ภาษารักของนภ พรชำนิ

นภ พรชำนิ
นภ พรชำนิ

ภาษารักของ นภ พรชำนิ

นภ พรชำนิ “เจ้าพ่อเพลงรัก” ความรักที่มีต่อครอบครัว คนรัก และคนรอบข้าง บวกกับถ้อยคำที่อบอุ่นและสุขุมของเขา ทำให้ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงแต่งเพลงและร้องเพลงรักได้งดงามขนาดนี้ ในวันนี้เขาได้ร่ายเวทมนต์แห่งรักฝากไว้ในบทสัมภาษณ์นี้ ซีเคร็ตชวนผู้อ่านทุกท่านมารู้จักความรักในมุมของนภ พรชำนิกัน

 

ความรักที่เป็นความรักที่ผิด

ผมเจอเพลินมาตั้งแต่เรายังไม่รู้จักกัน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กแสบคนนั้น ตอนที่เราตัดสินใจมาคบกัน เราต่างมีแฟนกันอยูแล้ว เราทั้งสองจึงต้องเลิกราจากแฟนเก่า ตอนนั้นผมคบกับแฟนคนก่อนนาน 3-4 ปี จนแน่ใจแล้วว่าเราเป็นคนที่ใช่ของกันและกัน แต่เมื่อกลับมาเจอเพลินอีกครั้งเลยกลายเป็นแบบนี้ไงครับ เรากลายเป็นคนรักของกันและกัน รักกันมานานกว่า 18 ปี ถ้าเราไม่ตัดสินใจคบกันในตอนนั้น คงไม่มีวันนี้ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต้องรู้ว่าชอบและรักอะไร เราต้องไม่โกหกกับความรู้สึกของตนเองก่อน คนที่เราคบอยู่ตอนนี้ต้องไม่ใช่การฝืน เพราะในวันหนึ่งเราต้องเลิกกันอยู่ดี

จุดเริ่มต้นความรักของเราเป็นเพียงการพิสูจน์ว่าเราจริงจังกับความรักแค่ไหน แล้วเราจะซื่อสัตย์ต่อความรักครั้งต่อไปอย่างไร ตั้งใจและพร้อมที่จะรักษาความรักครั้งนี้ไหม แต่สำหรับความรักในอดีตของผมและเพลินต่างเป็นการค้นหาตัวเอง เพื่อที่เราจะรู้ว่าเราจะเลือกอะไรให้กับชีวิตของเราเอง

 

"<yoastmark

1

เด็กแสบในวันนั้นทำให้ประทับใจอย่างไรจึงรักกันมาจนถึงวันนี้

เขายังเป็นเด็กแสบคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มีความคิดที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร อยากทำอะไร อยากเรียนรู้อะไร อยากสร้างสรรค์อะไรให้กับโลกใบนี้ เพลินเป็นผู้หญิงที่มีความชัดเจน ผมไม่ต้องมาคอยเดาว่าเขาคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่ เขาจะบอกให้ผมรู้ทันที จึงทำให้ผมไม่ต้องเสียเวลามาง้อ ผมชอบเพลินที่เป็นแบบนี้ ผมจะได้รู้ว่าเขาต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร บางครั้งผมบอกเขาว่าวันนี้เหนื่อยมากขอพักนะ เขาก็จะไม่ชวนผมออกไปไหน หรือบางครั้งเขาอยากไปมาก ๆ เราก็ยอมไปด้วย แต่โดยส่วนมากเขาจะเคารพในความรู้สึกและความคิดของผม

 

ช่วงหนึ่งของชีวิตที่เคยบวชเรียนจนเข้าใจเรื่องอัตตา

ผมบวชเพื่อเป็นการอุทิศบุญกุศลให้คุณปู่ ตอนนั้นผมบวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร การบวชทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น ที่ผมเป็นอย่างนี้เพราะยึดมั่นในตัวตน (อัตตา) ตอนก่อนจะบวชผมคิดว่าผมเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง เป็นที่ชื่นชม มีคนฟังเป็นพันเป็นหมื่น เราเอาความเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงกลับมาบ้านด้วย เมื่อคิดแบบนี้อัตตาก็ยิ่งโตขึ้น

นอกจากเรื่องอัตตาแล้ว ทำให้ผมเข้าใจว่าชื่อเสียงและทรัพย์สินเงินทองเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ทำให้ผมมองเรื่องนี้เป็นอันดับท้าย ๆ จากเมื่อก่อนจะมองเรื่องนี้เป็นอันดับแรก ๆ สิ่งที่ผมมองเป็นอันดับแรกหลังจากสึกออกมาคือ ครอบครัว และเพลิน ผมสัมผัสความรักและความอบอุ่นของครอบครัวและเพลินได้ชัดเจนขึ้น ทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่ครอบครัวและเพลินให้ผมเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่มาก ผมจึงตั้งใจมากที่จะดูแลครอบครัวและเพลินให้ดีที่สุด รวมไปถึงคนรอบข้างผมด้วย

 

"<yoastmark

2

ปัญหามีมาตลอด อยู่ที่ว่าเราระมัดระวังพอหรือยัง

ผมเชื่อว่าปัญหาสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขอยกอย่างล่าสุด เช่น คอนเสิร์ตของพี่บอย-ชีวิน โกสิยพงษ์ ที่จัดไปเมื่อเร็วๆนี้ คอนเสิร์ตหนึ่งครั้งใช้ระยะเวลาในการแสดงนาน 2-4 ชั่วโมง เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้าย ถ้านักดนตรีคนหนึ่งโดนไฟดูดแล้วเครื่องไฟฟ้าพังก็มีผลกระทบต่อคอนเสิร์ตทั้งหมด หรือคนดูเดินตกบันไดฮอลล์ก็อาจมีได้ สิ่งที่ผมทำได้คือใส่ใจกับรายละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นจริง ๆ ต้องปล่อยวางเพราะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้

 

ความรักของนภ พรชำนิ

ความรักจริง ๆ แล้วเป็นอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ปุถุชน ซึ่งไม่มีผลต่อมนุษย์อีกขั้น (อริยชน) ซึ่งมนุษย์ประเภทนี้จะไม่มีความรู้สึกแบบนี้ จะไม่ยึดติดกับความรู้สึกชอบและไม่ชอบ ความโลภ ความโกรธ และความหลง ซึ่งผมอยากเป็นแบบคนกลุ่มนี้ อยากหลุดจากความเป็นปุถุชน ผมจึงขอเป็นคนที่คอยดูแลความรักและความเมตตา เพราะอารมณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ครอบครัวและคนรักมอบให้มา ผมซาบซึ้ง และเห็นว่ามีคุณค่า ผมต้องทำให้เต็มที่สมที่ครอบครัวให้ความรักแก่ผม ผมมองว่าการทำแบบนี้เป็นการตอบแทนพระคุณของบุพการี ส่วนความรักที่เพลินมีต่อผม ผมก็จะตอบแทนด้วยความซือสัตย์ ไม่เจ้าชู้ ไม่ทำให้เพลินเสียใจ ผมเคารพความรักที่ครอบครัวและภรรยาให้ผม หรือแฟนเพลงที่มีความรักให้กับผมและเพลงที่ผมร้อง ผมก็จะร้องเพลงอย่างทุ่มเทและพยายามถ่ายทอดเรื่องราวดี ๆ ใส่ไปในบทเพลง เพื่อให้คนฟังได้มีแรงบันดาลใจดี ๆ ต่อไป

 

"<yoastmark

3

ภาษารัก สิ่งสำคัญที่ทำให้ความรักยืนยาว

ช่วงนี้เป็นช่วงวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก ความรักในที่นี้หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก ไม่ว่าจะแต่งงานกันมานานแล้ว หรือคบกันเป็นแฟนมาหลายปี เพิ่งเริ่มคบหรือเริ่มศึกษาดูใจกันก็ตาม คู่รักต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และคอยเติมเต็มความรักให้แก่กัน เพื่อให้ความรักอยู่คู่กับคนสองคนไปตลอด

โดยธรรมชาติของคู่รักพอถึงช่วงหนึ่งของชีวิต ถ้าไม่เติมเต็มความรักให้กันและกันแล้ว ความสัมพันธ์ที่มีระหว่างกันก็จะลดลง แต่ยังรักกันอยู่ด้วยความผูกพัน อาจเคยได้ยินว่า รักกันนานๆแล้วอยู่ไปเหมือนเพื่อน แต่สำหรับคอร์สที่ผมจัดขึ้น Staying in Love จะทำให้คู่รักมีความรักที่ยืนยาวไปตลอดชีวิต คุณจะจับมือกันแน่นกว่าเดิม อยากอยู่ด้วยกันไปจนแก่

คอร์สนี้ช่วยให้เข้าใจถึงที่มาและอดีตของคู่รัก เพื่อที่จะเข้าใจคู่รักของเราดียิ่งขึ้น เมื่อรู้อดีตของเขา เราจะเข้าใจปัจจุบันของเขาว่า เขาเป็นแบบนี้เพราะอะไร ความรักจะราบรื่นได้ ต้องเข้าใจ “ภาษารัก” ถ้าเข้าใจภาษารักของกันและกัน จะสามารถเติมเต็มความรักให้กันและกันได้ ทำให้ปัญหาเรื่องมือที่ 3 หมดไป คุณไม่รู้ภาษารักของคู่ของคุณ พอคู่ของคุณไปเจออีกคนที่มีภาษารักเดียวกัน เขาก็ไปรักคนนั้น ภาษารักจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคู่รัก

 

 

เรื่อง : นภ พรชำนิ

เรียบเรียง : ชนินทร์ ผ่องสวัสดิ์

ภาพ : สรยุทธ พุ่มภักดี


บทความน่าสนใจ

เบื้องหลัง (ที่แท้จริง) ของเพลงรักหวานซึ้ง – โกสิยพงษ์

เยียวยาด้วยความรัก ทรงประสิทธิภาพมากกว่ายาขนานใด- นายแพทย์ชวโรจน์  

คำสาปทั้ง 3 ประเภท ที่ทำให้ ความรักไม่ยั่งยืน

10 ขั้นตอน ชวนคนรักให้ รักษาศีล หลักการแสดงความรักที่เป็นรูปธรรม

คู่รักต่างวัย ผู้นอบน้อมต่อธรรมชาติ

 

keyboard_arrow_up