสังโยชน์ 3 ขั้นต่ำได้ก่อน พระพุทธเจ้าทรงทราบถึงความคิดของพระภิกษุรูปนี้จึงจำแลงพระวรกายไปปรากฏเบื้องหน้าพร้อมทั้งพระรัศมีแล้วตรัสต่อพระภิกษุว่า “ที่เธอเข้าใจนั้นถูกต้องแล้ว เธอจงเผาผลาญสังโยชน์นั้นด้วยไฟคือญาณเถิด” 

 

บรรลุธรรม

 

ไม่นานพระภิกษุก็ได้กำลังใจและปฏิบัติจนสำเร็ตญาณ และญาณนั้นก็ขจัดสังโยชน์ไปจนสิ้น เมื่อละสังโยชน์ได้แล้ว ซึ่งสังโยชน์ในที่นี้หมายถึง กิเลส แต่อย่างไรก็ตามผู้ปราศจากกิเลสก็คือพระอรหันต์ ซึ่งพระภิกษุรูปนี้ได้สำเร็จอรหัตตผลตามที่ตั้งใจไว้แล้ว เรื่องของพระภิกษุรูปนี้เห็นแสดงให้เห็นว่า ท่านสังเกตุการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ เพราะธรรม (ชาติ) ได้พาท่านไปพบกับธรรม อย่างแท้จริง

อีกเหตุการณ์หนึ่งคล้ายกับพระภิกษุรูปแรกที่บรรลุธรรมจากการพิจารณาไฟที่กำลังเผาไหม้ป่า แต่จะมีความแตกต่างกันอย่างไรลองมาติดตามเรื่องราวของพระภิกษุอีกรูปกัน พระภิกษุรูปหนึ่งหลังจากอบรมกรรมฐานจากพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็ตัดสินใจไปทำความเพียรอยู่ในป่า แต่แล้วหลายวันผ่านไปก็ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าตนเองได้มรรคผล เกิดข้อสงสัยว่าเป็นเพราะอะไรจึงมุ่งเดินทางไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทันที แต่ยังไม่ทันพ้นออกจากเขตป่า ได้มองแดดที่สาดส่องมาที่พื้น (พยับแดด) พระภิกษุได้คิดขึ้นว่า “มองไม่เห็นเงาที่เกิดขึ้นจากแสงแดดเพราะอยู่ไกล หากอยู่ไกลจะมองเห็นเงาที่เกิดขึ้นจากแดดของฤดูร้อน ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้จริงหนอ”

เมื่อพระภิกษุเดินทางไปถึงแม่น้ำสายหนึ่งที่กำลังเชี่ยวกราก ท่านสังเกตเห็นฟองน้ำที่เกิดขึ้นจากกระแสน้ำ เกิดขึ้นและหายไป ท่านก็คิดขึ้นว่า “ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้หนอ”  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความคิดของพระภิกษุรูปนี้ด้วยพระญาณ จึงตรัสตอบไปที่พระภิกษุว่า “ถูกต้องแล้ว ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้” จากนั้นพระภิกษุได้เข้าใจในธรรมอันเไม่ที่ยงแท้คือไตรลักษณ์ ชีวิตของพระภิกษุพ้นจากบ่วงมารที่จะฉุดให้ท่านเวียนว่ายอีกต่อไป

พระสาวกของพระบรมศาสดาหลายท่านบรรลุธรรมจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น พระนางเถริกาที่บรรลุธรรมจากการสังเกตการเดือดของผักที่พระนางต้ม (สามารถศึกษาเรื่องของพระนางเถริกาได้ที่ >>> พระนางเถริกาผู้บรรลุธรรมจากการทำครัว) พระอุบลวรรณาเถรีบรรลุธรรมจากการสังเกตดวงประทีป (สามารถศึกษาเรื่องของพระอุบลวรรณาเถรีได้ที่ >>> เส้นทางสู่อรหัตตผลของพระอุบลวรรณาเถรี : สตรีผู้ทำบุญด้วยดอกบัวมาหลายชาติ) เป็นต้น

 

ที่มา :

อรรถกถา ธรรมบท เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง 

อรรถกถา ธรรมบท เรื่องพระเถระผู้เจริญมรีจิกัมมัฏฐาน 

ภาพ :

https://pixabay.com


บทความน่าสนใจ

รักตนเหมือนรักคนอื่น ธรรมะโดย ท่าน ส.ชิโนรส

นิพพานเทียมง่าย ๆ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

ความทุกข์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ธรรมะโดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

ทำทุกวันเสมือนวันสุดท้ายของชีวิต ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

บี้ – สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว เมื่อจังหวะ “ธรรม” กระแทกหัวใจซูเปอร์สตาร์

keyboard_arrow_up