สักครั้งในชีวิตลูกผู้ชาย

สักครั้งในชีวิตลูกผู้ชาย

สักครั้งในชีวิตลูกผู้ชาย
สักครั้งในชีวิตลูกผู้ชาย

สักครั้งในชีวิตลูกผู้ชาย – ซีเคร็ตสนทนาธรรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ท่ามกลางสภาวการณ์ทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ทำให้ขนมธรรมเนียมประเพณี รวมถึงความเชื่อบางอย่างในสังคมไทยถูกลืม เลือนหาย หรือเปลี่ยนแปลงไป แต่ยังมีความเชื่อหนึ่งที่ได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน นั่นคือ “เกิดเป็นลูกชายควรบวชทดแทนคุณพ่อแม่สักครั้งในชีวิต เพื่อให้ท่านได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์”

แท้ที่จริงแล้วความเชื่อนี้มีมูลความจริงหรือไม่ ทำไมจึงยังได้รับการอนุรักษ์ไว้ หรือมีนัยใดซ่อนอยู่

 

พระอาจารย์คะ ความเชื่อที่ว่า เกิดเป็นลูกผู้ชายทั้งทีต้องบวชพระให้พ่อแม่สักครั้งในชีวิต เพื่อให้ท่านได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์ ท่านจะได้ขึ้นสวรรค์จริงไหมคะ

จริงหรือไม่นั้นต้องพิจารณาจากความประพฤติของพระลูกชาย เช่น เดิมทีพ่อแม่บางคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่พอลูกบวชแล้วประพฤติปฏิบัติตนไม่ดี นำความเสื่อมเสียมาสู่พุทธศาสนาและวงการสงฆ์ ถูกคนอื่นว่า ถูกนินทา เมื่อพ่อแม่ได้ยินเข้าก็พบแต่ความทุกข์ทุกลมหายใจ ทุกก้าวย่าง จนไม่กล้าออกไปไหนแม้กระทั่งจะไปวัด แบบนี้แทนที่จะได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์อาจเกาะไปที่อื่นแทน แต่ในทางตรงข้าม ถ้าพระลูกชายบวชแล้วประพฤติปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตั้งมั่นในพระธรรมคำสอน ใครเห็นก็แซ่ซ้องสรรเสริญ วงการสงฆ์ก็ยกย่องเชิดชู แบบนี้พ่อแม่ก็มีความสุข

หากไม่มีความเชื่อเช่นนี้ก็จะไม่มีการบวช พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่ได้เข้าวัด ไม่ได้พบกับพระธรรมเลยก็เป็นได้ แต่เมื่อความเชื่อนี้เกิดขึ้น ลูกชายก็ได้บวชและได้เรียนรู้พระธรรม ส่งผลให้พ่อแม่เข้าวัดตามมาด้วย เพราะต้องมาถวายข้าวปลาอาหาร สวดมนต์ ไหว้พระ ฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรมจนกลายเป็นญาติกับพระพุทธศาสนา และเมื่อท่านเข้าวัดก็จะพบว่ามีแต่สิ่งดี มีคำสอนดี มีครูบาอาจารย์ดี ท่านก็จะได้รับประโยชน์จากการเข้าวัด ได้ซึมซับพระธรรมเข้าไปในจิตในใจเสมือนได้ขึ้นสวรรค์ หรืออาจปฏิบัติภาวนาจนได้พบกับนิพพานเลยก็ได้ เพราะมีพระลูกชายเป็นเหตุและปัจจัย ความเชื่อนี้นับว่าเป็นความเชื่อที่น่าอนุโมทนายิ่ง

 

ถ้าก่อนบวชลูกชายเป็นคนเกเร พอบวชก็สามารถปฏิบัติตนเป็นพระที่ดี แต่เมื่อสึกแล้วก็กลับมาเกเรอีก เช่นนี้พ่อแม่จะยังได้รับผลบุญไหมคะ

พ่อแม่จะกลับมาตกนรกใหม่น่ะสิ ดังสุภาษิตที่ว่า สวรรค์ในอก นรกในใจ เมื่อใดก็ตามที่พ่อแม่เกิดความรู้สึกชื่นชมในตัวลูกขณะนั้นสวรรค์ได้เกิดขึ้นในใจของพ่อแม่แล้ว แต่ถ้าหนึ่งชั่วโมงถัดมาลูกประพฤติไม่ดีอีก พ่อแม่ก็จะรู้สึกร้อนรน เกิดนรกผุดขึ้นในใจ จากลูกคนเดียวคนเดิมนี่แหละทำให้เกิดทั้งสวรรค์และนรกขึ้นภายในใจของพ่อแม่สลับกันไปมาได้ตลอดเวลา ซึ่งการเกิดความรู้สึกขึ้นๆ ลงๆ เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เป็นเพียงความรู้สึกทางโลก เช่น ถ้าลูกทำดี พ่อแม่ก็จะรู้สึกมีความสุขมาก ดีใจมากจนแทบเป็นบ้า ซึ่งความดีใจเป็นสิ่งที่ไม่ถาวรไม่เที่ยงแท้ เป็นเพียงภาพมายา สักพักก็สลายไป รวมถึงความทุกข์ใจด้วยเช่นกัน

หนทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากความรู้สึกเช่นนี้ได้ คือ นิพพาน ความสงบเย็น ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ เมื่อลูกทำสิ่งใดให้รู้สึกชื่นชมเพียงไหน พ่อแม่ก็ยังคงมีความตั้งมั่นอยู่ ไม่ฟุ้งไปตามนั้น นี่คือภาวะของจิตปกติที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยการเจริญสติภาวนา

 

ถ้าลูกชายเป็นคนดีมาก แต่ยังไม่พร้อมที่จะบวช เขาจะสามารถสร้างบุญกุศลได้เท่ากับลูกเกเรที่บวชไหมคะ

ไม่เท่ากัน ลูกเกเรสามารถสร้างกุศลได้มากกว่า ต่อให้ลูกที่เป็นคนดีจะดีมากกว่านี้อีกร้อยเท่าพันทวี ทำหน้าที่ไม่เคยขาดตกบกพร่องแม้สักกระเบียดนิ้ว กราบเท้าพ่อแม่เช้า – เย็น ดูแลทุกอย่างสมบูรณ์แบบ มีธรรมะบวชในจิตในใจ เป็นอริยบุคคลด้วย หรืออาจเป็นวิทยากรสั่งสอนคนทั้งโลกก็ตาม แน่นอนว่าพ่อแม่จะเกิดความปลื้มปีติในระดับหนึ่ง แต่ไม่เท่ากับลูกเกเรที่ออกบวช เพราะลูกที่เป็นคนดีทำให้พ่อแม่เบาใจได้อยู่แล้ว ส่วนลูกเกเร จากที่เคยทำให้พ่อแม่หนักใจ พอบวชก็ทำให้พ่อแม่สบายใจขึ้น เพราะเมื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์แล้วก็เหมือนเป็นเกราะชั้นหนึ่ง เป็นเครื่องกั้นไม่ให้ทำบาปหยาบๆ แรงๆ เพราะอยู่ในวัดไม่สามารถทำได้ ดังนั้นคนที่จะสร้างกุศลให้ได้มากกว่าคือลูกที่เป็นพวกมารร้ายทั้งหลายนี่แหละ

 

หากพระลูกชายบวชแล้วหลบไปปลีกวิเวกจนบรรลุธรรมขั้นสูงแต่ไม่ได้กลับมาโปรดพ่อแม่ เช่นนี้พ่อแม่จะยังได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์หรือเปล่าคะ

พ่อแม่อาจตกนรกและพระลูกชายก็จะตกนรกด้วย การกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่ได้ปฏิบัติตามแก่นของพุทธศาสนาที่แท้จริง การปฏิบัติธรรมอย่างถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ถ้าพระลูกชายปลีกวิเวกไปบำเพ็ญภาวนาขั้นสูงจนสำเร็จผลแล้วจะต้องกลับมาโปรดพ่อแม่ด้วย ในความเป็นจริงคงไม่มีพระอริยบุคคลท่านใดหรอกที่จะอกตัญญูต่อพ่อแม่ได้

 

ถ้าเช่นนั้นลูกสาวก็ไม่สามารถสร้างกุศลให้พ่อแม่ได้ขึ้นสวรรค์เหมือนลูกชายน่ะสิคะ

สร้างได้สิ เพราะสวรรค์หมายถึงความไม่เดือดร้อนใจ ไม่ทุกข์ใจ ถ้าลูกสาวหน้างามแต่ไม่ทำงามหน้า ก็สามารถทำให้พ่อแม่ขึ้นสวรรค์ได้ โดยหลักธรรมแล้ว ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นลูกชายเท่านั้นจึงจะสร้างกุศลให้พ่อแม่ได้ ถ้าลูกเพศใดก็ตามทำแต่สิ่งที่ดีงาม พ่อแม่ก็จะสุขใจ เบาใจ และสบายใจ ในทางกลับกัน ถ้าลูกทำแต่สิ่งชั่วช้า พ่อแม่ก็ทุกข์ใจและไม่สบายใจเหมือนตกนรกได้เช่นกัน ตามหลักธรรมทางพุทธศาสนาไม่มีเพศใดสำคัญกว่าเพศใด คุณงามความดีไม่มีเพศ สวรรค์ – นรกไม่มีเพศ ทั้งสองเพศเสมอภาคกัน

ลูกชายอาจมีวิธีโปรดพ่อแม่ได้ชัดกว่าตรงที่ได้บวชเป็นพระเพื่อสร้างกุศลให้ท่าน แต่ลูกสาวก็มีวิธีโปรดพ่อแม่ได้ด้วยการทำให้พ่อแม่ที่ยังไม่มีศรัทธาได้มองเห็น ได้เป็นเหตุและเป็นปัจจัยให้ท่านทำในสิ่งที่ดีงาม จนกระทั่งสุดท้ายแล้วกลายเป็นเหตุและเป็นปัจจัยให้ท่านเข้าสู่โลกุตรธรรม มีความเป็นอริยบุคคล จนได้สัมผัสนิพพาน ความสงบร่มเย็น ไม่มีการเกิด – ดับ และพ้นทุกข์ได้ ทั้งยังถือว่าเป็นการก่อบุญแทนคุณพ่อแม่แบบไม่ติดหนี้บุญคุณอีกด้วย

ดังนั้นไม่ว่าลูกชายหรือลูกสาวก็สามารถสร้างกุศลให้พ่อแม่ได้เท่าเทียมกัน ขอให้ลูกทุกคนสบายใจ แล้วหมั่นทำกุศลให้เกิดแก่พ่อแม่อย่างดีที่สุดและเต็มที่ที่สุดเถิด เพียงเท่านี้ก็ขออนุโมทนาสรรเสริญแล้ว

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เรียบเรียง บุญหนัก

ภาพ ฌาน คณาสารสมบัติ

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

บวชเพื่อเรียนรู้โลกและธรรม พร้อมทำงานเพื่อรับใช้ผู้คน 4 พุทธสาวิกาแห่ง เสถียรธรรมสถาน

keyboard_arrow_up