เงินทองกับความสุข

เงินทองกับความสุข

เงินทองกับความสุข
เงินทองกับความสุข

เงินทองกับความสุข – เรื่องของเศรษฐีใหญ่ที่ปรารถนาจะเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุดในโลก

เราท่านทั้งหลายที่ยังเป็นปุถุชนควรตระหนักรู้Œถึงสิ่งที่เรียกว่‹าเงิน ว่‹าจะใชŒ้อย่‹างไรเงินนั้นจึงจะทำหน้าที่ของมันได้อย่างถูกต้อŒง รู้จักที่จะใช้Œเงินในทางที่เกิดประโยชน์คุณค‹่าที่แท้Œจริงตามอย่‹างสมมุติ

อย่าให้กิเลสลากพาเอาภาษาโลกมาต่อต้านกับภาษาธรรมในทางที่ว่า หากไม่ทำอะไรแล้วคนทั้งโลกคงอดตาย นั่นเหมือนไส้เดือนกลัวดินหมด ปลากลัวไม่มีน้ำให้อาศัย นกกลัวไม่มีฟ้าให้โบยบิน ธรรมะคือหน้าที่ ทำการงานเลี้ยงชีพด้วยใจที่เย็น เบิกบาน สะอาด สว่าง บริสุทธิ์ จะทำงานหาเงินได้มากและใช้จ่ายไปในทางที่มีประโยชน์ อย่าใช้เงินไปตามเรื่องกิน กาม เกียรติ

คนมีปัญญา เมื่อพายเรือถึงฝั่งก็จอดเรือไว้ตรงนั้น ไม่ต้องแบกหามขึ้นฝั่งอีกต่อไป ที่สุดจะเกิดปัญญาที่ว่า เงินนั้นไม่ใช่ของเรา แม้แต่ตัวเรานี้ก็ยืมโลกมาทั้งสิ้น เมื่อถึงเวลาก็ต้องคืนให้โลก หากคลายความยึดมั่นได้จนถึงที่สุดแล้ว ก็ไม่มีตัวกู ของกู ที่จะต้องใช้เงินอีก สมมุติเรื่องเงินย่อมหมดไป

จะขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับหลวงปู่องค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่นับถือของคนจำนวนมาก หนึ่งในคนที่นับถือท่านนั้นคือเศรษฐีใหญ่ของจังหวัดชื่อ เจ้าสัวเฮง นายเฮงเป็นคนที่รวยและมีชื่อเสียงมาก อีกทั้งยังเล่นการเมืองมาโดยตลอด แกสนใจศาสนาแบบที่ว่า วัดไหนพระเครื่องดัง ศาลไหนไหว้เจ้าแล้วเฮงตามชื่อของแก ชาวบ้านมักรู้จักกันว่าเจ้าสัวเป็นคนธรรมะธัมโม ทั้งๆ ที่นายเฮงไม่เคยแม้แต่จะฝึกวิปัสสนากรรมฐานแต่อย่างใด แกมักจะไปทำบุญถวายปัจจัยเสมอ โดยขอพรว่า

“ขอให้ผมรวยยิ่งขึ้นๆ รวยที่สุดตลอดกาลด้วยเถิด จะได้มีความสุขเยอะๆ”

แกทำอย่างนี้ของแกมาเรื่อย ก็มีแต่เจริญรุ่งเรืองดี อยากได้อะไรก็มีเงินซื้อ อยากไปเที่ยวต่างประเทศก็ได้ไป แต่ก็ไม่วายที่จะเบื่อ เพราะอยากได้มากขึ้นอีกเสมอๆ และด้วยความที่ศรัทธาหลวงปู่ตามเสียงเล่าลือว่าท่านเป็นพระอริยะ จึงทำบุญทีละมากๆ เสมอมา พอถึงเวลาฟัง ธรรมหรือปฏิบัติ นายเฮงก็จะออกไปทักทายแขก คอยดูแลเรื่องการก่อสร้างวิหาร จัดแจงสร้างวัตถุมงคล เป็นอย่างนี้มาเนิ่นนาน

จวบจนนายเฮงอายุเริ่มมาก ราว 60 กว่าๆ แกก็คิดของแกว่า ทำอย่างไรหนอ เราถึงจะรวยกว่านี้ ใช้สมบัติได้นานกว่านี้ จึงตั้งใจว่า คราวนี้ละ จะทำบุญใหญ่ ทำพิธีให้สะท้านวงการไปเลย จะได้บุญมากที่สุดและถือโอกาสนี้ขอพรสุดยอดสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากหลวงปู่ ดำริได้ดังนั้น แกจึงจัดแจงตระเตรียมทุกอย่าง โดยกำชับลูกเมียไว้ว่า งานนี้แกขอบุญให้แกคนเดียวจะได้เต็มที่

เมื่อถึงงานบุญ พิธีมากมายดำเนินไป หลวงปู่ท่านปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระรูปอื่นๆ จัดแจงตามสมควรกันเอาเอง โดยกำชับว่าให้ความอนุเคราะห์ให้เหมาะสมแก่เขา แล้วชวนเขามาปฏิบัติธรรมกัน ปกติแล้วหลวงปู่ท่านไม่เคยสนใจในสิ่งที่ลูกศิษย์จัดทำกันเองเช่นนี้เลย นอกจากเวลาสอนกรรมฐานเท่านั้น เมื่อถึงเวลาตามกำหนด นายเฮงได้เข้าไปกราบหลวงปู่ พร้อมกับพูดเสียงดังฟังชัดว่า

“วันนี้กระผมได้ทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต กระผมขอให้หลวงปู่ให้พรวิเศษที่สุดในชีวิตแก่กระผม กระผมปรารถนาที่จะเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุดเท่าที่จะหาได้ในโลกนี้ สุขตลอดกาลเลยครับหลวงปู”

หลวงปู่มองนายเฮงด้วยรอยยิ้มอันเปี่ยมเมตตา จนชาวบ้านเกิดปีติล้นไปตามๆ กัน จากนั้นท่านจึงพูดออกมาว่า

“ฟังให้ดีนะ หลวงปู่จะให้พร ให้รับไว้

“ขอให้ทรัพย์สมบัติที่คุณเฮงมีอยู่อย่าได้เหลือแม้แต่สตางค์เดียว ขอให้หมดเนื้อหมดตัว หมดไม่เหลือเชื้อเลย พ่วง!”

นายเฮงหน้าแดงก่ำน้ำตาตกใน นี่คงถึงกาลวิบัติของตนแล้ว หลวงปู่จึงมาแช่งให้ฉิบหายขนาดนี้ ก็ไหนเราขอความสุขที่วิเศษที่สุดในโลก กลับกลายเป็นคนจนที่สุดเยี่ยงนี้ได้ ขณะที่นายเฮงกำลังสติหลุดลอยไปนั้น หลวงปู่ก็เทศน์ต่อไปว่า

“สุขไหนเลยจะเท่ากับความสุขจากการที่จิตใจไม่เจือด้วยกิเลส ผู้ที่ปรารถนาความสุขที่เที่ยงแท้จะต้องอาศัยความพากเพียรในการปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 ตามทางแห่งมรรค จนถอดถอนความเห็นผิด ละความยึดมั่นถือมั่นในกาย – ใจได ้ จึงจะเป็นบรมสุข อันทรัพย์สมบัติมีค่ามากมาย ยิ่งแสวงหามาจนเกินความจำเป็น ก็เหมือนก่อภูเขาขวางกั้นพระนิพพาน แม้จะกองด้วยของสวยงามมีค่าเพียงใด ก็เป็นเพียงเครื่องขวางกั้น ปิดเอาไว้ให้ตาบอด ไม่สามารถเห็นธรรมอันเป็นความสุขที่แท้จริงได้เลย

“อันชีวิตมีความเกิด ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากเป็นธรรมดา เจ้ามามือเปล่าก็กลับไปมือเปล่า จะเอาอะไรไปได้ สังขารที่ร่วงโรยกับเงินทองที่มากขึ้นจะนำมาซึ่งความสุขได้อย่างไร ขณะมีชีวิตอยู่จงทำประโยชน์ตนให้สมบูรณ์พร้อมถึงที่สุด เป็นอยู่อย่างต่ำมุ่งกระทำอย่างสูง มีสติระลึกรู้กาย – ใจในปัจจุบันขณะอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย จนกิเลสมาครอบงำใจไม่ได ้ นั่นแหละคือความสุขที่แท้จริง เป็นสุขที่สงบ สะอาด สว่าง สันติ”

นายเฮงได้ฟังแล้วเกิดสลดสังเวชจนน้ำตาไหลออกมา ว่าที่จริงแล้วตนเองเข้าใจผิดมาตลอดว่า ยิ่งรวยยิ่งมีความสุข ใช้ชีวิตมาจนป่านนี้ ไม่รู้จะตายเมื่อไร ไหนจะความเจ็บป่วยที่เงินช่วยอะไรไม่ได้อีก เรายังไม่เคยได้สัมผัสความสุขที่แท้จริงเลย ความสุขที่ได้มาโดยที่ไม่ต้องใช้เงินแลกซื้อเป็นเช่นนี้เองหรือ จะต้องทำเอาเอง ไม่ใช่มานั่งขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่สุดในชีวิตของเราจริงๆ ต่อจากนี้เราจะขอวางของหนัก เงินที่ทำมาหากินใช้กี่ปีกี่ชาติก็ยังไม่หมด ขณะที่ชีวิตของเรานั้นหมดลงเรื่อยๆ ควรจะยกให้ลูกหลานดูแลกิจการแทน ส่วนเราจะขอปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 อย่างที่หลวงปู่ท่านเมตตาสั่งสอนตลอดไป เป็นอันจบความแต่เพียงเท่านี้…

ขอให้เราจงขอบคุณความทุกข์ที่ทำให้เราได้รู้ธรรมเห็นธรรม ความทุกข์สอนเราได้หนักแน่น ชัดเจน ซื่อตรงกว่า ขอบคุณทุกๆ ความสุขที่ทำให้เราเห็นว่า ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้ยั่งยืนได้ตลอดกาล ความจนอาจจะสอนเราได้มากกว่า หรืออาจจะทำให้เราได้มืดมัวจนมองไม่เห็นทาง กระทำในสิ่งผิดๆ ก็ได้ ขณะที่ความร่ำรวยสามารถทำใหเ้ ราเกื้อกูลผู้อื่นได้มาก แต่ก็อาจทำให้เราลุ่มหลงลืมตัวเพลินเพลิดกับความสุขลวงๆ ของโลกได้เหนียวแน่นยิ่งกว่าความจนก็ได้ ขอให้มีชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท มีธรรมะเป็นที่พึ่งพิงอาศัย อยู่กับโลกอย่างไม่ติดโลก ใช้สมมุติอย่างไม่ติดสมมุติ

แล้วความสุขของคุณล่ะ มีราคาเท่าไร

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  เศรษฐศิริ ศิลปสุวรรณชัย

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine

keyboard_arrow_up