โลก

Dhamma Talk : “โรค” คู่ “โลก”

Alternative Textaccount_circle
event
โลก
โลก

Dhamma Talk : “โรค” คู่ “โลก” – สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ทุกข์จากโรคประจำตัวเหลือเกินค่ะ ควรทำไรอย่างไรดีคะพระอาจารย์

คนเรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่มีใครรอดพ้นความเจ็บไข้ไปได้ เป็นบทพิจารณาทางธรรมที่ขอฝากไว้ให้พวกเราได้พิจารณาเนือง ๆ เป็นสัจจะ เป็นความจริง อย่างไรก็ต้องเจ็บ ก็ต้องป่วย เพราะร่างกายเป็นรังของโรค มีตาก็เป็นโรคตา มีหูเป็นโรคหู ทุกส่วนของร่างกายมีโรคอยู่แล้วโดยธรรมชาติ อย่างอาตมาตั้งแต่เกิดมาก็มีโรคโดยกรรมพันธุ์ เป็นโรคเลือดจางตั้งแต่ยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เพราะได้รับมรดกของโลก คือ ความเป็นโรคนั่นเอง

“โลก” กับ “โรค” เป็นของคู่กัน ถ้าเรายังต้องจุติสู่โลก ก็จำต้องได้รับของคู่โลก ถ้าเราไม่ปรารถนาโรค ก็ต้องไม่ปรารถนาโลกด้วยเช่นเดียวกัน ถ้ายอมรับโลกได้ ก็ต้องยอมรับโรคได้เช่นเดียวกัน หากยอมรับได้ก็สงบเย็น เป็นนิพพาน

หากเรายอมรับได้ว่าทั้งสองสิ่งเป็นของคู่กัน ตัณหาความดิ้นรนทางใจ ความทุกข์ใจที่เกิดจากการเป็นโรคก็ไม่มี ควรอาศัยความเป็นโรคนี้พิจารณาว่าเป็นเรื่องน่ายินดี น่าปรารถนาหรือไม่ หากสุดท้ายเกิดภาวะที่ไม่ปรารถนา ไม่ยินดี ก็จะเกิดความเบื่อหน่าย จนนำสู่ต้นทางคือไม่ปรารถนาการกลับมาสู่โลกนี้อีกต่อไป ทำให้เราหันมาศึกษาและตั้งใจปฏิบัติตามวิถีสู่หนทางที่ทำให้เราไปแล้วไปลับไม่กลับมา

ส่วนอาการความเจ็บป่วยนั้นเกิดขึ้นได้ แต่หากจิตใจก็ไม่ได้ส่ายซ่านวุ่นวาย ผูกติดกับอารมณ์ สังขาร เพียงดูลมหายใจไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเราจะเป็นหนึ่งเดียวกับลมจนเกิดความสุขปีติปราโมทย์ทั้ง ๆ ที่ยังเป็นโรคอยู่ แต่เรามีความสุขเพราะจิตไม่ไปจับที่ความเจ็บปวด อย่างเช่นผู้ที่นั่งคุยกับพระอาจารย์อาจรู้สึกปวดแข้งปวดขา แต่เพราะสนใจฟังที่อาจารย์กำลังพูดอยู่ทั้ง ๆ ที่ขาชา แต่จิตมีสมาธิตั้งใจฟัง จึงไม่กระทบ

ฉะนั้นจิตที่เป็นสมาธิสามารถใช้บรรเทาบำบัดอาการเจ็บป่วยได้แต่เพียงบรรเทาเท่านั้น ไม่ใช่ว่าหายขาดไปจากโรค โรคภัยไข้เจ็บนั้นก็มีวิธีการรักษา แต่สมาธิเป็นวิธีการป้องกันจิตใจเราไม่ให้ยึดสังขารไปปรุงแต่งเป็นความวิตกกังวล หรือคิดไม่หยุดจนใจว้าวุ่นสับสนวุ่นวาย เมื่อจิตเป็นสมาธิ อยู่กับลมหายใจ สุดท้ายเราจะอยู่กับโรคทุกชนิดได้ด้วยใจที่สงบร่มเย็น เป็นสันติภาพ สันติสุข สันติธรรมไม่เกิดการต่อต้านหรือจะเอาชนะ เป็นมิตรกับโรค เพื่อส่งความรู้สึกที่ดีต่อโรคในแง่บวก แต่ยังคงรักษาด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่เจริญตามสาเหตุที่แท้จริง

หลายคนรักษาไม่หายและกล่าวโทษว่าเป็นโรคกรรมนั้น อาตมาแนะนำว่า กรรมเก่ามีจริง แต่หมดได้ เมื่อกรรมนั้นให้ผลก็หมดวาระไป แต่เราจะอยู่อย่างไรกับกรรมในปัจจุบัน วิธีพุทธเน้นปัจจุบัน เน้นจิตใจ เน้นความรู้สึกที่เรามีปฏิสัมพันธ์ต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมากที่สุด

หากยอมรับแล้วปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ไม่รักษา ไม่ดูแล หรือพัฒนาให้ดีขึ้นต่างหากคือโรคกรรม

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เรียบเรียง  อุราณี ทับทอง

photo by HeungSoon on pixabay

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

True Story : วิ่งไขว่คว้าหา ความสุข จนชีวิตต้องทุกข์แสนสาหัส

keyboard_arrow_up