พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

“เดินจิต” ถ่ายทอดธรรมจากจิตสู่จิต โดย พระวิปัสสนาจารย์ พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

พระมหาวรพรต กิตฺติวโร
พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

“เดินจิต” ถ่ายทอดธรรมจากจิตสู่จิต โดย พระวิปัสสนาจารย์ พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

พระมหาวรพรต กิตฺติวโร พระอาจารย์หนุ่มแห่งวัดมเหยงคณ์ ที่สละชีวิตทางโลก อยู่กับการปฏิบัติจนกลายเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ชี้แนะและสอนการปฏิบัติธรรมตามแนวทางสติปัฎฐาน 4 ด้วยวิธี “จิตสู่จิต” หรือที่เรียกว่า “เดินจิต” อะไรคือแรงบันดาลใจ และจุดหักเหให้ท่านสนใจมุ่งสู่ทางธรรมตั้งแต่ยังวัยรุ่น

 

เบื่อหน่ายทางโลก อยากแสวงหาความสงบ

” แต่ก่อนใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เรียนหนังสือ อยู่กับเพื่อน ๆ จนกระทั่งอายุ 16 – 17 ปี ซึ่งเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ เกิดพลิกผันคือ เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายสิ่งต่าง ๆ  เพื่อนฝูง สังคม แม้กระทั่งเราเข้าไปในผับในบาร์ ตามประสาวัยรุ่นก็เกิดความรู้สึกเบื่อ มันไม่ใช่ความสุขของเรา เลยทำให้กลายเป็นคนเก็บตัว จากที่เคยเป็นคนเฮฮา กลายเป็นคนตัดขาดจากสังคม ด้วยความที่ช่วงนั้นเบื่อสังคมไม่รู้จะทำอะไรก็เลยระลึก (ภาวนา )  พุท-โธ ขึ้นในใจ ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ หรือเดินจงกรม แค่รู้สึกอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียวเลยภาวนาพุท-โธ ไปเรื่อย ๆ ถึงเวลากินข้าวก็ลงมากินข้าวแล้วกลับขึ้นไป ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเราในตอนนั้น เป็นแค่ความรู้สึกช่วงหนึ่ง พอภาวนาไปเรื่อย ๆ กลายเป็นว่าบริกรรมพุท-โธอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ตอนนอน ร่างกายหลับแต่ข้างในกลับตื่น ทำให้เห็นการทำงานของกาย ทำให้รู้ว่าที่จริงแล้วสิ่งที่ควรพักคือร่างกาย ระบบสมอง ระบบประสาท เว้นแต่จิตที่ไม่ยอมหลับ พอบริกรรมไปเรื่อย ๆ ตลอด 2 สัปดาห์ พุท-โธก็หายไป กลายเป็นความสงบที่สงัด และมีความประณีตขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพุท-โธหายก็เหลือแต่รับรู้ว่าข้างในสงบ และเป็นอย่างนี้มาเรื่อย ๆ บางคืนนั่งสมาธิอยู่คนเดียวทั้งคืน โดยไม่ต้องนอนก็อยู่ได้ เพราะมีความสงบและความวิเวก ปราศจากความคิดปรุงแต่งใดใด ดื่มด่ำอยู่กับความสงบขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนเราเข้าไปในอีกโลกหรืออีกมิติหนึ่งที่ตัดขาดจากความวุ่นวาย

” การได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ทำให้รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นเราไม่มีครูบาอาจารย์ และยังไม่เคยปฏิบัติธรรมอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อน แต่ใจของเรากลับนิ่งมาโดยตลอด คุณพ่อคุณแม่กังวลว่าเราเป็นอะไร อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนไป ตอนนั้นก็ตอบท่านว่าไม่รู้เหมือนกัน แค่รู้สึกว่าอยากอยู่คนเดียว ไม่อยากยุ่งกับสังคม ภาวะในตอนนั้นเลยส่งผลให้เราเข้าไปสู่ภาวะที่ประณีตมาก เลยรู้สึกว่าเราคงอยู่กับโลกแบบนี้ยากแล้ว โลกต้องใช้ความคิดและวุ่นวายอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เราอยากอยู่ในโลกที่สงบและประณีต แล้วเราจะอยู่ในโลกแบบนี้ได้อย่างไร เราหาคำตอบนี้มาโดยตลอด ”

 

พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าต่อไป

 

keyboard_arrow_up