ศาสนาคืออะไร

ศาสนาคืออะไร ทำไมเราถึงต้องนับถือศาสนา

Alternative Textaccount_circle
event
ศาสนาคืออะไร
ศาสนาคืออะไร

ศาสนาคืออะไร ทำไมเราถึงต้องนับถือศาสนา

หลายคนที่เกิดมาแล้วไม่มีโอกาสเลือกศาสนาเพราะพ่อแม่ได้กำหนดศาสนาให้ตั้งแต่เกิด เมื่อโตมาใช้ชีวิตได้สักระยะจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า ศาสนาคืออะไร ทำไมต้องนับถือศาสนา

ในความเป็นจริงแล้วช่วยให้มนุษย์พ้นจากความทุกข์ ระบบปฏิบัติอันใดมันช่วย ให้มนุษย์พ้นจากความทุกข์ได้ ระบบนั้นชื่อว่าศาสนา ฉะนั้นเมื่อเรา พูดว่า “ศาสนาที่แท้จริงมีเพียงศาสนาเดียวในหมื่นโลกธาตุ” นี้ เราต้อง เล็งถึงระบบปฏิบัติที่ช่วยคนหรือช่วยสัตว์ทั้งหมื่นโลกธาตุให้พ้นจาก ทุกข์ทางจิตทางวิญญาณได้ แล้วก็ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ในกี่ร้อย กี่พันกี่หมื่นกี่แสนโลกธาตุอะไรก็ตามใจ เรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรื่องความทุกข์ ความดับทุกข์ นี้มันเหมือนกันหมด ไม่ต่างกันเลยฉะนั้นสิ่งที่จะมาดับความทุกข์ของสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ได้หมด ก็ต้อง เป็นสิ่งเดียวกัน อันเดียวกัน ข้อเดียวกัน เรื่องเดียวกัน หรือเหมือนกัน; ก็เลยเรียกว่าระบบปฏิบัติเพื่อความรอดพ้นจากความทุกข์โดยตรง

 

 

ระบบปฏิบัติเพื่อรอดออกจากความทุกข์โดยตรงนั่นคือศาสนา

เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งที่เรียกว่าศาสนา ไม่ใช่คำพูด ไม่ใช่ตัวหนังสือ ไม่ใช่อะไรทำนองนั้น ไม่ใช่พิธีรีตอง ไม่ใช่ลัทธิธรรมเนียม แต่ว่าเป็น ตัวการปฏิบัติด้วยเรี่ยว ด้วยแรง ด้วยมือ ด้วยเท้าลงไปจริง ๆ แล้ว เอาตัวรอดจากความทุกข์ได้ นั่นแหละคือตัวศาสนา ฉะนั้นสิ่งที่ เรียกว่า “ศาสนา” นั้น มันอยู่คู่กันกับสิ่งที่เรียกว่า “ความรอด” ความรอดนี้มันมี 2 ความหมาย  รอดทางกายคือไม่ตาย รอดทาง วิญญาณคือไม่มีความทุกข์เลย มีชีวิตอยู่โดยไม่มีความทุกข์เลย อย่างรอดทางกาย เช่นหนีเสือหนีช้างเอาตัวรอดไปได้ นี้มันรอด ทางกาย นี่ไม่สำคัญ รอดทางวิญญาณ หมายความว่ารอดตอนมี ชีวิตอยู่นี้แหละ ก็คือรอดจากความทุกข์ที่เกิดจากกิเลส กิเลสจับ ตัวเราไม่ได้ เราไม่มีความทุกข์เพราะกิเลส นี้เรียกว่า “ความรอดในทาง วิญญาณ”

 

 

 

ศาสนาหมายถึงระบบของ ความรอดทั้งทางกายและทางใจ

เพราะว่าถ้ากายมันไม่รอดแล้ว ใจมันก็ไม่มีที่ตั้ง ไม่มีที่อาศัย มันควรจะรวมความรอดทางกายนี้ เข้าไว้ด้วย ดังนั้นจึงขอรวบรัดเอาเสียเลยว่า สิ่งที่เรียกว่าศาสนานั้น คือ “ระบอบของความรอด” ใช้คำกลาง ๆ ว่าความรอด อยู่รอดทั้ง ทางกายและทางจิต ฉะนั้นศาสนาที่แท้จริงคือระบบการปฏิบัติเพื่อให้ รอดพ้นจากอันตราย ทั้งทางกายและทางจิต. จะมีพระเจ้าหรือไม่ จะมาจากสวรรค์ หรือไม่ นั้นไม่ใช่ปัญหาสำคัญหมายความว่าถ้ามั นเป็นการปฏิบัติที่เอาตัวรอดได้แล้วมันใช้ได้ทั้งนั้น มันจะมาจากพระเจ้ามาจากสวรรค์หรือไม่ ไม่สำคัญมันสำคัญอยู่ที่ เอาตัวรอดได้ แต่ว่าในที่สุดที่แท้จริงนั้นมันมีพระเจ้าและมาจากสวรรค์ด้วยกันทั้งนั้น

ระบบที่ช่วยให้เอาชีวิตรอดก็ตาม ให้เอาวิญญาณรอดก็ตาม มันมาจาก พระเจ้า หรือมาจากสวรรค์ทั้งนั้น โดยมีความหมายต่างกัน. คนหนึ่ง ถือว่าพระเจ้าเป็นคน เป็นคน คนเรานี้แหละ และอยู่ที่สวรรค์ทาง ทิศไหนก็ตามใจ แล้วก็พูดสั่งลงมา บอกลงมา นี่เขาเชื่ออย่างนี้ก็มี แต่ว่าพระเจ้าของพวกเราชาวพุทธบริษัทนี้ ไม่เป็นอย่างนี้ พระเจ้า ของเราคือกฎธรรมชาติ ฉะนั้นสวรรค์ของพระเจ้าคือที่อยู่ของ กฎธรรมชาตินั่นเอง

 

 

ศาสนาที่ปฏิบัติแล้วเอาตัวรอดได้นี้มันเป็นกฎของธรรมชาติ

พระเจ้าธรรมชาติให้มา พระเจ้ากฎธรรมชาติให้มา สำคัญกว่าพระเจ้าชนิดไหนหมดเราก็คุยได้ เหมือนกันว่าศาสนาพุทธนี้ก็มาจากสวรรค์ของพระเจ้า พระเจ้าส่งมาด้วยเหมือนกัน แต่พระเจ้า ของเรามีความหมายอย่างนี้ พระเจ้าของคนพวกอื่นมีความหมาย อย่างอื่น แต่แล้วก็อย่ามามัวเถียงกันเรื่องเปลือก มาตั้งหน้าตั้งตา พิจารณากันในข้อที่ว่า ที่ส่งมาจากสวรรค์นั้นส่งมาว่าอย่างไร? คือว่า จะเอาตัวรอดให้ได้จากความทุกข์นั้น จะต้องทำอย่างไร?

 

ศาสนาที่แท้จริงดูได้จาก 3 แง่ดังนี้

 

1.ศาสนาที่แท้จริงแล้วต้องมีความมุ่งหมายตรงกัน

คือมุ่งหมายให้มนุษย์ได้สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้ คือความรอด ศาสนาไหนก็ตาม จะมีอยู่กี่ร้อยกี่พันศาสนาก็ตาม ถ้าเป็นศาสนาที่มี ส่วนจริง ต้องมีความมุ่งหมายตรงกันหมด คือมุ่งหมายให้มนุษย์ หรือสัตว์ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้ คือความรอด ศาสนา คริสเตียนก็พูดถึงข้อนี้ ศาสนาไหนก็พูดถึงข้อนี้ คือความรอด ความมุ่งหมายตรงกันดิกทุกศาสนาเลย มุ่งหมายจะให้ได้ความรอด ถ้าไม่มุ่งหมายอย่างนี้ ก็ถอดมันเสียได้เลย อย่าให้มันเป็นศาสนา เลยไม่มีความเป็นศาสนาอยู่ในระบบนั้นแล้ว ถ้ามันมิได้มุ่งหมาย เพื่อความรอดของสัตว์ เราถอดเสียได้เลยจากความเป็นศาสนานั้น ศาสนานี้

 

 

2.ศาสนาที่แท้ต้องมีหลักปฏิบัติที่ตรงกัน

หมายความว่า นอกจากมีความมุ่งหมายที่ตรงกันแล้ว ต้องมีหลักปฏิบัติที่ตรงกัน. หลักปฏิบัติที่ตรงกันและสรุปให้สั้นที่สุดก็คือ หลักปฏิบัติที่ทำลาย ความเห็นแก่ตน หรือทำลายความยึดถือว่าตัวกู – ของกูนี้เสียได้ ศาสนาไหนก็ต้องสอนอย่างนี้ ให้ทำลายความเห็นแก่ตัว โดยเฉพาะ ทำลายความยึดถือว่าตัวกูว่าของกูนี้ แหละเสียให้ได้นี่คือหลักปฏิบัติของศาสนาที่แท้จริง ถ้าผิดจากนี้คือไม่ทำอย่างนี้แล้ว ถอดทิ้งเสียได้ มันไม่เป็นศาสนา ไม่ให้เป็นศาสนา คือไม่ใช่ศาสนา ถ้าเป็นศาสนา แล้วก็ต้องทำลายความเห็นแก่ตัว ควบคุมหรือรำงับ หรือเลิกล้างความ ยึดมั่นว่าตัวกู- ของกูทุกคนทุกศาสนาเลย

 

3.ศาสนาที่แท้ต้องมีผลลัพธ์ สุดท้ายตรงกัน

ศาสนาที่แท้จริงนอกจากจะมีความมุ่งหมายตรงกัน หลักปฏิบัติตรงกันแล้ว ยังมีผลลัพธ์สุดท้ายตรงกันอีก คือการได้ เข้าถึงความรอด ศาสนาที่มีพระเจ้า เขาก็พูดว่าได้เข้าถึงความเป็น อันเดียวกันกับพระเจ้าก็มี ได้เข้าถึงโลกของพระเจ้า ได้อยู่อาศัยกับ พระเจ้าในโลกพระเจ้านี้ก็มี แต่ในศาสนาพุทธเราเรียกว่าได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน บรรลุมรรค ผล นิพพาน นั่นแหละคือความรอดตามลำดับ จนกระทั่งรอดขั้นสุดท้าย ถ้าศาสนาไหนไม่ให้ผลลัพธ์ อย่างนี้ ก็ถอดเสียจากความเป็นศาสนา ไม่ใช่เป็นศาสนา ไม่ใช่ศาสนา ศาสนาที่แท้จริงต้องให้ผลลัพธ์เป็นความรอดจากความทุกข์แก่สัตว์ ผู้ปฏิบัติ

 

 

เราจึงพูดได้เลยว่า ศาสนาที่แท้จริงต้องมีความมุ่งหมายตรงกัน; ต้องมีหลักปฏิบัติตรงกัน แล้วต้องมีผลลัพธ์อันสุดท้ายนั้นตรงกัน นี่เรียกว่าเป็นศาสนาที่แท้จริง

 

ข้อมูลจากหนังสือ ศาสนาคืออะไร 

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก


บทความน่าสนใจ

องค์ประกอบของ ชีวิตมนุษย์ ตามหลักพระพุทธศาสนา

หลักแห่งดุลยภาพในทางพระพุทธศาสนา

งานศพ พิธีกรรมหลังความตายของศาสนาพุทธ

รักแท้เป็นแบบไหน ? ความรักในมุมมองของพระพุทธศาสนา

ความตายในทางพระพุทธศาสนา ที่แตกต่างจากคนทั่วไป

 

keyboard_arrow_up