งานเขียนของติช นัท ฮันห์

ชมนิทรรศการหมู่บ้านพลัม ภาพลายพู่กันแฝงธรรมะ และงานเขียนของติช นัท ฮันห์ที่ถูกแปลเป็นหลายภาษาไปทั่วโลก

งานเขียนของติช นัท ฮันห์
งานเขียนของติช นัท ฮันห์

ชมนิทรรศการหมู่บ้านพลัม ภาพลายพู่กันแฝงธรรมะและ งานเขียนของติช นัท ฮันห์ ที่ถูกแปลเป็นหลายภาษาไปทั่วโลก

หมู่บ้านพลัมจัดนิทรรศการในประเทศไทยมาหนึ่งครั้ง เมื่อวันที่ 2-12 เมษายน 2556 ในหัวข้อ “ภาวนากับลายพู่กัน ศิลปะแห่งสติโดยติช นัท ฮันห์ ” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และหวนกลับมาอีกครั้งกับการจัดนิทรรศการภาพลายพู่กันของติช นัท ฮันห์อีกครั้ง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มกราคมถึง 17 กุมภาพันธ์ 2562 แต่คราวนี้ไม่ได้มีเพียงภาพลายพู่กันเท่านั้น ยังมีจัดแสดง งานเขียนของติช นัท ฮันห์ ที่ได้รับการแปลเป็นหลายภาษาทั่วโลก พร้อมสิ่งที่น่าสนใจคือ อุปกรณ์บรรยายธรรม ซึ่งเราอาจคุ้นจากการฟังคลิปบรรยายธรรม และอ่านงานเขียนของท่าน

 

 

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ซีเคร็ตและสื่อต่างๆ ได้รับเชิญร่วมสัมภาษณ์กลุ่มพระธรรมาจารย์แห่งหมู่บ้านพลัมถึงนิทรรศการ “เฉลิมฉลองชีวิตหลวงปู่ติช นัท ฮันห์”

สิ่งแรกที่เราได้พบเห็นคือ รอยยิ้มและแววตาแห่งความสุขของบรรดาพระธรรมาจารย์ ท่านร้องบทเพลงภาวนาให้พวกเราทุกคนในที่นี่ฟัง หมู่บ้านพลัมมองว่าการสวดมนต์เป็นการร้องเพลงอย่างหนึ่ง ส่วนการร้องเพลงก็เป็นการสวดมนต์อย่างหนึ่ง ซึ่งจะเลือกร้องแต่เพลงธรรมะที่เอื้อมต่อการปฏิบัติธรรม

 

 

จากนั้นเวลาอันประเสริฐก็มาถึง เมื่อเสียงระฆัง (แห่งสติ) ดังขึ้น ทุกคนต้องหยุดการกระทำทุกอย่างที่ทำอยู่ในตอนนี้ แม้กระทั่งเรื่องที่คิดอยู่ในหัวขณะนี้ ให้จิตกลับมาอยู่กับลมหายใจเข้า-ออก หมู่บ้านพลัมเรียกว่า “ฉันกลับมาสู่บ้าน” คือการที่เราละจากทุกสิ่งแล้วหันกลับมาอยู่กับลมหายใจ ความศานติ (สงบ) ก็จะเกิดขึ้น

 

 

เสียงระฆังเปรียบเสมือนเสียงของพระพุทธเจ้าที่เรียกเรากลับไปสู่บ้านที่แท้จริง คือกายกับใจที่อยู่ด้วยกันในปัจจุบัน “นั้นฟังสิ ฟังสิ เสียงระฆังอันประเสริฐ นำฉันกลับมาสู่บ้านอันแท้จริง”

 

 

ระหว่างฟังพระธรรมาจารย์อธิบายเรื่องวิถีของหมู่บ้านพลัมกับนิทรรศการครั้งนี้ ท่านได้สอนวิธีการดื่มชาอย่างมีสติ ให้เราได้สัมผัสความอุ่นของชาที่วางอยู่บนอุ้มมือ แล้วสูบดมกลิ่นหอมของชา และดื่มเพื่อลิ้มรสชาติอันละมุนของมัน

 

 

นอกจากชาหอมแล้วยังมีขนมสำหรับกินคู่กับชาหอม เราต้องส่งต่อกันแล้วแสดงความเคารพแทนคำขอบคุณให้กัน เป็นภาพที่งดงาม และอ่อนโยนมาก

 

 

ลองมาพิจารณาจักรวาลในขนมและน้ำชา เราอาจเห็นสายลม ดวงอาทิตย์ ต้นไม้ และพื้นดิน อยู่ภายในขนมที่ทำมาจากถั่วเหลือง มะพร้าว และแป้งข้าวสาลี

 

 

พระธรรมาจารย์บอกอาการล่าสุดของท่านติช นัท ฮันห์ให้พวกเราฟังว่า ตอนนี้หลวงปู่อายุ 93 ปีแล้ว สุขภาพที่มีข้อจำกัดทางกายภาค แต่หลวงปู่ท่านยังเบิกบานกับชีวิตอยู่ และรู้สึกขอบคุณหลวงปู่ที่ทำให้พวกท่านได้อยู่เมืองไทยที่เป็นเมืองพุทธ มีความรู้สึกว่าที่นี่ไม่ต่างจากบ้าน ทำให้เราเผยแผ่พระธรรมได้อย่างสบายใจ และขอบคุณชาวไทยที่มาศึกษาคำสอนและปฏิบัติธรรมกับหมู่บ้านพลัม โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวสามารถนำธรรมะและวิธีการปฏิบัติไปใช้แก้ไขปัญหาความทุกข์ได้ เมื่อมีสติสมาธิแล้วจะทำให้มองสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน

 

 

หลังจากนั้นพระธรรมาจารย์ก็พาพวกเราเดินอย่างมีสติออกจากห้องบรรยายธรรมลงมายังสถานที่จัดนิทรรศการ “เฉลิมฉลองชีวิตหลวงปู่ติช นัท ฮันห์” ด้านล่างของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 

 

นิทรรศการนี้จัดแสดงผลงานเขียนของท่านติช นัท ฮันห์ ทั้งร้อยแก้ว และบทกวี ถูกแปลเป็นหลายภาษาทั่วโลก เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ

 

 

นอกจากงานเขียนที่ถ่ายทอดวิถีเซนแบบหมู่บ้านพลัมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังงานเขียนที่ทอดถ่ายมาจากประสบการณ์ชีวิตของหลวงปู่ และยังมีภาพลายพู่กันจำนวน 73 ภาพ สะท้อนธรรมะเรื่องสติ ความสงบ สันติภาพ ความรัก-เมตตาต่อโลกและคนรอบข้างให้ได้ชมอีกด้วย

 

 

ท่านติช นัท ฮันห์มักใช้สิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวในชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นอุปกรณ์บรรยายธรรม เพื่อให้ผู้ฟังธรรมเกิดความเข้าใจถึงธรรมะได้ง่ายขึ้น เช่น ไม้ขีดไฟ ผลส้ม ค้อนกับตะปู เทียนไข ข้าวโพด และอื่น

 

 

ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมชมนิทรรศการนีัได้ในระหว่างวันที่ 23-17 กุมภาพันธ์ 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร BACC

 

ที่มา : นิตยสารซีเคร็ต ฉบับที่ 229 และ ภิกษุณีฟ้าใสแห่งหมู่บ้านพลัม

เรื่อง : ชนินทร์ ผ่องสวัสดิ์

ภาพ : สรยุทธ พุ่มภักดี


บทความน่าสนใจ

ภิกษุณีนิรามิสา ภิกษุณีชาวไทย รูปแรกที่บวชกับ หลวงปู่ติช นัท ฮันห์

ภิกษุณีเจิงคอม สตรีผู้มีหัวใจพระโพธิสัตว์

ปลูกผัก ปลูกสติ “ทำสวนในใจตน” กิจกรรมดี ๆ ที่หมู่บ้านพลัม

หลวงพ่อฟับเหนี่ยม พระธรรมาจารย์ อาวุโสแห่งหมู่บ้านพลัม

ท่านติช นัท ฮันห์ ชีวิตเพื่อสันติภาพ

 

keyboard_arrow_up