จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์

ลิขิตชีวิต (สวย) ด้วยตัวเอง : จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์

จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์
จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์

ลิขิตชีวิต (สวย) ด้วยตัวเอง : จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์

ชื่อเล่นและชื่อจริงของคุณแอน – จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ อาจทําให้คนส่วนใหญ่สะดุดหูและมีคําถามมากมายเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเธอ ในขณะที่หลายคนคงพอเดาได้ว่าเธอคือผู้หญิงข้ามเพศ
1
ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือวิธีคิด วิธีทํางานที่ทําให้เธอกลายมาเป็นผู้นําเข้าคอนเทนต์ระดับโลกรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าแม้ไม่อาจเลือกเกิดเป็นใคร เพศใด แต่สามารถเลือกลิขิตชีวิตของตนเองได้
2

คุณแอนเติบโตมาในครอบครัวแบบไหนคะ

3

แอนเป็นลูกชายคนโตของครอบครัวชนชั้นกลางที่ทําการค้าที่บ้านเปิดร้านเช่าวิดีโอแถวบางแค เกิดมาก็เห็นม้วนวิดีโอก่อนเลย ไปโรงเรียนกลับมาก็ดูแต่วิดีโอ สมัยเด็กๆ มีแต่หนังฝรั่ง ละครจีน ไม่มีละครเกาหลี กิจการเช่าวิดีโอในยุคนั้นรุ่งเรืองมาก ครอบครัวเราสร้างฐานะได้เพราะธุรกิจนี้
4
ตอนเป็นเด็กเราชอบแต่งหน้า ชอบอยู่กับเด็กผู้หญิง ชอบความสวยความงาม ถามว่าพ่อแม่สังเกตเห็นไหม แน่นอนเห็นอยู่แล้ว แต่ไม่อยากยอมรับ ยิ่งเป็นคนจีนแล้วเราเป็นลูกชายคนโตยิ่งรับไม่ได้ พอโตขึ้นมาหน่อยก็ส่งไปอยู่โรงเรียนประจําชายล้วน ก็คงคิดว่าเราจะเปลี่ยนเป็นผู้ชายได้
5
เราชอบดูหนังฟังเพลงฝรั่งชนิดจําได้หมดทั้งเนื้อเรื่อง ดารา ผู้กํากับ เลยชอบเรียนภาษาอังกฤษมากที่สุด นอกจากนั้นยังช่วยให้เราเห็นโลกกว้างได้เห็นเมดิสัน สแควร์จากในหนังตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ได้รู้มารยาทสังคมของฝรั่งจากหนังหลายๆ เรื่อง พอโตขึ้นก็อยากไปเรียนต่างประเทศ แต่พ่อไม่ให้ไป เพราะกลัวไปแล้วกลับมาเป็นผู้หญิง ปรากฏว่าในที่สุดก็ได้ไปเพราะพอเรียนจบ ม.5 เราก็ไปลาออกจากโรงเรียนอัสสัมชัญแล้วเอาใบลาออกไปให้พ่อ เหมือนบังคับพ่อกลายๆ พ่อนั่งมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกว่าได้
6

ไปเรียนต่อที่ประเทศอะไรคะ

7

เลือกไปเรียนที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย เพราะค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก ประมาณปี 1996 ยังไม่ค่อยมีนักเรียนไทยมากเท่าไหร่ ไปเรียนคอลเลจก่อนแล้วไปต่อมหาวิทยาลัย ตั้งใจว่าจะต้องพูดอ่านเขียนภาษาอังกฤษให้เก่งที่สุด เพราะอยากเป็นพิธีกรโทรทัศน์ที่สามารถพูดไทย-อังกฤษโดยไม่ต้องมีสคริปต์
8
ระหว่างเรียนก็ไปทํางานพิเศษจริงๆ เราไม่ได้เดือดร้อนขนาดนั้น แต่อยากได้ประสบการณ์อยากพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ จึงไม่ไปสมัครงานร้านอาหารไทย เพราะก็ต้องไปเจอคนไทยพูดภาษาไทย แต่ไปสมัครเป็นแคชเชียร์ในร้านสะดวกซื้อที่ปั๊มน้ํามันซึ่งมีหน้าที่เก็บเงินคนมาเติมน้ํามัน และมาซื้อของด้วย ได้เงินคืนละ 7 เหรียญแต่ทําไปทํามาได้เพิ่มเป็น 13 เหรียญ เพราะว่าเขาจ้างสิบเราทําร้อย จ้างมาเป็นแคชเชียร์ แต่เราล้างห้องน้ําด้วย เวลามีของมาส่งเราก็ตรวจเช็กของว่ามาส่งครบไหม จัดของขึ้นชั้นวางของ
9
เวลาทํางานไม่เคยคิดถึงเรื่องเงินเป็นหลักชีวิตจะไม่อยู่กับแรงจูงใจ แต่อยู่กับแรงบันดาลใจ แรงจูงใจคือทําอะไรไปแล้วคิดว่าฉันจะได้เท่านั้นเท่านี้ แต่เราไม่คิดแบบนั้นจะคิดว่าทําดีก็ได้ดีกับตัว แล้วคนดีจะมีคนเห็นเอง ถ้าเจ้าของธุรกิจมองไม่เห็นก็ไม่เป็นไร เพราะระหว่างที่ทํางานอยู่ก็ได้ประสบการณ์ได้ต้นทุนชีวิตเพิ่มขึ้น ได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษ ไม่ได้เรียนทฤษฎีแต่ในห้องเรียนอย่างเดียว นอกจากนั้นยังมีเงินเก็บด้วยนะ กว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยมีเงินเก็บเป็นแสน เพราะจากทํางานสัปดาห์ละวันเขาก็จ้างเพิ่มเป็น 3 วัน ทําตั้งแต่บ่ายสี่ยันเที่ยงคืนแต่ยัยนี่ก็อยู่จนถึงตีสองเพราะคอยเก็บร้านจัดโน่นจัดนี่
10 
ที่สําคัญที่สุดสิ่งที่ยึดมั่นในการทํางานมาตลอดคือความซื่อสัตย์ สักบาทก็ไม่เคยหายเวลาใครมาเติมแก๊ส แล้วหนียัยนี่ตาไวมากจดทะเบียนรถทันและกดปุ่มเรียกตํารวจได้ตลอด หลายคนอาจมองว่าเราทุ่มเททํางานให้เจ้าของร้านแต่จริง ๆ แล้วเราทุ่มเทเพื่อตัวเองนั่นแหละ เพราะตัวเราเองได้ทั้งนั้น
11

เวลาทํางาน

ไม่เคยคิดถึงเรื่องเงินเป็นหลัก

ชีวิตจะไม่อยู่กับแรงจูงใจ

แต่อยู่กับแรงบันดาลใจ

12

ไปเรียนอะไรที่ออสเตรเลียคะ

13
เลือกเรียนรัฐศาสตร์เพราะอยากเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ แล้วคิดว่าการเป็นพิธีกรต้องรู้เรื่องรอบโลกว่าทําไมประเทศนั้นทะเลาะกับประเทศนี้ แต่ละศาสนามีหลักการต่างหรือเหมือนกันอย่างไร เรามองว่าการเรียนรัฐศาสตร์สามารถสร้างต้นทุนให้ตัวเองได้รู้อยู่แล้วว่าจบมาไม่ได้รับราชการหรอก แต่คิดว่าเป็นสาขาที่ใกล้เคียงกับการเป็นพิธีกรมากที่สุดแล้ว
14

เรียนจบแล้วได้กลับมาเป็นพิธีกรอย่างที่อยากเป็นไหมคะ

15

กลับมาเมืองไทยประมาณปี 1999-2000 ก็มาช่วยพ่อทําร้านให้เช่าวิดีโอ พ่อก็ไปเอาหนังไทยและจี้เส้นคอนเสิร์ตมาลงม้วนวิดีโอ ซีดี ดีวีดี แล้วจัดจําหน่ายทั่วประเทศ ช่วงนั้นเป็นรอยต่อที่เปลี่ยนจากม้วนวิดีโอมาเป็นแผ่นซีดี ดีวีดี ตอนนั้นก็ยังคิดว่าธุรกิจของเราคือม้วนวิดีโอ พอกลับมาก็ไปติดต่อบีบีซีนําสารคดีเรื่องวอล์คกิ้งวิท ไดโนซอร์ มาลงซีดีขายเพราะคิดว่าเป็นสารคดีที่ดีถ่ายทําสวยมากและราคาถูก เวลานั้นงบการเงินก็ยังอ่านไม่เป็น เรื่องบัญชีอะไรฟังไม่รู้เรื่องเลย แต่พอเอาไปขายตามห้างสรรพสินค้าและศูนย์เช่าต่างๆ กลับไม่มีใครรับวิดีโอของเราไปขายเลย
16
ยอมรับว่าค่อนข้างเครียด นอนไม่หลับ พยายามคิดหาทางออกว่าจะทําอย่างไรดี คืนหนึ่งเปิดทีวีทิ้งไว้แล้วเห็นรายการช็อปปิ้งทางโทรทัศน์ที่มีจอร์จกับซาร่าเป็นพิธีกร ก็คิดว่าเขาขายเครื่องออกกำลังกายอย่างเดียวทุกคืน ทําไมขายได้ (วะ) ก็เลยเอาไปให้จอร์จกับซาร่าขายให้เรียกว่า จอร์จกับซาร่าช่วยชีวิตก็ว่าได้ (หัวเราะ) เพราะขายดีมากในเวลาไม่กี่เดือน หักต้นทุนแล้วได้กําไร 10 ล้านตกใจมาก บอกพ่อว่าที่ส่งไปเรียนหาเงินคืนหมดแล้วนะ ก็ขํากัน
17
จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์
18

อะไรคือสาเหตุที่ทําให้ขายดีคะ

18
คงเพราะเวลานั้นไม่มีสารคดีแบบนี้ พอเราเอาไปโฆษณาในโทรทัศน์จึงตรงกลุ่มคนซื้อ เพราะคนที่จะซื้อสารคดีแบบนี้เป็นคนฐานะปานกลางถึงสูงเป็นเจ้าของกิจการ แล้วได้ดูโทรทัศน์ตอนกลางคืนเขาซื้อให้ลูกดู ซึ่งทําให้เราเริ่มเรียนรู้เรื่องการตลาดว่า ต้องดูว่าทาร์เก็ตกรุ๊ปเราอยู่ตรงไหนเราต้องไปขายตรงนั้น
19
หลังจากนั้นก็นําสารคดีเข้ามาอีกหลายเรื่องอย่าง แพลเน็ตเอิร์ธ ปฐพีชีวิต และบลูแพลเน็ตของบีบีซี ต่อมาก็ไปติดต่อบริษัทเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ตอนนั้นไปโกหกอายุว่า 27 ทั้งๆ ที่อายุ 22 เพราะกลัวเขาไม่เชื่อในที่สุดก็ได้สัญญามา หลังจากนั้นก็ไปติดต่อช่องดิสคัฟเวอรี่ แชนแนล ฮิสทรี แชนแนล แล้วก็มาซื้อซีรี่ส์ฝรั่งและหนังอีกหลายพันเรื่อง
20
พอทํามาเรื่อยๆ ก็ตกผลึกว่าเราไม่ได้ขายแผ่นซีดี ดีวีดีนะ แต่เราขายคอนเทนต์ และเริ่มรู้ว่าตลาดคนไทยชอบอะไรไม่ชอบอะไร คนไทยไม่ค่อยชอบดูสารคดีวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ คนไทยชอบดูสัตว์ประหลาด แอ๊คชั่น มหันตภัย ถ้าคนชอบกินส้มตําอย่าเสิร์ฟสเต๊กมันไม่ใช่รสนิยมของเขา
21

ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าไม่เคยขาดทุนเลยใช่ไหมคะ

22

ไม่เคยเพราะคิดเสมอว่า Everything is possible. ถ้าทําอะไรอย่างหนึ่งแล้วไม่สําเร็จก็จะปรับวิธีแล้วไปหาเงินอีกแบบหนึ่งทันที วิธีคิดแบบนี้มาจากที่เราชอบเห็นโลกกว้างยิ่งศึกษาโลกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นทางออกมากขึ้นเท่านั้น ถ้าเดินไปแล้วตันก็ต้องหาทางออกทางอื่นแอนมองว่าปัญหาทําให้แข็งแกร่งขึ้น ทุกวันนี้เวลามีปัญหาก็จะคิดว่ามาอีกสิคะมาเลยจะจัดการให้ดู
23

บริษัทเจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จํากัด (มหาชน) เริ่มต้นได้อย่างไร

24
ตอนที่ถือกระเป๋าไปขายคอนเทนต์ให้บริษัทต่างๆ รวมถึงบริษัทแกรมมี่ด้วย คุณไพบูลย์ ดํารงชัยธรรมคงเห็นว่าเด็กนี่เป็นใคร ทําไมถึงจ่ายเงินให้มันเยอะจังเลยเรียกไปคุย และชวนเปิดบริษัท JKN (เจแปน โคเรีย เน็ตเวิร์ก) เป็นช่องดาวเทียมฉายละครญี่ปุ่น-เกาหลี เราเป็นคนนําเข้าซีรี่ส์เกาหลี ตั้งแต่จูมง ลีซาน ซอนต๊อก เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา ซึ่งเกิดจากเขาเชิญเราไปดูงานที่เกาหลี ตั้งแต่ไม่ค่อยมีใครรู้จักซีรี่ส์เกาหลี ตอนนั้นก็คิดว่าประเทศนี้เราไม่รู้จักเลย แต่ก็ไปแล้วก็ได้เห็นอะไรมากมายไปจนรู้ว่าต้องดีลอย่างไร ลูกค้าบางคนไปหาไปคุยกับเขามาหลายปี โดยไม่เคยทําธุรกิจอะไรกันเลยนะสิบปีผ่านไปค่อยทําธุรกิจด้วยกัน แต่เป็นยอดเงินหลายร้อยล้านก็มี และช่วงนี้เองที่มีโอกาสได้เป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์อย่างที่เคยฝันไว้
25
ต่อมาแกรมมี่ได้ช่องดิจิทัลเราก็เลยรับช่องแซเทิลไลท์มาทําต่อ และนําเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชน แต่ยังคงใช้ชื่อ JKN บริษัทก็ยังอยู่ในตึกแกรมมี่ ก็ล้อกันว่า JKN คือจักรพงษ์เน็ตเวิร์ก
26
17 ปีที่ผ่านมาไปงานหนังต่างประเทศบ่อยมาก บางงานไปซ้ําๆ ซากๆ บางทีก็ไม่ได้ซื้ออะไรกลับมา แต่อย่างที่บอกว่าอย่าอยู่กับแรงจูงใจว่าฉันต้องได้เท่านั้นเท่านี้ แต่มองว่ายิ่งไป ยิ่งเห็น ยิ่งเก่ง แม้ไม่ได้ทําธุรกิจอะไรเลย ในตอนนั้นแต่เราได้คอนเน็กชั่นมาเยอะมากทุกวันนี้ เราส่งหนังส่งละครขายทุกช่องเรียกว่ามีของไม่พอขาย ส่วนใหญ่รายการของเราได้เรตติ้งเบอร์หนึ่งแทบทุกช่องไม่ว่าจะเป็นสีดาราม หนุมาน ศิวะพระมหาเทพ รามเกียรติ์ หรือนาคินที่ฉายอยู่ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นแม่ค้าคอนเทนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
27
จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์
28

ทราบว่า JKN เป็นผู้ผลิตสารคดี My King “ในหลวงของเรา” ให้เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก

28

หลังจากเราซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศมาได้สักพักก็คิดว่ายังไม่เคยมีใครทําสารคดีไทยส่งออกนอก เลยจึงไปคุยกับเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกว่าอยากทําสารคดีไทยไปขายต่างประเทศบ้าง ก็เลยได้ทําเรื่อง My King “ในหลวงของเรา” ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นให้มีโอกาสได้ทํา และผู้ใหญ่ทุกฝ่ายสนับสนุน คงเพราะเห็นถึงความตั้งใจของเราว่างานนี้เป็นการทําเพื่อชาติ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชให้ต่างชาติรับรู้ และเข้าใจอย่างถูกต้อง

 29

คุณแอนมีหลักในการทํางานอย่างไรคะ

30

เราคิดเสมอว่า Everything is possible. มันไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ เป็นคนไม่ดูหมอ เพราะโชคชะตาทุกอย่างต้องกําหนดด้วยตัวเอง เรามักบอกคนอายุยี่สิบกว่าว่ายิ่งล้มเยอะๆ ถูกตําหนิเยอะๆ ถูกคอมเมนต์เยอะๆ ยิ่งดี แต่คุณต้องฉลาดพอที่จะรู้ว่าคุณได้เรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดแล้วอย่าตั้งแง่บางคนคิดว่าทําให้กูเจ็บ วันหนึ่งกูจะล้างแค้นนี่ไม่ใช่คนฉลาด
31
เราไม่เคยมีศัตรู ใครก็แล้วแต่ที่เคยทําให้เจ็บช้ําน้ําใจ เราจะคิดว่าขอบคุณมากในวิชาชีวิต แล้วก็ยังเข้าไปเยี่ยม ไปสวัสดี เราไม่ก้าวร้าว ไม่โวยวาย แล้วก็พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงาน ในขณะเดียวกันก็มองโลกในแง่บวก แต่ไม่หน่อมแน้ม แล้วก็หยิบโอกาสรอบๆ ตัวมาต่อยอด
32

เป้าหมายในอนาคตอย่างไรคะ

33
ถ้าเป็นเป้าหมายทางธุรกิจอยากเห็นคอนเทนต์ไทยไปสู่ทั่วโลกให้มากกว่านี้ ปัจจุบันเราทําโปรเจ็กต์ My King My Queen แล้วก็มี Siam Golden Kingdom ซึ่งแบ่งเป็น The People’s King ในหลวงในดวงใจ และThe People’s Queen พระราชินีในดวงใจ ตอนนี้ฉายทั่วโลกทางฮิสทรีแชนแนลอันนี้เป็นความภาคภูมิใจของสตรีข้ามเพศคนหนึ่ง ที่สามารถทําให้คนทั้งโลกรู้จักพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นความฝันของเราที่จะส่งคอนเทนต์ไทยไปทั่วโลกให้ได้มากที่สุดและได้มาตรฐาน
34
ส่วนเป้าหมายในเรื่องส่วนตัวคืออยากเป็นผู้หญิงเต็มตัว ซึ่งเป็นการวางแผนชีวิตที่ดีไม่ทําอะไรซี้ซั้ว สิ่งสําคัญคือต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ เราต้องทําให้ท่านภูมิใจมาถึงตอนนี้ท่านพูดชัดเจนเลยว่าเราเป็นลูกสาวแล้วก็เรียกเราว่าแอน
35
คงเป็นฟ้ากําหนดว่าให้ทํามิชชั่นบางอย่างให้สําเร็จแล้ว จะได้รางวัล เมื่อมองกลับไป ถ้าเราไม่เกิดมาเป็นอย่างนี้ ไม่ถูกกดดันจนกลายเป็นแรงผลักดันแรงบันดาลใจ ชีวิตก็คงไม่มาไกลได้ขนาดนี้
36
ที่มา : นิตยสาร Secret ฉบับที่ 226
เรื่อง : ปถวิกา
ภาพ : สุเมธ วิวัฒน์วิชา

บทความน่าสนใจ
keyboard_arrow_up