พระปัจเจกพุทธเจ้า : พระพุทธเจ้าผู้สอนให้สาวกเข้าสู่พระนิพพานไม่ได้

พระปัจเจกพุทธเจ้า
พระปัจเจกพุทธเจ้า

พระปัจเจกพุทธเจ้า : พระพุทธเจ้าผู้สอนให้สาวกเข้าสู่พระนิพพานไม่ได้

โลกไม่เคยขาดช่วงของผู้บรรลุธรรมด้วยอริยสัจ 4 หากไม่มีการอุบัติขึ้นของพระอนุตรสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าอีกประเภทจะอุบัติขึ้นแทน เพื่อแสดงให้เห็นว่า การบรรลุธรรมด้วยความจริง 4 ประการนี้มีอยู่จริง นั่นคือ พระปัจเจกพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง แต่ไม่สามารถสอนให้สาวกเข้าสู่พระนิพพานได้

 

ทำไมพระปัจเจกพุทธเจ้าสอนให้เข้าถึงพระนิพพานไม่ได้

พระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้าประเภทหนึ่งที่ตรัสรู้อริยสัจ 4 ด้วยตนเอง ปรมัตถโชติกา อรรถกถาสุตตนิบาตอธิบายลักษณะพระปัจเจกพุทธเจ้าไว้ว่า การเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นคล้ายกับ คนใบ้ที่ฝัน คนใบ้สามารถฝันได้แต่ไม่สามารถบอกเล่า หรือพรรณนาความฝันของตนได้ พระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นผู้บรรลุอริยสัจ 4 จนสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าก็จริง แต่ไม่สามารถบอกวิธี หรือชี้แนะหนทางการบรรลุพระนิพพานแก่ใครได้ อาจกล่าวได้ว่าพระปัจเจกพุทธเจ้ามีวาสนาและศักยภาพพอที่จะสามารถบรรลุธรรม แต่ไม่มีศักยภาพพอที่จะสั่งสอนให้เวไนยสัตว์มีดวงตาเห็นธรรม หรือไปสู่ความหลุดพ้นได้

 

คุณสมบัติแห่งการเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า

คัมภีร์ปรมัตถโชติกาอธิบายว่า บุคคลผู้ตั้งปณิธานเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  1. มีความเป็นมนุษย์
  2. เป็นเพศชายเท่านั้น
  3. ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง
  4. ยอมมอบชีวิตของตนเองเพื่อความเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
  5. มีความมุ่งมั่นที่จะสำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า

 

คำสอนของพระปัจเจกพุทธเจ้า

มานพ นักการเรียน กล่าวว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าส่วนมากทรงสอนเรื่อง อภิสมาจาร คือข้อระเบียบการปฏิบัติ เช่น สุสีมมานพอยากทราบเรื่อง “เบื้องปลายของศิลปะ” จึงไปพบพระปัจเจกพุทธเจ้ายังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พระปัจเจกพุทธเจ้าตรัสว่าหากอยากทราบเรื่องนี้ต้องสละทางโลกเสียก่อน สุสีมมานพจึงออกบวชแล้วศึกษาเรื่องอภิสมาจารจากพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้แก่เรื่อง ข้อระเบียบการนุ่งห่มจีวร นอกจากกรณีของสุสีมมานพแล้ว ครั้งหนึ่งพระปัจเจกพุทธเจ้าเมตตาชี้แนะพระดาบสรูปหนึ่งในข่มมานะ (ความถือตัว) จนสามารถกระทำฌานสมาบัติได้สำเร็จ

 

ทำบุญกับพระปัจเจกพุทธเจ้า

พระปัจเจกพุทธเจ้าสังเคราะห์หรือโปรดสัตว์ โดยการบิณฑบาตไปในที่ต่าง ๆ เพื่อให้สัตว์ได้อานิสงส์จากการถวายทานแด่อริยบุคคล เช่น ในอรรถกถากุลาณชาดกเล่าว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าเหาะจากป่าหิมพานต์มายังหมู่บ้าน เพื่อขอดินเหนียวไปใช้อุดรอยรั้วของกุฏิ ผู้หญิงนางหนึ่งถวายดินเหนียวด้วยอารมณ์โมโห จึงส่งผลให้ชาติต่อมาเกิดเป็นหญิงหน้าตาอัปลักษ์ชื่อว่า “ปัญจปาปี” แต่หากใครได้สัมผัสกายนางแล้ว จะมีความสุขเหมือนได้อยู่ใกล้หญิงงาม

อรรถกถาชาลิยสูตรเล่าว่า สุนัขตัวหนึ่งตายไปเกิดเป็นเทวดา เพราะก่อนตายมีจิตอ่อนน้อมต่อพระปัจเจกพุทธเจ้า ตอนมีชีวิตอยู่คอยเห่าเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าพระปัจเจกพุทธเจ้ามาบิณฑบาตในหมู่บ้าน  พอสิ้นบุญจากสวรรค์ก็มาเกิดเป็นเศรษฐีในเมืองโกสัมพีร่วมสมัยกับพระสมณโคดมพุทธเจ้ามีชื่อว่า “โฆสกเศรษฐี” สร้างวัดถวายไว้ในพระพุทธศาสนาคือ “โฆสิตาราม”

 

พระพุทธเจ้าของเราเกือบได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า

หลังจากพระพุทธเจ้าของเรา (พระสมณโคดมพุทธเจ้า) ตรัสรู้แล้ว พระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่าสัจธรรมที่พระองค์ทรงค้นพบนั้นมีความยากและลึกซึ้งเกินไป เกรงว่ามนุษย์ เทวดา และสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังหลงอยู่ในกามคุณจะไม่เข้าใจในคำสอน จึงทรงตัดสินพระทัยไม่เสด็จโปรดสรรพสัตว์

เมื่อท้าวมหาพรหมพระองค์หนึ่งมีนามว่า “สหัมบดีพรหม” ซึ่งในอดีตชาติครั้งสมัยพระกัสสปพุทธเจ้าทรงเป็นพระเถระมีชื่อว่า “สหกะ” ได้บำเพ็ญฌานแล้วทำลายขันธ์จากภพมนุษย์ อุบัติเป็นพรหมยังพรหมโลก ทราบว่าพระพุทธเจ้าไม่ยอมออกโปรดสัตว์ จึงเสด็จลงมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทันที แล้วทูลขอให้พระพุทธเจ้าออกโปรดเวไนยสัตว์ เพราะสัตว์โลกที่มีกิเลสน้อยยังพอมีอยู่ สามารถฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างเข้าใจแน่นอน

พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาเวไนยสัตว์ด้วยทิพยจักษุแล้วทรงพบเป็นจริงตามที่ท้าวมหาพรหมพระองค์นี้กล่าว สัตว์บางพวกมีกิเลสหนา บางพวกมีกิเลสบาง บางพวกสอนง่าย บางพวกสอนยาก ไม่ยากต่อความมุ่งมั่นสั่งสอนของพระองค์ จากนั้นพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดสัตว์

หากพระสหัมบดีพรหมไม่ทูลขอพระพุทธเจ้าให้ออกโปรดสัตว์ พระองค์อาจกลายเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าไปแล้ว ไม่ยอมชี้แนะให้สรรพสัตว์มีดวงตาเห็นธรรม

 

พระพุทธเจ้าพยากรณ์ผู้จะสำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในอนาคต

1. นกฮูกแห่งเวทิสสกบรรพต

ในขณะที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ในถ้ำอินทศาล ณ เวทิสสกบรรพต นกฮูกตัวหนึ่งบินลงมาสักการะพระองค์ด้วยถ่วงท่าป้องปีกประคองอัญชลี ทำศีรษะให้ต่ำลง พระองค์ทอดพระเนตรแล้วทรงยิ้ม พระอานนท์เห็นดังนั้นจึงทูลถามพระพุทธเจ้าถึงสาเหตุที่พระองค์ทรงยิ้ม พระองค์ตรัสตอบว่า นกฮูกตัวนี้เลื่อมใสในเราและภิกษุทั้งหลาย หลังจากนี้ไปนกฮูกตัวนี้จะท่องเที่ยวไปในเทวโลก แล้วจะตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้ามีนามว่า “โสมนัส”

2. นายสุมนมาลาการ

นายสุมนมาลาการมีหน้าที่เก็บดอกไม้ไปถวายพระเจ้าพิมพิสาร แต่เมื่อนายสุมนมาลาการพบพระพุทธเจ้าระยะนำดอกไม้ไปถวายพระราชาพอดี จึงตัดสินใจถวายดอกไม้หนึ่งกำแด่พระพุทธเจ้า ปรากฏว่าดอกไม้กำนี้กลายเป็นเพดานดอกไม้ประดับประดาอยู่เหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้าอย่างน่าอัศจรรย์ จึงถวายดอกไม้ไปอีกหนึ่งกำ ดอกไม้กำนั้นก็กลายเป็นเกราะดอกไม้ จากนั้นก็ถวายดอกไม้ไปอีก 8 กำ ดอกไม้ทั้ง 8 กำกลายเป็นเรือนยอดดอกไม้ ภาพที่เห็นคือพระพุทธเจ้าประทับท่ามกลางช่อดอกไม้ที่กลายเป็นปราสาทที่งดงาม พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรนายสุมนมาลาการแล้วทรงยิ้ม พระอานนท์ทูลถามว่าพระองค์ทรงยิ้มด้วยสาเหตุใด พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า นายสุมนมาลาการผู้นี้หลังจากนี้ไปจะเกิดในเทวโลกและมนุษยโลกถึงแสนกัป แล้วด้วยอานิสงส์แห่งการบูชาเราด้วยดอกไม้นี้จะส่งผลให้เขาได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้ามีนามว่า “สุมนิสสระ”

3. พระเทวทัต

หลังจากพระเทวทัตทรงทำให้เกิดสังฆเภทแล้วทรงสำนึกผิดได้ จึงวานให้พระภิกษุที่เป็นบริวารพาไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อขอขมากรรม แต่แล้วพระเทวทัตยังไม่ทันถึงพระเชตวันกลับถูกธรณีสูบเสียก่อน พระเทวทัตได้ถวายกระดูกคางเป็นพุทธบูชาก่อนที่ร่างจะจมลงสู่อเวจีมหานรก อานิสงส์นี้ส่งผลให้พระเทวทัตได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้ามีนามว่า อัฏฐิสสระ

4. พระเจ้าอชาตศัตรู

พระเจ้าอชาตศัตรูกระทำปิตุฆาตพระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นพระบิดา  หากพระเจ้าอชาตศัตรูไม่ทรงปิตุฆาตพระบิดา พระองค์จะบรรลุโสดาปัตติผล แต่ด้วยการคบคนพาล (พระเทวทัต) ส่งผลให้เกิดในโลหกุมภีนรก (กระทะทองแดง) แต่ด้วยอานิสงส์แห่งความศรัทธาในพระพุทธเจ้า ในอนาคตจะสำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้ามีนามว่า ชีวิตวิเสส”

 

ที่มา :

อรรถกถาชาลิยสูตร

อรรถกถาจุลลสีหนาทสูตร

อรรถกถา ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ มงคลสูตรในขุททกปาฐะ

อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เรื่อง พระเทวทัต

 อรรถกถาสามัญญผลสูตร

 อรรถกถา กุณาลชาดก

พระปัจเจกพุทธเจ้า : พุทธะที่ถูกลืม โดย มานพ นักการเรียน

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

พรหมสี่หน้า สำนักพิมพ์อมรินทร์

www.winnews.tv

 


บทความน่าสนใจ

พุทธการกธรรม : ธรรมที่ทำให้ได้เป็นพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้ากับบัลลังก์ทั้ง 3 พระองค์คือผู้ครอง บัลลังก์แห่งเทวดา พรหม และพระอริยะ

ทำไมพระพุทธเจ้าทรงแสดงของลับ แก่เสลพราหมณ์ เรื่องน่ารู้จากมิลินทปัญหา

บทนมการสิทธิคาถา (สัมพุทเธฯ) แปล บทนมัสการพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีต

ปัญจสิขรคนธรรพ์ เทพศิลปินคนโปรดของพระพุทธเจ้า

วิธีพิสูจน์พระอรหันต์ ด้วยคำถามของพระพุทธเจ้า

 สหัมบดีพรหม พระพรหมผู้อาราธนาพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดสัตว์

keyboard_arrow_up