ศรัทธาและความเชื่อมั่น

ศรัทธาและความเชื่อมั่น ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

ศรัทธาและความเชื่อมั่น
ศรัทธาและความเชื่อมั่น

ศรัทธาและความเชื่อมั่น ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

ไม่ใช่เพียงแต่พระพุทธศาสนาเท่านั้น ที่ต้องมี ศรัทธาและความเชื่อมั่น ในเรื่องการทำงานก็เช่นกัน หากมีทั้งสองสิ่งนี้แล้ว ย่อมทำให้การงานราบรื่น ทำงานด้วยจิตใจที่มีความสุข ไม่เป็นทุกข์ มาดูกันว่า ศรัทธาและความเชื่อมั่น เกี่ยวข้องกับการทำงานอย่างไร

 

ศรัทธาคืออะไร

ศรัทธา คือความเชื่อ ความมั่นใจในคุณค่า ในประโยชน์ของ สิ่งที่ตนกระทำอยู่ เมื่อทำงานอะไรก็ตาม ถ้าเรามีศรัทธา เราเข้าใจ ความหมายของงานที่ทำ เรามีความเชื่อมั่นในคุณค่า ในประโยชน์ ของงานนั้น เราก็มีกำลังใจที่จะทำ งานการก็ก้าวหน้าไปเป็นอย่างดี

 

 

ความศรัทธาและความเชื่อมั่นที่เกี่ยวกับงาน

คนเรานี้สามารถมีศรัทธาได้ในระดับต่าง ๆ มากมาย แต่ศรัทธาที่ควรยืนพื้นเป็นฐานก็คือศรัทธาอันนี้ ได้แก่ ความเชื่อความมั่นใจในหลักการของการมองดู รู้เข้าใจโลกและ ชีวิตนี้ตามความเป็นจริง มองสิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็น เห็นว่า ทุกอย่างในชีวิตนี้ จะดีงามสูงสุดก็อยู่ที่เพียงว่าเราเข้าใจความจริง ของสิ่งทั้งหลาย ปฏิบัติต่อมันให้ถูก ต้องวางใจต่อมันให้ถูกต้อง และฝึกตนพัฒนาตัวเราขึ้นไปให้รู้เข้าใจ ตระหนักในความจริงนี้อยู่เสมอถ้าถึงแค่นี้แล้วจิตใจของเราก็ สามารถมี ความสุขได้ทีนี้ถ้าเราจะทำงาน เราก็ทำงานไม่ใช่เพียงเพื่อหาเงินหาทองซึ่งเป็น เรื่องขั้นต้น แต่งานการนี้จะมีความหมายมากขึ้น นอกจากศรัทธา ในการงานที่ทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่ามีความหมาย และงานนั้น มีประโยชน์แล้ว เรายังมองเห็นงานทุกอย่างมีความหมายขึ้นมา

 

 

ทำไมศรัทธาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นกับงาน

ศรัทธาที่มองเห็นคุณค่า ความหมาย และประโยชน์ของงาน ก็จะทำให้มีกำลังใจเกิดขึ้น ศรัทธานี้เป็นแรงส่งไปสู่เป้าหมาย คนเราต้องมีแรงอันนี้ที่เรียกว่า กำลังใจ ถ้าไม่มีกำลังใจ จะทำ อะไร จิตใจก็ห่อเหี่ยว เมื่อกำลังใจไม่มี กำลังกายแม้จะมีก็ไม่มี ความหมาย บางทีมีกำลังกายแข็งแรง แต่ไม่สามารถนำกำลังกาย นั้นออกมาใช้ได้ กำลังใจเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง คนที่แข็งแรง ซึ่งเห็นว่ามีกำลังกายมาก เป็นนักมวยที่เก่งกล้าสามารถ หรือเป็น นักวิ่ง วิ่งได้รวดเร็ว แข็งแรงมาก แต่ถ้าเมื่อใดเขาหมดกำลังใจ แล้ว เขาก็ไม่สามารถที่จะชกมวย ไม่สามารถที่จะวิ่งแข่งให้สำเร็จ ได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นักเรียนไปสอบเข้าเรียนที่แห่งหนึ่ง หรือ บางคนไปสอบเข้างานแห่งหนึ่ง เสร็จแล้วก็ไปดูผลการสอบ เขา เป็นคนแข็งแรงมาก เมื่อไปดูประกาศผลสอบ ก็มีความมุ่งหวัง มาก อยากจะสอบได้ และการสอบได้ก็จะมีความหมายต่อชีวิต ต่อความหวังข้างหน้าของเขาเป็นอย่างมาก เมื่อไปดูรายชื่อ พอไม่เห็นชื่อ ไม่มีชื่อของตนในประกาศ รู้ตัวว่าตกแน่

 

 

ทั้ง ๆ ที่ร่างกาย แข็งแรง แต่เข่าอ่อน บางทียืนแทบไม่อยู่ นี่ละกำลังกาย ทั้ง ๆ ที่ แข็งแรง แต่ไม่มีความหมาย เพราะไม่มีกำลังใจ กำลังใจจึงเป็น สิ่งสำคัญมาก ทีนี้ในทางตรงกันข้าม คนที่กำลังกายก็ไม่ได้แข็งแรง อะไร แต่ถ้าเกิดกำลังใจขึ้นมา กำลังใจก็ทำให้เขาแข็งแรงทำอะไรได้ ยกตัวอย่างเช่น พ่อแม่ที่กำลังไม่สบาย ร่างกายก็ค่อนข้างอ่อนแอ พอดีมีเรื่องที่ต้องเอาใจใส่ลูก ๆ ซึ่งพ่อแม่รักมาก มีความเอาใจใส่ มีเมตตา เรื่องที่จะต้องทำให้ลูกเป็นเรื่องสำคัญ ความรักลูกทำให้ พ่อแม่มีกำลังใจ ทั้ง ๆ ที่ร่างกายกำลังอ่อนแอก็ลืม บางทีตอนนั้น โรคไม่รู้หายไปไหน ทำเรื่องทำราว ทำธุระให้ลูกได้จนกระทั่งเสร็จ พอเสร็จแล้วก็มานอนแบ็บต่อไป อะไรทำนองนี้ นี่ก็เป็นเรื่องของ กำลังใจ ถ้ามีกำลังใจแล้วกำลังกายก็มาได้ง่าย ถ้าไม่มีกำลังใจ แม้จะมีกำลังกาย กำลังกายนั้นก็เหมือนกับไม่มี หายหมด ดึงออกมาไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นการมองด้านหนึ่ง ให้เห็นว่า กำลังใจเป็นหลักสำคัญ ถ้าให้ดีก็ต้องมีทั้งกำลังกาย และกำลังใจ ถ้ากำลังใจดีแล้วกำลังกายมาเสริม ก็ทำกิจทำการงาน ได้สำเร็จผลเป็นอย่างดี กำลังใจนี้ก็อย่างที่ว่าเมื่อกี้ ต้องมีศรัทธา เป็นปัจจัยสำคัญ

 

 

ประโยชน์ของความศรัทธาและความเชื่อมั่นในด้านอื่นๆ

ศรัทธานี้ นอกจากเป็นแรงส่งให้จิตใจของเรามีแรงทำงาน ทำการแล้ว ก็ทำให้จิตใจไม่ว้าเหว่ด้วย คนเรานี้เวลาอยู่ว่าง ๆ ไม่มี อะไรทำ ไม่มีงานทำ ว่างจากงาน บางทีก็เกิดอาการอ้างว้างว้าเหว่ เหนื่อยหน่ายหรือเหงาขึ้นมา ทำอย่างไรจะให้หายเหงาได้ ก็ต้อง มีสิ่งที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวในใจ ศรัทธาความเชื่อในทางศาสนานี้ มาเป็นหลัก มาเป็นเครื่องให้กำลังใจในเวลาที่ไม่มีสิ่งอื่นที่ทำอยู่ หรือไม่มีงานที่ทำอยู่ หรือแม้ไม่มีคนอื่นอยู่ คนเราตามปกติก็ต้อง มีเพื่อนจึงจะไม่เหงา แต่บางทีเพื่อนก็ไม่อยู่กับเรา เราก็อยู่คนเดียว ในเวลานั้นก็อาจจะเกิดความเหงาขึ้น หรือบางทีทั้ง ๆ ที่มีเพื่อน นั่นแหละ เพื่อนก็ไม่สามารถเข้าไปในจิตใจที่ลึกซึ้งได้ บางทีเรามีความต้องการอะไรบางอย่าง ที่แม้แต่เพื่อนก็ไม่อาจจะสนองได้ ใจเราก็ เหงา เราก็ ว้าเหว่ แต่ ถ้าเรามี ศรัทธาเป็นหลักใจอยู่ใจก็ไม่อ้างว้าง คนที่ไม่มีศรัทธาอยู่ในใจ ใจจะเหงาจะว้าเหว่บ่อย ๆ เสมอ ๆ

 

ข้อมูลจากหนังสือ งานก็ได้ผล คนก็เป็นสุข

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก


บทความน่าสนใจ

อานิสงส์แห่งการบูชาต้นโพธิ์ ด้วยจิตศรัทธา

สองอัครสาวก ซ้าย – ขวา ผู้ทำให้เมล็ดพันธุ์แห่งศรัทธาผลิดอกออกผล

“แพท นวลพรรณ” กับการทำงานที่เรารัก แล้วจะอยากทำให้ดีโดยไม่ต้องบังคับ

เมตตากรุณา - ยิ่งแบ่งยิ่งได้ เคล็ดลับความสุขความสำเร็จของสหรัถ สังคปรีชา

5 ความเชื่อผิดๆ ในออฟฟิศ ที่ทำให้ ไม่มีความสุขกับการทำงาน

keyboard_arrow_up