ปลากปิละ

วิบากกรรมของปลากปิละ ปลาปากเหม็นที่มีเกล็ดเป็นทองคำ

ปลากปิละ
ปลากปิละ

วิบากกรรมของ ปลากปิละ ปลาปากเหม็นที่มีเกล็ดเป็นทองคำ

ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน เกิดเรื่องประหลาดขึ้นท่ามกลางพุทธศาสนิกชนที่มาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงนำปลาตัวใหญ่ที่มีเกล็ดเป็นทองคำชื่อว่า ” ปลากปิละ ” เข้ามาให้พระพุทธเจ้าทอดพระเนตร

พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงได้ปลาตัวใหญ่ที่มีเกล็ดเป็นทองคำมาจากชาวประมงคนหนึ่ง เขาสามารถจับปลาตัวใหญ่ตัวนี้ได้  เพราะในอดีตชาติได้เกิดโจรแต่กลับใจมารักษาศีล อานิสงส์แห่งการถือศีล ทำให้เขาเกิดเป็นเทพบุตร และกลับชาติมาเกิดอีกครั้งในตระกูลชาวประมง 

พระราชาทรงอยากทราบว่าเหตุใดปลาตัวนี้จึงมีเกล็ดเป็นทองคำ ซึ่งผิดธรรมชาติจากปลาทั่วไป เมื่อปลาตัวถูกนำเข้ามายังพระเชตวัน สาธุชนที่มาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้เห็นปลาประหลาด แต่เมื่อมันอ้าปากขึ้นกลับเกิดกลิ่นเหม็นไปทั่วพระเชตวัน เหตุการณ์นี้สร้างความสงสัยให้แก่สาธุชนเป็นอย่างมาก

 

 

พระพุทธเจ้าจึงตรัสถึงอดีตชาติและวิบากกรรมของปลาตัวนี้ว่า ครั้งสมัยพระกัสสปพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว มีพี่ชายและน้องชาย คนพี่ชื่อว่า “โสธนะ” ส่วนคนน้องชื่อว่า “กปิละ” ชวนกันบวชเป็นพระภิกษุ คนพี่มุ่งมั่นปฏิบัติ (วิปัสสนาธุระ) แต่คนน้องเห็นว่าตนเองยังอายุไม่มาก ควรศึกษาปฏิเวธ (คันถธุระ) เสียก่อน พอศึกษามากเข้าก็สามารถแสดงธรรมได้ กลายเป็นที่ชื่นชอบของสาธุชนทั้งหลาย ยิ่งทำให้พระกปิละรู้สึกว่าตนเองมาถูกทาง

พระภิกษุสายปฏิบัติเห็นว่า พระกปิละหลงใหลในปฏิเวธมากเกินไป ไม่ยอมปฏิบัติเสียที จึงตักเตือนเพื่อให้สนใจปฏิบัติบ้าง พระกปิละไม่พอใจจึงกล่าววาจาดูหมิ่นพระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แสดงให้เห็นว่าพระกปิละดื้อดึงที่จะมุ่งมาทางปฏิเวธ

พระโสธนะทราบจึงเข้ามาตักเตือนพระน้องชาย แต่พระกปิละก็ต่อว่าพระโสธนะอย่างรุนแรง ภิกษุณีที่เป็นแม่และน้องสาวได้ตามมาบวชก็ต่อว่าพระภิกษุที่มาตักเตือนพระกปิละทุกรูป หลังจากนั้นจึงไม่มีใครกล้ายุ่งกับพระกปิละอีกเลย

เมื่อพระโสธนะปลงสังขารและดับขันธปรินิพพาน เพราะมุ่งปฏิบัติ ส่วนพระกปิละที่สนใจแต่ปฏิเวธ เมื่อสิ้นบุญก็ไปเกิดในอเวจีมหานรก เพราะวิบากกรรมที่ด่าทอและดูหมิ่นพระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ส่วนมารดาและน้องสาวก็ตกนรกเพราะด่าทอพระภิกษุที่ตักเตือนพระกปิละ

 

 

แล้วปลาที่มีเกล็ดเป็นทองคำตัวนี้ก็คือพระกปิละที่พ้นจากนรกภูมิมาเกิดเป็นเดรัจฉาน สาเหตุที่มีเกล็ดเป็นทองคำเพราะทั้งชีวิตของพระกปิละกล่าวสรรเสริญและแสดงธรรมของพระกัสสปพุทธเจ้ามาโดยตลอด ส่วนสาเหตุที่ปากเหม็นนั้นมาจากการที่พระกปิละได้ดูหมิ่นพระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนั้นเอง

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสจบ และทรงถามปลากปิละว่า “เธอใช่พระกปิละหรือไม่”

“ใช่ พระเจ้าข้า” ปลากปิละตอบ มหาชนต่างตกใจเพราะปลาสามารถพูดภาษาคนได้

“แล้วเจ้ามาจากที่ใดหรือ”

“อเวจีมหานรกเจ้าข้า”

“พระโสธนะ พี่ชายของเธอตอนนี้อยู่ที่ใด”

“ดับขันธปรินิพพานไปแล้วเจ้าข้า”

“มารดาและน้องสาวของเธอล่ะตอนนี้อยู่ที่ใด”

“นรกเจ้าข้า”

“หลังจากภพนี้เจ้าจะไปอยู่ที่ใด”

“กลับไปอเวจีมหานรกตามเดิมเจ้าข้า” ทันใดนั้นปลากปิละก็จบชีวิตของตัวเองลงด้วยการเอาศีรษะชนกับหัวเรือ

 

ที่มา :

อรรถกถา คาถาธรรมบท เรื่อง ปลาชื่อกปิละ 

ภาพ :

https://pixabay.com


บทความน่าสนใจ

วิบากกรรมแห่งวจีทุจริต เราเผลอกันไปมากน้อยแค่ไหนแล้วกับบาปนี้

ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว บาปกรรมของคนเกลียดพระ

เปิดบุพกรรม ทำไมพระนันทะต้องพลัดพรากจากคนรัก

ไม่มีใครสามารถชดใช้กรรมแทนกันได้ บทเรียนจากพระเจ้าวิฑูฑภะ

อย่าริอาจคิดจองเวร วิบากกรรมจะติดตามคุณไปทุกชาติ

ใครว่า พระพุทธเจ้าไม่ทรงสอน วิธีแก้กรรม

keyboard_arrow_up