ตายไปเป็นเปรต

กินอาหารที่เขาถวายพระภิกษุตายไปเป็นเปรต

ตายไปเป็นเปรต
ตายไปเป็นเปรต

กินอาหารที่เขาถวายพระภิกษุ ตายไปเป็นเปรต

สมัยอดีตพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า “พระผุสสพุทธเจ้า” กรรมกร 3 คนในสมัยนั้นได้ลักข้าวยาคูและอาหารต่างๆ ของผู้ที่ตั้งใจจะใส่บาตรพระภิกษุ เพื่อนำให้บุตรของพวกตนกินคลายความหิว แต่พวกตนกลับกินเสียเอง ทำให้พระภิกษุไม่มีอาหารฉัน เมื่อกรรมกรทั้ง 3 ตายไปเป็นเปรต เสพความหิวโหยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ครั้งถึงสมัยพระกกุสันธพุทธเจ้า พวกเปรตได้เข้าเฝ้าและทูลถามพระองค์ว่าพวกตนจะกินอาหารได้เมื่อไร พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า “พวกท่านยังไม่สามารถกินอาหารได้ในสมัยของเรา ในกาลข้างหน้าพระโกนาคมนพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นบนโลก ขอให้พวกท่านทูลถามจากพระองค์เถิด” 

ครั้งถึงสมัยพระโกนาคมนพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดา เหล่าเปรตพากันเข้าเฝ้าและทูลถามเรื่องเดิม พระองค์ตรัสตอบว่า พวกท่านยังไม่สามารถกินอาหารได้ในสมัยของเรา ในกาลข้างหน้าพระกัสสปพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นบนโลก ขอให้พวกท่านทูลถามจากพระองค์เถิด”

พอถึงสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้าแล้ว เหล่าเปรตพากันเข้าเฝ้าพระองค์และทูลถามเรื่องเดิมอีกครั้ง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พวกท่านยังไม่สามารถกินอาหารได้ในสมัยของเรา แต่หลังจากสมัยของเราล่วงไปอันเป็นสมัยของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ญาติของพวกท่านจะเกิดเป็นพระราชามีนามว่า “พิมพิสาร” และเขาจะถวายทานแด่พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตอนนั้นพวกท่านถึงจะกินอาหารได้”

หลังจากนั้นเหล่าเปรตตั้งตารอคอยการกลับชาติมาเกิดของญาติผู้นั้น จนกระทั่งพระสมณโคดมพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นบนโลก เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมายังกรุงราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารได้ถวายทานอย่างยิ่งใหญ่แด่พระพุทธองค์และพระสาวกทั้งหลาย พร้อมทั้งถวายสวนไผ่ (พระเวฬุวัน) เป็นอารามแด่พระพุทธเจ้าและพระสาวกพำนัก ปรากฏว่าในค่ำคืนนั้นพระองค์ได้สดับเสียงประหลาดอันน่ากลัว

 

ตายไปเป็นเปรต

 

วันต่อไปพระเจ้าพิมพิสารเสด็จเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ายังพระเวฬุวัน และทูลถามเรื่องเสียงประหลาด พระองค์ตรัสตอบว่า “เมื่อสมัยอดีตพระพุทธเจ้ามีพระนามว่า “พระผุสสพุทธเจ้า” ญาติของท่านในชาตินั้นได้ลักกินอาหารที่คนตั้งใจถวายพระภิกษุ เมื่อตายไปได้เกิดเป็นเปรต และได้รับความทุกข์ทรมานเพราะความหิวโหย เที่ยวเข้าเฝ้าทูลถามพระพุทธเจ้าในอดีตมาหลายพระองค์ว่าเมื่อไรพวกข้าพเจ้าจะกินอาหารได้ พระพุทธเจ้าทั้งหลายล้วนตรัสตอบว่ายังไม่ถึงเวลาจนกว่าญาติจะกลับชาติมาเกิดในสมัยของตถาคต เสียงประหลาดนั้นคือเสียงเปรตผู้เป็นญาติของมหาบพิตร พวกเขารอผลทานที่พระองค์ทำ มหาบพิตรต้องอุทิศให้พวกเขาด้วย”

พระเจ้าพิมพิสารทรงปีติและตรัสถามต่อไปว่า “หม่อมฉันสามารถทำทานแล้วอุทิศถึงพวกเขาได้หรือพระองค์” พระบรมศาสดาตรัสตอบว่า “ได้ มหาบพิตร” จากนั้นพระเจ้าพิมพิสารทรงอาราธนาพระพุทธองค์พร้อมด้วยพระสาวกรับทานที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ในวันพรุ่งนี้

เมื่อพระเจ้าพิมพิสารถวายทานอันประณีตแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าและพระสาวกแล้ว ได้ตรัสคำอุทิศบุญว่า “ขอข้าวและน้ำอันเป็นทิพย์นี้จงสำเร็จแก่พวกเปรตเหล่านั้น ด้วยผลบุญแห่งมหาทานนี้เถิด” อาหารและน้ำได้เกิดขึ้นแก่เปรตเหล่านั้นแล้ว จากนั้นเหล่าเปรตได้แสดงตนต่อพระพักตร์พระเจ้าพิมพิสาร ในรูปลักษณ์ไร้เสื้อผ้าปกปิดกาย พระราชาทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “พระองค์ เหล่าเปรตปรากฏกายต่อหม่อมฉัน แต่พวกเขาไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายเลยพระเจ้าข้า”

พระพุทธองค์ตรัสว่า “เป็นเช่นนั้นเพราะมหาบพิตรมิได้ถวายผ้า” รุ่งเช้าพระเจ้าพิมพิสารทรงจัดเตรียมผ้าจีวรถวายพระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลาย จากนั้นทรงอุทิศบุญนี้ให้พวกเปรต ผ้าอาภรณ์ได้เกิดขึ้นแก่พวกเปรตแล้ว เปรตได้ละจากเปรตวิสัยไปสู่สุคติภูมิ

 

ที่มา :

อรรถกถา ธรรมบท เรื่องสญชัย

ภาพ :

https://pixabay.com


บทความน่าสนใจ

วิธีทำบุญให้เปรต เกิดเป็นเทวดา จากเปรตพระญาติพระเจ้าพิมพิสารสู่เปรตแม่พระสารีบุตร – Secret

เปรตหลวงพ่อขำ – เมื่อพระกลายเป็นเปรต เรื่องเล่าโดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

รอยยิ้มพระอรหันต์ เพราะเห็นอชครเปรต ผีเปรต โจรเผาวัด

สุกรเปรต วิบากกรรมของผู้ยุยงให้คนอื่นแตกแยก

เข้าใจความหมายของคำว่า ภูมิ ผ่านไตรภูมิพระร่วง

ไขความกระจ่าง ความหมายที่แท้จริงของคำว่าภพ

keyboard_arrow_up