นิทานพื้นบ้าน

นิทานพื้นบ้านของชนเผ่าลาหู่ “เด็กกำพร้ากับงูเหลือม”

นิทานพื้นบ้าน
นิทานพื้นบ้าน

ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามอ่านนิตยสาร ซีคร็ต มาโดยตลอด  “ซีเคร็ต” ทำให้ผมและทุกคนได้รับข่าวสารน่ารู้มากมาย นิทานพื้นบ้าน

วันนี้ผมก็ขอเล่านิทานพื้นบ้านของชนเผ่าลาหู่ ทุกคนจะได้รับรู้และเข้าใจ และอยากให้ผู้อ่านที่น่ารักทุกคนรู้จัก นิทานพื้นบ้านของชนเผ่าลาหู่บ้างนะครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เด็กหญิงนาคะอายุประมาณ 9 – 10 ขวบ อาศัยอยู่ในชนบทแห่งหนึ่ง มีแม่ชื่อนาแส ซึ่งพิการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ครอบครัวของนาคะยากจนมาก เด็กหญิงต้องออกไปเก็บมะม่วงป่าเพื่อนำมาขายในหมู่บ้าน แล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อข้าว พริก เกลือ ฯลฯ เพื่อมาเลี้ยงดูแม่

ทุกวันนาคะต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าเพื่อไปถึงต้นมะม่วงซึ่งอยู่ในหุบเขา แล้วก็นั่งรอให้มะม่วงป่าหล่นลงมาจากต้นเอง มะม่วงที่ได้มีรสชาติดีจึงขายหมดและเด็ก ๆ ชอบกันมาก เด็กหญิงเก็บความลับเรื่องมะม่วงป่าต้นนี้เอาไว้ เพราะเกรงว่าถ้าคนอื่นรู้จะไม่มีอาชีพเลี้ยงดูแม่ต่อไป

ต่อมาเด็ก ๆ ในหมู่บ้านแอบตามนาคะไปที่มะม่วงต้นนี้ ขณะที่นาคะกำลังเก็บมะม่วงที่หล่นลงมาได้ 2 – 3 ลูกใส่ย่าม เด็ก ๆ ในหมู่บ้านก็แย่งลูกมะม่วงจากมือของนาคะไปจนหมด แล้ววิ่งหนีกลับหมู่บ้าน เด็กหญิงได้แต่นั่งร้องไห้ โศกเศร้า เสียใจ จนอ่อนเพลียและหลับไป มาตื่นอีกครั้งเมื่อเห็นพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน นาคะมองหาลูกมะม่วงป่า แต่ไม่เห็นมะม่วงสักลูก เด็กหญิงนั่งร้องไห้อีกครั้ง แต่จู่ ๆ ก็มีงูเหลือมโผล่ออกมา แล้วงูเหลือมตัวใหญ่ ๆ ตัวนั้นก็เลื้อยขึ้นต้นมะม่วงป่า เอาหางรัดกิ่งมะม่วงเขย่าไปมา จนทำให้ลูกมะม่วงหล่นลงมาเต็มไปหมด นาคะค่อย ๆ เก็บมะม่วงใส่ย่ามจนเต็มแล้วเดินกลับบ้าน ส่วนงูเหลือมตัวนั้นเลื้อยตามหลังไปจนถึงบ้านนาคะ

แม่ของนาคะเห็นงูเหลือมตัวใหญ่ก็ตกใจกลัว เมื่อสอบถามนาคะว่าทำไมงูเหลือมตามลูกมาด้วย นาคะไม่ตอบคำถามของแม่ เมื่อนาคะเดินข้าไปในห้องนอน งูเหลือมก็เลื้อยตามเข้าไปในห้องนอน จากนั้นก็ขดตัวเป็นบ่วงบาศ นาคะจึงเอาผ้าห่มผืนเล็ก ๆ เก่า ๆ ไปห่มให้งูเหลือม เพราะเกรงว่างูเหลือมจะหนาว

รุ่งเช้านาคะก็ไปเรียกงูเหลือมว่าตื่นได้แล้ว แต่งูเหลือมไม่ขยับตัว นาคะจึงดึงผ้าห่มออกก็พบก้อนเงิน – ก้อนทองจำนวนมาก นาคะจูงมือแม่มาดูก้อนเงิน – ก้อนทองเหล่านั้น แม่บอกกับลูกสาวว่า ตั้งแต่วันนี้ไปจะไม่ลำบากอีกแล้วลูก มีเทวดางูเหลือมลงมาช่วยเราสองแม่ลูกแล้ว  หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็ร่ำรวยเป็นเศรษฐีมีความเป็นอยู่สุขสบาย

ต่อมาคนในหมู่บ้านต่างพาลูกเมียเข้าไปในหุบเขาเพื่อหางูเหลือม พอเจองูเหลือมก็จับผูกมัดคอแล้วก็แบกกลับมาบ้าน แล้วเอางูเหลือมตัวใหญ่ไปเก็บไว้ในห้องนอนของลูกสาว ลูกสาวเห็นงูเหลือมก็กลัว แต่พ่อแม่บังคับให้ลูกสาวนอนในห้องเดียวกับงูเหลือม ลูกสาวต้องยอมทำตามที่พ่อแม่บอก ตอนกลางคืนลูกสาวร้องไห้และตะโกนขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ บอกว่าช่วยด้วย  งูเหลือมจะกินหนูแล้ว แต่พ่อแม่กลับบอกว่า ลูกอย่าร้อง  นอนเฉย ๆ  ถ้าลูกร้องอีก พรุ่งนี้เช้าพ่อแม่จะตีลูกนะ ลูกได้ยินหรือเปล่า ลูกก็ร้องบอกพ่อแม่อีกว่า งูเหลือมกำลังจะกินเข้ามาถึงเอวแล้วนะ อีกสักครู่ต่อมาก็ร้องว่า งูเหลือมกำลังจะกินถึงไหล่แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงร้องของลูกสาวอีกเลย พ่อแม่ก็คิดว่าลูกสาวคงนอนหลับสนิทไปแล้ว

รุ่งเช้าพ่อแม่เรียกลูกสาวให้ลุกขึ้นมากินข้าว แต่ไม่มีเสียงตอบ พ่อแม่จึงเข้าไปในห้องนอนของลูกสาว เมื่อดึงผ้าห่มออกกลับเจอแต่งูเหลือมท้องใหญ่นอนอยู่ในห้อง ไม่เจอก้อนเงิน – ก้อนทองและไม่เห็นลูกสาวอีกด้วย ไม่รู้ว่า ลูกสาวหายไปไหน พ่อแม่จึงสงสัยว่าลูกสาวคงโดนงูเหลือมกินไปแล้ว จึงฆ่างูเหลือมและผ่าท้องออกมาดู ก็เจอลูกสาวเสียชีวิตอยู่ในท้องงูเหลือม พ่อแม่นั่งร้องไห้ โศกเศร้า เสียใจ ที่บังคับให้ลูกทำเลียนแบบนาคะ จนต้องสูญเสียลูกสาวที่น่ารักไป ต่อมาพ่อแม่ก็ฆ่าตัวตายตามลูกไปเพราะสำนึกผิด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราเกิดมาในโลกนี้  อย่าโลภมาก  จงพอในสิ่งที่ตัวเองมี  ถ้าไม่พอใจสิ่งที่เรามีอยู่  สุดท้ายก็จะเหมือนอย่างนิทานเรื่องนี้

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  ปึ๊/มูฮอ (เด็กดอยชนเผ่าลาหู่ ช.ร.)

Image by sasint on Pixabay

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine

keyboard_arrow_up