ทำไมจึงทำเช่นนี้เวลาตาย ธรรมะจากงานศพ โดย กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์  

ธรรมะจากงานศพ
ธรรมะจากงานศพ

ทำไมจึงทำเช่นนี้เวลาตาย ธรรมะจากงานศพ โดย กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์

กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ได้โพสต์ข้อความธรรมะจำนวน 9 รูป ในชื่อว่า “ทำไมจึงทำเช่นนี้เวลาตาย” ซึ่งเป็น ธรรมะจากงานศพ ที่ทำให้เราเข้าใจถึงเหตุทีต้องทำเช่นนี้ในงานศพ เช่น การสวดอภิธรรม การมัดตราสังข์ บวชหน้าไฟ พระจูงหน้าศพ เวียนศพ 3 รอบ คุณกิ๊กได้ยกธรรมะอธิบายแฝง ทำให้เราตระหนักว่างานศพงานหนึ่งที่เราทุกคนเข้าใจว่าจัดขึ้นเพื่อผู้วายชนม์ แต่ที่จริงแล้วเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อให้คนเป็นได้เข้าใจในสัจธรรมของชีวิต และดำเนินชีวิตไปในหนทางที่ถูกต้องด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า

 

1. มัดตราสังข์สามเปลาะ

มัดที่คอ หมายถึง บ่วงรักลูก มัดที่มือ หมายถึง บ่วงรักสามี-ภรรยา มัดตรงข้อเท้า หมายถึง บ่วงรักทรัพย์สมบัติ ติดอยู่สามบ่วงนี้ ไปนิพพานไม่ได้ ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏไม่มีจบสิ้น

 

2. เคาะโลงรับศีล

ไม่ใช่ให้คนตายมารับศีล แต่เพื่อเป็นการบอกคนที่มาร่วมงานว่า อย่าเอาแต่มัวประมาทขาดสติ ไม่สนใจในหลักธรรมคำสอน เมื่อตายไปหมดโอกาสทำความดี จะเคาะจนโลงแตกก็ลุกขึ้นมาไม่ได้

 

3. สวดอภิธรรม

มักสวดเป็นภาษาบาลี คนรับฟังไม่รู้เรื่อง จึงนึกว่าสวดในคนตาย แต่จริง ๆ แล้วเป็นการสวดเพื่อสอนคนที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะได้นำหลักธรรม ไปปฏิบัติให้เกิดผลดีในชีวิตประจำวัน ดังนั้นแม้จะฟังไม่เข้าใจแต่เพื่อให้การฟังสวดอภิธรรมเกิดผล ควรสำรวมส่งจิตไปอยู่กับเสียงพระสวด ให้จิตสงบนิ่งอยู่กับเสียงพระสวดก็จะเกิดสมาธิจิตได้

ศึกษาบทสวดอภิธรรมเพิ่มเติมได้ที่ บทสวดศพ อภิธรรม 7 คัมภีร์ แปล เพื่อเข้าใจบทสวดอภิธรรมในงานศพมากขึ้น

 

4. บวชหน้าไฟ

มักเข้าใจกันว่า เป็นการบวชจูงผู้ตายขึ้นสวรรค์ ความจริงนั้น ไม่ใช่ เพราะการบวชหน้าไฟ เป็นการปลงธรรมสังเวชต่อการเกิด แก่ เจ็บ และตายในที่สุด มนุษย์ก็มีเท่านี้ ทำให้เกิดการเบื่อหน่ายต่อชีวิต ในโลกียวิสัย ไม่ประสงค์จะอยู่ในเพศฆราวาส แล้วพอใจในสมณะเพศ มุ่งปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นเข้าสู่มรรคผลนิพพาน

เข้าใจเรื่องการบวชในพระพุทธศาสนามากขึ้นที่ ตามหาการบวชที่แท้จริง และ อานิสงส์ของการบวช – สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

 

5. การนิมนต์พระจูงออกหน้าศพ

เพื่อจะสอนคนที่ยังอยู่ให้ได้สำนึกว่าตอนที่ยังอยู่ ต้องเดินตามหลังพระ หมายความว่าให้ดำเนินชีวิตตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง จึงจะอยู่ดีมีสุข มีความเจริญก้าวหน้า

 

6. การเวียนซ้าย 3 รอบ

หมายถึง การเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้งสามอันมีกามภพ รูปภพ และอรูปภพ ด้วยอำนาจกิเลสตัณหาอุปาทานก็จะเป็นทุกข์ไม่จบสิ้น ฉะนั้นต้องทวนกระแส เป็นการสอนธรรมชั้นสูง จึงได้พาศพเวียนซ้าย

เข้าใจเรื่องภพในคติพุทธศาสนามากขึ้นได้ที่ ไขความกระจ่าง ความหมายที่แท้จริงของคำว่าภพ และ ภพภูมิหลังความตาย ที่สัตว์โลกทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิด

 

7. การใช้น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ

เพื่อชี้ให้เห็นว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำสะอาด บริสุทธิ์ ผู้เข้าสู่มรรคผลนิพพาน ต้องชำระจิตให้สะอาดด้วยน้ำทิพย์จากพระธรรม

 

8. การแปรรูป

หลังจากเผาแล้ว มีการเก็บอัฐิ และมีการเขี่ยขี้เถ้าผู้ตาย ให้เป็นรูปร่างกลับไปกลับมา เพื่อจะบอกว่าได้กลับชาติใหม่แล้ว ตามวิบากของกรรมต่อไป

 

“อย่ามัวแต่หลง ลาภ ยศ สรรเสริญ หลงตำแหน่งหน้าที่การงานอยู่ สิ่งทั้งหลายเอาไปตอนตายไม่ได้”

 

ที่มา : www.instagram.com/@kikmayurin

ภาพ : https://pixabay.com


บทความน่าสนใจ

เปิดกำหนดการ พิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

กฎ 7 ข้อที่หลวงพ่อขอไว้สำหรับจัดงานศพของท่าน หลวงพ่อบุญทัน เจ้าอาวาสวัดศิริมงคล

งานศพ พิธีกรรมหลังความตายของศาสนาพุทธ

ศพ หรือ เทพ มาเปลี่ยนความสัมพันธ์จาก คู่เวรคู่กรรม เป็น คู่สร้างคู่สม

บทสวดศพ อภิธรรม 7 คัมภีร์ แปล

keyboard_arrow_up