เลือกได้

ชีวิตคุณ…เลือกได้ : เรื่องเล่าประสบการณ์ใช้ธรรมะช่วยรักษาโรคซึมเศร้า

เลือกได้
เลือกได้

ชีวิตคุณ…เลือกได้ – หม่าม้าเคาะประตูเรียกฉัน ซึ่งในขณะนั้นนอนซมเป็นผีตายซาก ความรู้สึกห่อเหี่ยวใจส่งผลให้ร่างกายดื้อแพ่งไปด้วย

ฉันสองจิตสองใจจะเปิดไม่เปิดดี แต่ด้วยความอยากหายจากภาวะนี้ จึงเปิดรับภาวะที่กินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดแต่เรื่องแย่ ๆ ที่เคยประสบมาถึง 26 ปี มันมะรุมมะตุ้มเข้ามาในหัวจนจับต้นชนปลายไม่ถูก ปวดหัว เบลอ ไม่มีแรงทำอะไรทั้งนั้น

หม่าม้าเข้ามาข้างเตียงมาลูบหัวพร้อมกับบอกว่า “ไม่เป็นไรนะ ต้องสู้ ไป ออกไปจากห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นี้ซะ”

ฉันไม่มีแรงจะหนีไปไหน เพราะปิดประตูล็อกตัวเองจากโลกภายนอกมา 3 วันแล้ว ไม่อยากเจอใคร ไม่มีแรงลุก ไม่เปิดให้ใครเข้ามา จนสุดท้ายก็ยอม เพราะไม่อยากตายแบบนี้ และคิดว่าถ้าตายไปคงได้ตกนรกแน่ ๆ เพราะรู้มาว่าจิตที่เศร้าหมองแบบนี้คงไม่ได้ไปดี

หม่าม้ารีบลากฉันออกจากเตียงโดยมีน้องชายมาช่วย และพาฉันไปโรงพยาบาลจนได้

สุดท้ายฉันก็ดีขึ้นด้วยการรักษาทั้งทางโลกและทางธรรม ทางโลกฉันต้องไปพบจิตแพทย์ ส่วนทางธรรมก็ปฏิบัติธรรมควบคู่กันไป ตอนไปโรงพยาบาลฉันไม่ชอบเลย เพราะรอบแรกต้องเล่าเรื่องตัวเองให้หมอฟัง รอบสองต้องมาเล่าให้นักศึกษาแพทย์ฟังอีก เล่าสองรอบก็ร้องไห้สองรอบ ตอกย้ำความคิดที่ทำให้เราเจ็บช้ำเข้าไปอีก สรุปหมอบอกเป็นโรคซึมเศร้า และให้ยามากิน

ระหว่างนั้นฉันไปปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน สภาพแวดล้อมบรรยากาศการสอนของแม่ชี เรียกสติฉันคืนมา ฉันได้ตื่นตี 4 ฝึกโยคะ สวดมนต์ ทำวัตรเช้าวัตรเย็น ได้ฟังธรรม ได้ดูวีดิทัศน์จ๊ะเอ๋บ๊ายบายกับความทุกข์ ได้ฟังเพลงแห่งสติ ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก ได้อยู่กับปัจจุบัน แต่ก็กินยาไปด้วย ปฏิบัติธรรมไปด้วย

จบจากคอร์สก็ยังฟังธรรม ออกกำลังกาย และไปพบจิตแพทย์ เพื่อเล่าเรื่องระบายด้วย สุดท้ายรักษาทางโลกมาประมาณ 1 ปี ฉันก็ตัดสินใจบอกหมอว่าหายแล้ว รู้แล้วว่าที่เป็นซึมเศร้าเพราะเอาความคิดลบมาใส่หัว เอาประสบการณ์ในอดีตที่แย่ ๆ มาคิด ดำดิ่งจมลึกกับความคิดลบจนฉุดไม่อยู่ ตอนนี้สติกลับมาแล้ว อยู่กับปัจจุบัน และยังคงต้องฝึกสติอยู่เรื่อย ๆ ไม่ประมาทกับชีวิต จิตแพทย์จึงค่อย ๆ ลดยาและเลิกจ่ายยาในที่สุด

ฉันโชคดีที่มีความรักจากครอบครัวทุกคน  ทั้งพ่อแม่  พี่น้อง

ฉันโชคดีที่รู้จักพุทธศาสนา  ได้ฟังธรรม  มีศีล 5 เป็นเบื้องต้น

ฉันโชคดีที่ปฏิบัติธรรมตามหลักสติปัฏฐาน 4 ได้ลงมือทำจริง ๆ มีสติ  อยู่กับปัจจุบันขณะ

ชีวิตคุณเลือกได้ โปรดเลือกทางเดินของชีวิตด้วยสติ อย่าใช้อารมณ์ คนเราส่วนใหญ่ทุกข์เพราะความคิด คิดปรุงแต่งไปในทางร้ายเสียมาก ถ้าเผลอไม่มีสติ มันจะถลำลึกลงไปจนยากจะกลับใจ แต่ใจเป็นใหญ่ เป็นประธาน คนที่เคยเป็นซึมเศร้าอย่างฉัน สามารถกลับมาหยุดยาและดำเนินชีวิตอย่างมีสติและดีงามได้ อยู่ที่เราเลือกเดิน ชีวิตเราเราต้องลิขิตเอง

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่เคยเป็นอย่างฉัน ฉันผ่านมาได้อย่างดี คุณก็ทำได้เช่นกัน จงเชื่อในศักยภาพของตนเอง รักตัวเอง และรักคนที่เขารักเรามาก ๆ และเมื่อหายแล้วก็จงอย่าประมาทกับชีวิต มีสติอยู่กับปัจจุบัน มีอดีตไว้เป็นบทเรียนให้ไม่ทำซ้ำอีก

ขอบคุณตัวเองที่ยังมีชีวิตอยู่

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  การัณยา

Secret Magazine (Thailand)

keyboard_arrow_up