แม่ซื้อ

แม่ซื้อ… ช่วยหลานด้วย!

แม่ซื้อ
แม่ซื้อ

แม่ซื้อ… ช่วยหลานด้วย! – ทุกวันตอนเย็น ฉันมักจะโทร.ไปคุยสัพเพเหระกับพ่อ หรือไม่พ่อก็โทร.หาฉัน ด้วยความที่มาทำงานไกลบ้าน และเป็นลูกสาวแสนสวยที่ทำท่าว่าจะมีคานทองเป็นที่มั่น พ่อจึงห่วงนักห่วงหนา กลัวไม่มีใครดูแล ซ้ำร้ายถ้าได้ดูข่าวเกี่ยวกับสาวโสดโดนทำร้าย พ่อก็จะยิ่งกำชับกำชาให้ฉันกลับที่พักเร็วๆ ไม่เถลไถลไปไหนหลังเลิกงาน

แต่หลังจากมีหลานสาวตัวน้อยซึ่งเป็นหลานตาหลานยายคนแรก ที่น้องสาวและน้องเขยของฉันหอบไปให้ตากับยายช่วยเลี้ยงตั้งแต่อายุ 3 เดือน ดูเหมือนพ่อจะลดความ “กังวล” เกี่ยวกับตัวฉันลง คำถามที่ว่า เมื่อไหร่จะแต่งงาน เมื่อไหร่จะมีหลานให้อุ้ม ก็พลอยลดลงตามไปด้วย เพราะน้องสาวของฉันได้ทำให้ความปรารถนาของท่านเป็นจริงเรียบร้อยแล้ว

ทุกวันนี้ทุกคนในครอบครัวต่างมีจุดสนใจร่วมกันคือ หลานสาวตัวน้อยที่กินเก่ง นอนเก่ง และอ้วนท้วนสมบูรณ์ ตัวกลมเป็นลูกขนุน แม้ว่าหลังลาคลอด 3 เดือน น้องสาวจะต้องกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ แต่เธอก็ขยันปั๊มนมไว้ให้ลูกทุก ๆ 4 ชั่วโมง เมื่อได้จำนวนมากพอเธอก็ให้สามีแพ็คใส่กล่องโฟม แช่น้ำแข็งและโรยเกลือเพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิแล้วส่งไปทางรถไฟ โดยมีคุณตารอรับอยู่ที่สถานีปลายทาง ทำอย่างนี้ทุก ๆ 15 วัน หลานของฉันก็สามารถเป็นเด็กนมแม่ได้อย่างสบาย ๆ

แรก ๆ ที่หลานสาวไปอยู่บ้านตายาย เธอร้องไห้จ้าตอนกลางดึกทุกคืน ปลอบอย่างไรก็ไม่หยุด น่าสงสารยิ่งนัก ตากับยายเห็นท่าไม่ดี ดูแล้วมีแววว่าคนเลี้ยงจะต้องเหนื่อยแน่ ๆ เลยจัดการพาหลานไปหาหมอสมุนไพรพื้นบ้านที่เก่งเรื่องพิธีกรรมต่าง ๆ หมอคนนี้ขึ้นชื่อว่าสามารถทำให้เด็กหยุดร้องตอนกลางคืนได้ชะงัดนัก คนบ้านใกล้บ้านไกลจึงมักจะพาลูกหลานที่ร้องไห้โยเยหรือเลี้ยงยากมาให้ท่านช่วยเสมอ ๆ

ครั้งนั้นฉันเห็นหมอสมุนไพรนำว่านไพลหัวเล็ก ๆ มาหั่นเป็นแท่ง ๆ เท่าลูกเต๋า ก่อนจะใช้เชือกร้อยเข้าไปทีละแท่ง ๆ คล้ายร้อยลูกปัด แล้วผูกข้อมือให้หลานสาวของฉัน พร้อมกับท่องมนตร์เบา ๆ ปกติเราสามคน น้องสาว น้องเขย และฉันไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลย แต่ครั้งนั้นเราไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ จึงต้องลองใช้วิธีที่คนโบร่ำโบราณเขาใช้กันมา…ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะได้ผล

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันได้ยินน้องเขยพูดว่า “ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อคืนลูกไม่ร้องเลยสักแอะเดียว นอนหลับสนิททั้งคืน” และนับแต่นั้นมาหลานสาวตัวน้อยก็ไม่เคยร้องงอแงตอนกลางคืนอีกเลย

แม่เล่าให้ฉันฟังว่า ถ้าเด็กร้องงอแงตอนกลางคืน คนโบราณเชื่อว่าเป็นเพราะแม่ซื้อมาหลอกหลอนให้เด็กตกใจ แม่ซื้อที่ว่านี้เป็นเทวดา แต่ละองค์มีนาม รูปร่าง และที่อยู่อาศัยแตกต่างกันตามวันที่เด็กเกิด เช่น เด็กที่เกิดวันอาทิตย์จะมีแม่ซื้อชื่อว่า “วิจิตรมาวรรณ” มีหัวเป็นสิงห์ ผิวกายสีแดง ส่วนเด็กที่เกิดวันจันทร์จะมีแม่ซื้อชื่อว่า “วรรณนงคราญ” มีหัวเป็นม้า ผิวสีขาวนวล เป็นต้น

ตำรา “ปฐมจินดา” ซึ่งเป็นตำราแพทย์แผนไทยบอกไว้ว่า ถ้านำรกของเด็กทารกไปฝังไว้ยังที่อยู่ของแม่ซื้อ จะทำให้แม่ซื้อรักใคร่เอ็นดูและคอยปกปักรักษาเด็กคนนั้น แต่หากไม่ทำ แม่ซื้อจะมาหลอกหลอนให้เด็กตกใจ

สมัยก่อนที่การแพทย์ยังไม่เจริญ เวลาเด็กเล็กเจ็บไข้ได้ป่วยส่วนใหญ่มักจะเสียชีวิต ขณะเดียวกันก็มีความเชื่อว่า ร่างกายของคนเราเกิดจากการปั้นของผี เมื่อผีปั้นหุ่นรูปร่างคนขึ้นมาแล้ว ก็หาวิญญาณใส่เข้าไปในหุ่นเพื่อสิงสู่ในครรภ์มารดา หากเด็กคนไหนตายตั้งแต่แรกคลอด ก็เชื่อว่าผีที่ปั้นหุ่นมาเอาเด็กไปเลี้ยงไว้เอง เพราะเห็นว่าน่ารัก ส่วนเด็กที่ผีไม่ชอบก็ให้มนุษย์เลี้ยง ความเชื่อนี้เป็นที่มาของคำพูดที่เรามักได้ยินกันเสมอ ๆ ว่า “ดูสิ เด็กคนนี้ช่างน่าเกลียดน่าชังจริง ๆ” ที่คนเฒ่าคนแก่พูดแบบนี้ก็เพื่อลวงให้ผีเข้าใจว่าทารกไม่น่ารัก จะได้ไม่มาเอาไปเลี้ยง ซึ่งหมายถึงการมาเอาชีวิตเด็กไปนั่นเอง

เรื่องแม่ซื้อหรือความเชื่อโบราณแบบนี้ไม่เคยอยู่ในความคิดของฉันเลย กระทั่งเมื่อเดือนที่แล้ว เหตุการณ์ที่ฉันหาคำตอบไม่ได้ก็เกิดขึ้น

ช่วงนั้นหลานคนนี้เพิ่งอายุได้ 5 เดือน คว่ำได้แล้ว แต่ยังไม่คลาน ปกติตากับยายจะให้หลานนอนเล่นบนเตียงไม้โบราณที่ค่อนข้างสูง แล้วตัวเองก็นอนข้าง ๆ ยายเล่าว่า มีอยู่วันหนึ่งตัวเองเคลิ้มหลับไป มาสะดุ้งตื่นอีกทีเพราะรู้สึกเหมือนได้ยินหลานส่งเสียงร้องอ้อแอ้อยู่ใกล้ตัว แต่พอลืมตาขึ้นปรากฏว่า ที่นอนว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของหลานรัก คนเป็นยายหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบมองหาไปรอบ ๆ ตัว พลันก็พบว่าหลานสาวนอนหงายอยู่บนพื้นห่างจากเตียงไปสัก 1 เมตร ตอนนั้นยายเล่าว่า ไม่ทันได้คิดอะไรทั้งนั้น ได้แต่รีบไปอุ้มหลานแล้วลูบคลำศีรษะเป็นการใหญ่ พลางร้องถามตาด้วยความตกใจกลัวหลานจะได้รับอันตรายว่า “หลานตกเตียงหัวบุบหรือเปล่า ฟกช้ำตรงไหนบ้างไหม”

สองตายายช่วยกันตรวจร่างกายหลานก็พบว่า เจ้าตัวเล็กไม่เป็นอะไรแม้แต่นิดเดียว ไม่มีรอยจ้ำฟกช้ำดำเขียวจากการกระแทกเลย ทั้งคู่ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เป็นไปได้อย่างไรที่เด็กอ่อนตัวเล็ก ๆ ตกจากที่สูงแล้วจะไม่ฟกช้ำหัวบุบหัวปูด ทั้งคู่จึงมอบความดีความชอบให้แม่ซื้อที่ช่วยคุ้มครองหลานตัวน้อยไม่ให้บาดเจ็บหรือได้รับอันตราย หลังจากนั้นเวลาเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง หลายคนก็เห็นพ้องต้องกันว่า “แม่ซื้อมาช่วยไว้” กันทั้งนั้น

จากที่ไม่เคยเชื่อเรื่องแม่ซื้อ ตอนนี้ฉันชักจะเริ่มเชื่อแล้วว่า แต่ละคนคงมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวคอยคุ้มครองดูแล ยิ่งถ้าเราทำความดี เป็นคนดีด้วยแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คงจะช่วยให้เราแคล้วคลาดจากภยันตรายต่าง ๆ ได้แน่นอน

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  นันทนัช

photo by jelly on pixabay

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

สิ่งศักดิ์สิทธิ์… เชื่อได้! (แต่ต้องเชื่อตัวเองด้วย)

keyboard_arrow_up