3 คำถามชวนสงสัย สิ่งมหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นกับ พระพุทธเจ้า ในวันวิสาขบูชา

คำถามชวนสงสัย
คำถามชวนสงสัย

3 คำถามชวนสงสัย สิ่งมหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นกับ พระพุทธเจ้า ในวันวิสาขบูชา

เชื่อว่า 3 คำถามชวนสงสัย นี้ เป็นสิ่งที่ค้างคาใจของชาวพุทธทั่วโลกอย่างแน่นอน ทำไมพระพุทธเจ้าทรงเดินได้หลังจากประสูติ แล้วทรงเดินได้ถึง 7 ก้าว แล้วทำไมพระพุทธเจ้าทรงใช้ตั้ง 6 ปีกว่าจะตรัสรู้ และทำไมพระองค์ทรงเลือกปรินิพพานที่กรุงกุสินาราทั้งที่เป็นเมืองเล็ก ๆ ซีเคร็ตลองหาคำตอบมาให้ทุกท่าน หวังว่าจะได้ความรู้จากคำตอบไม่มากก็น้อย

ทำไมพระพุทธเจ้าทรงเดินได้ 7 ก้าวหลังประสูติ

พุทธประวัติในตอนประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะที่เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปในสังคมไทย ได้รับอิทธิพลจากคัมภีร์อรรถกถา และคัมภีร์ปฐมสมโพธิของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิต ชิโนรส กล่าวว่า พระสันดุสิตเทพบุตรหมดบุญจากสวรรค์ชั้นดุสิต ท้าวสักกะเทวราชและท้าวสหัมบดีพรหมเข้าเฝ้าเพื่อทูลเชิญพระโพธิสัตว์อุบัติยังพระครรภ์ของพระนางสิริมหามายา พระนางทรงสุบินนิมิตเห็นช้างเผือกแทรกเข้าในพระอุทร พระนางตั้งพระครรภ์ ตามธรรมเนียมของเทวทหะ (วงศ์ฝ่ายพระนางสิริมหามายา) ว่า ขัตติยนารีต้องกลับไปประสูติที่ราชสกุล เมื่อพระนางสิริมหามายาเสด็จมาได้ครึ่งทาง ทรงแวะชมสาลโนทยาน (สวนสาละ) ชื่อว่า “ลุมพินีวัน” และทรงให้ประสูติพระโพธิสัตว์ ณ ที่แห่งนั้น

พระโพธิสัตว์เสด็จออกจากพระครรภ์ และทรงเดินได้ 7 ก้าว ในแต่ละก้าวก็มีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับพระบาท แล้วตรัสว่า “เราคือเลิศที่สุดของโลก เราคือผู้เจริญที่สุดของโลก เราคือผู้ประเสริฐที่สุดของโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ต่อไปนี้ภพใหม่จะไม่มีอีก ”

นักปราชญ์ตะวันตกและตะวันออกรวมทั้งไทยเองพยายามตีความสัญลักษณ์ 7 ก้าวของพระโพธิสัตว์ บางท่านว่าหมายถึง พระพุทธศาสนาจะเจริญไปใน 7 แคว้นของชมพูทวีป บางท่านว่า หมายถึง โพชฌงค์ 7 ซึ่งเป็นองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ ซึ่งทรรศนะอันหลังนี้มีความน่าเชื่อถือ เพราะการตรัสอาสภิวาจาก็เป็นนัยถึงการประกาศความสำเร็จว่าพระองค์ว่า เราจะไม่เวียนว่ายในวัฏฏะอีกต่อไป ซึ่งก็คือการตรัสรู้ นั่นเอง

 

 คำถามชวนสงสัย

 

ทำไมพระโพธิสัตว์ทรงเดินได้หลังจากประสูติ ต้องขอยกเรื่องธรรมดาของพระโพธิสัตว์ที่กล่าวไว้ในพระสูตรที่มีชื่อว่า “มหาปทานสูตร” เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพระโพธิสัตว์ที่หมดบุญจากสวรรค์ลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า มีลักษณะ16 ประการ ดังนี้

  1. พระโพธิสัตว์แม้จะเลื่อนขั้นจากเทวดาเป็นมนุษย์ อย่างไรก็ไม่สูญเสียสติสัมปชัญญะ
  2. เมื่อพระโพธิสัตว์เสด็จจากดุสิตสวรรค์ ลงสู่พระครรภ์ของพระพุทธมารดา จะบังเกิดแสงสว่างจ้าอันหาที่สุดของแสงมิได้ สว่างไปทั้งเทวโลก พรหมโลก อสูรโลก มนุษยโลก ทำให้ไม่รู้เลยว่าแสงสว่างของดวงดาว ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์เป็นอย่างไร จากนั้นโลกธาตุจะสั่นสะเทือน (แผ่นดินไหว)
  3. เทพบุตรทั้ง 4 ผู้รักษาทิศทั้ง 4 คือท้าวจตุโลกบาล อาสาพิทักษ์รักษาพระโพธิสัตว์ ทั้งยังตั้งปณิธานว่า ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์ ล้วนไม่สามารถกระทำประทุษร้ายพระโพธิสัตว์ได้
  4. พระพุทธมารดาจะไม่ปรารถนาและไม่กำหนัดในบุรุษเพศ
  5. พระพุทธมารดาจะทรงศีล 5 ทันที ไม่ล่วงละเมิดหรือกระทำสิ่งที่เป็นอกุศล ที่จะทำให้ศีล 5 มัวหมอง
  6. พระพุทธมารดาเอิ่มอิ่มด้วยกามคุณทั้ง 5
  7. พระพุทธมารดาทรงไม่ประชวร
  8. หากพระโพธิสัตว์ประสูติได้ 7 วัน พระพุทธมารดาจะสิ้นบุญแล้วไปบังเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิตทันที
  9. พระพุทธมารดาจะทรงครรภ์พระโพธิสัตว์อยู่เป็นเวลาถึง 10 เดือนเท่านั้น ไม่น้อยและมากไปกว่านี้
  10. พระพุทธมารดาจะทรงยืนและให้ประสูติพระโพธิสัตว์
  11. เทพยดาทั้งหลายจะแสดงการต้อนรับพระโพธิสัตว์
  12. เมื่อพระโพธิสัตว์ประสูติยังไม่ทันต้องพื้นดิน เทพบุตรทั้ง 4 (ท้าวจตุโลกบาล) จะเข้ามารับพระโพธิสัตว์ไว้
  13. พระโพธิสัตว์จะไม่เปื้อนด้วยน้ำ เมือก และเลือด
  14. บังเกิดธารน้ำเย็นและน้ำอุ่นขึ้นกลางอากาศ รดชำระกายพระโพธิสัตว์และพระพุทธมารดา
  15. พระโพธิสัตว์ทรงเดินได้ 7 ก้าว และเปล่งอาสภิวาจาว่า “เราคือเลิศที่สุดของโลก เราคือผู้เจริญที่สุดของโลก เราคือผู้ประเสริฐที่สุดของโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ต่อไปนี้ภพใหม่จะไม่มีอีก “
  16. พระโพธิสัตว์ประสูติจากครรภ์ของพระพุทธมารดา จะบังเกิดแสงสว่างจ้าไปทั่วโลกและจักรวาล

การเดินได้หลังประสูติอยู่ในข้อที่ 15 พระสูตรนี้เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ทรงเล่าถึงพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ ได้แก่ พระวิปัสสีพุทธเจ้า พระสิขีพุทธเจ้า พระเวสสภูพุทธเจ้า พระกกุสันธพุทธเจ้า พระโกนาคมนพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า และพระโคดมพุทธเจ้า (พระองค์เอง) ไม่ว่าพระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นมาอีกกี่พระองค์ ตอนประสูติก็จะทรงเดินได้ 7 ก้าวทุกพระองค์ แม้การให้กำเนิดของพระพุทธมารดาก็ยังผิดจากสตรีทั่วไป เพราะพระพุทธเจ้าคืออภิมนุษย์ ไม่ใช่คนธรรมดา

 

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป >>> 

keyboard_arrow_up