เบนซ์-พรชิตา

รู้ซึ้งในวันที่เรากลายเป็นแม่ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา

เบนซ์-พรชิตา
เบนซ์-พรชิตา

รู้ซึ้งในวันที่เรากลายเป็นแม่ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา

เมื่อซีเคร็ตถามคุณ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา ว่า “คุณเบนซ์พอจะนิยามความเป็นคุณแม่ในตัวคุณเบนซ์ให้ฟังหน่อยได้ไหม” คำตอบที่ได้คือ “อธิบายไม่ถูกเลยค่ะ”  จบลงด้วยการไร้คำนิยามความเป็นคุณแม่ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของคุณแม่ท่านนี้ กับรอยยิ้มน่ารักสดใสของน้องปริม และน้องปรางที่นั่งอยู่บนตักคุณแม่ไม่ยอมห่าง มารู้จักกับอดีตนางเอกสาวในบทบาทของคุณแม่ลูกสองกันค่ะ

 

ความสุขที่เกิดขึ้นเมื่อมีน้องอยู่ในท้อง

โชคดีที่ตอนท้องเราอารมณ์ดี ไม่ค่อยอยากจะโกรธใคร เพราะอยากให้ลูกมีความสุข และมีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น ปกติเบนซ์เป็นคนแข็ง ๆ ถ้าเมื่อก่อนคุยโทรศัพท์กับพี่มิค ‘ตอนนี้พี่ทำอะไรอยู่’ แต่พอเราท้อง ‘ตอนนี้พี่ทำอะไรอยู่คะ จะกลับหรือยัง’ กลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน และเราอยากให้ลูกเกิดมาเป็นคนดี เบนซ์เลยคิดแต่สิ่งดี ๆ ตลอดเวลา  และอวยพรลูกในท้องตลอดเวลาเช่นกัน จะประคบประหงมลูก พี่มิคคอยระวังและเตือนเสมอ ‘คุณแม่อย่าใส่ส้นสูงนะ อันตราย’ เราดูแลเขาเป็นอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และอีกอย่างที่เราคอยระวังคือเรื่องของอารมณ์ เพราะทุกคนมักพูดว่าตอนที่ท้อง เรามีอารมณ์แบบไหน ลูกก็จะอารมณ์แบบนั้น เช่น ถ้าเราโมโหบ่อย ๆ  ลูกก็กลายเป็นคนขี้โมโห เราเลยทำตัวให้มีความสุขตลอดเวลา เพราะอยากให้ลูกมีความสุขในขณะที่อยู่ในท้องของแม่

 

เลี้ยงลูกโดยไม่ยึดตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง

เบนซ์จะไม่อ่านหนังสือและคู่มือเลี้ยงลูกเลย เพราะกลัวว่าเราจะเครียด ถ้าอ่านแล้วเกิดความสงสัยว่า ‘ทำไมลูกฉันไม่เป็นอย่างนี้’ ‘ทำไมลูกเขาไม่เห็นร้อง ลูกฉันร้อง’ กลัวเราจะเป็นประสาท เลยคิดว่าไม่เอาดีกว่า และผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคือ คุณพ่อคุณแม่ของเราและคุณพ่อคุณแม่ของพี่มิคช่วยกันเลี้ยงน้องปริม ทำให้น้องได้รับความรักและความอบอุ่นอย่างเต็มที่

 

เบนซ์-พรชิตา

 

เบนซ์เป็นคนไม่ชอบขัดใคร จะทำตัวเหมือนน้ำที่ปรับตัวอย่างไรก็ได้ เลยไม่ยึดตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง และเราเองก็ไม่เคยมีลูกมาก่อน จึงควรปล่อยให้ผู้ใหญ่ ซึ่งท่านเป็นผู้มีประสบการณ์ช่วยเลี้ยง ท่านจะเลี้ยงลูกเราอย่างไรก็ได้เราไม่ว่า ท่านจะได้สบายใจตอนที่มาเลี้ยงลูกเรา แต่ทั้งสองบ้านมีวิธีการเลี้ยงที่แตกต่างกัน มีครั้งหนึ่งคุณยายไม่ให้น้องปริมกินน้ำแข็ง แต่พอคุณย่ามาเลี้ยงกลับให้น้องปริมกินน้ำแข็งได้ ก็ทำเอาลูกงงเหมือนกัน แต่ก็เป็นการเรียนรู้สำหรับน้อง เพราะเขาจะรู้ว่าควรทำตัวอย่างไรเวลาอยู่กับใคร เวลาอยู่กับคุณตาคุณยายก็ต้องทำตัวแบบนี้ หรือเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่าก็จะต้องทำตัวแบบนี้

 

รู้ซึ้งเมื่อได้มาเป็นคุณแม่ 

รู้สึกโคตรรักคุณแม่มากกก… (ยิ้มและลากเสียงยาว) ถ้าคิดย้อนกลับไปก็รู้สึกว่าเบนซ์แสบและดื้อมากนะ ไม่รู้ว่าท่านอดทนกับเบนซ์มาได้อย่างไร  ตอนเด็กมีวีรกรรมมากมายถึงขนาดเคยถูกท่านตีก็มี จำได้ว่าสิ่งที่ทำคือ เวลาที่โกรธคุณแม่ เบนซ์จะเอาส้อมจิ้มโซฟาจนพรุน  และยังทำลายข้าวของอีก ตอนเด็กนิสัยไม่ค่อยดี (หัวเราะ) เมื่อก่อนคุณแม่ชอบบ่นและดุ กลายเป็นคนจู้จี้ ท่านจะบ่นให้เราตื่นนอนเร็ว ๆ อาบน้ำเร็ว ๆ ซึ่งตอนเด็กก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมแม่ต้องเร่งเราด้วย ตอนนี้เข้าใจแล้วเพราะท่านมีลูกอีกตั้ง 3 คน ที่ต้องรีบใช้ห้องน้ำ ต้องรีบไปเรียนหนังสือ ความที่มีลูกเยอะก็จะทะเลาะกัน แม่ก็ต้องบ่น เพราะไม่อยากให้ลูกทะเลาะกัน

เมื่อเรามาเป็นแม่จึงได้เข้าใจว่า กว่าคุณแม่จะเลี้ยงเรามาได้เป็นเรื่องที่โคตรยากเลย และการเป็นแม่ไม่มีวันหยุดจริง ๆ  ตอนเบนซ์เลี้ยงน้องปริม ไม่มีวันไหนที่นอนได้เต็มอิ่ม เพราะน้องยังกินนมแม่ และตอนนี้ก็ยังกินอยู่ ตกกลางคืนหิวก็จะกินนมแล้ว เบนซ์ต้องป้อนนมลูก ตอนนี้มีน้องปราง กลายเป็นว่าบางครั้งให้ลูกกินนมคนละเต้าพร้อมกัน ข้างหนึ่งคนพี่ ข้างหนึ่งคนน้อง จึงเข้าใจเลยว่าคนที่เป็นแม่คือคนที่โคตรเก่ง และสิ่งที่ยากที่สุดคือเลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ลูกรู้สึกว่าเราลำเอียง

 

เบนซ์-พรชิตา

 

ความรักได้ไม่เต็มที่เหมือนเมื่อก่อน  

ตอนนี้น้องปริมเป็นอยู่ค่ะ เขาจะชอบพูดว่า ‘แม่ไม่รักปริมแล้ว’ ‘พ่อไม่รักปริมแล้ว’ พอใครขัดใจปุ๊ป ‘ป้าไม่รักปริมแล้ว’ ‘คุณยายไม่รักปริมแล้ว’ เพราะตอนนี้เขามีน้อง เขาเลยรู้สึกทันทีว่าได้รับความรักไม่เท่าเดิม ซึ่งเบนซ์ก็ปล่อยให้เขาพูดนะ พอตอนที่เขาอารมณ์ดีจะเรียกน้องมาคุยด้วยเหตุและผลว่า ‘เมื่อกี้ปริมรู้สึกอะไรคะ พูดว่าแม่ไม่รัก แม่ทำอะไรให้หนูไม่พอใจเหรอลูก แม่ก็เป็นแม่ครั้งแรก ปริมก็เป็นลูกครั้งแรกเหมือนกัน ปริมก็ทำผิดได้นะ ถ้าปริมทำผิด ปริมขอโทษแม่ได้ ถ้าแม่ทำผิด แม่ก็ขอโทษปริมนะ’

 

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป >>> 

keyboard_arrow_up